เซลติก ครอส (จบ)

เซลติกครอส จากตอนแรกๆ คุณได้เห็นการโฟกัสไพ่ใบเดียว หรือสองสามใบไปบ้างแล้ว สำหรับในตอนสุดท้ายนี้เราย้อนกลับมาโฟกัสกันอีกที แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่มองภาพเพื่อหาคำตอบโดดๆ แต่เป็นการผสมไพ่โดยมีกรอบบังคับให้มันหน่อยนึง ทำได้ง่ายๆ ดังนี้

The Magician + The High Priestess
The Empress + The Emperor
The Hierophant + The Lovers
The Chariot + Strength
The Hermit + Wheel of Fortune

ความกลมกลืนหรือขัดแย้งของไพ่ที่วางต่อกันช่วยให้เกิดอารมณ์ “สนับสนุน” หรือ “คัดค้าน” ในแต่ละตำแหน่งได้ ซึ่งอาจแสดงผลในแง่บวกหรือลบก็ได้นะครับ เราอาจพบว่า ลูกค้าบางคน มีหน้าไพ่ร้ายๆวางกระจายอยู่หลายตำแหน่ง แต่พอสังเกตดีๆ มันกลับมีไพ่ดีๆวางสลับอยู่เป็นช่วงๆ อย่างนี้เราจะให้ผลทำนายในทางร้ายหรือดี นอกจากเราจะแปลภาพเป็นเรื่องราว (โดยไม่มองว่าดีหรือร้าย) แล้ว อารมณ์ “ขัดแย้งกัน” ของไพ่ทั้งหมดอาจฉุดให้เราลดสปีดลงมาพิจารณามันให้ดีๆ หรือฟังเสียงมันให้ชัดๆอีกที บางทีเราอาจจับรู้สึกได้ว่า “อืมม… มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปนัก” หรือ “ณ เวลานี้ ดูคุณจะอินกับเหตุการณ์นี้มากจริงๆ แต่ทิ้งช่วงไปสักหน่อยคุณอาจจะเลิกสนใจมันไปเลยก็ได้”…

กรอบแคบๆจากการจับคู่ไพ่ จะเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ช่วยให้คุณค้นหาคำตอบให้ลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพราะบางทีเราไม่รู้จะโฟกัสตรงไหนเหมือนกันนะกับไพ่ตั้งสิบใบ แต่พอมันมีกรอบเล็กๆอยู่เราก็เลือกโฟกัสให้เข้ากับประเด็นปัญหาของลูกค้าได้ทันที เป็นต้นว่า ถ้าอยากตีโจทย์ที่ตัวตนและวิธีมองโลกของลูกค้าโดยเฉพาะ เราอาจจะอ่านเฉพาะตำแหน่ง หนึ่ง + สอง มองดูความกลมกลืนหรือขัดแย้งของมัน

ตำแหน่ง สาม + สี่ เป็นมุมมองที่เจ้าชะตาใส่ใจในปัญหาของคนอื่นมากกว่าตัวเอง เสมือนเขาเป็นผู้ปกครองหรือเป็นผู้โอบอุ้มคนอื่นๆ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องของ พ่อแม่ หรือลูกเต้าของเจ้าชะตาเองก็คงเป็นหน้าที่ที่จะต้องใส่ใจอยู่แล้ว ไพ่สองใบนี้สามารถให้คำแนะนำได้ว่าเขาทำหน้าที่นั้นได้เหมาะสมดีหรือไม่ มากไป น้อยไป หรือมีพฤติกรรมที่ขัดแย้งกันเองอย่างไร แต่บ่อยครั้งที่เรื่องราวมันอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือเขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นเกินไป เช่น เขาอาจมีคำถามในลักษณะที่ว่า “นายเอ ควรจะทำยังไงดี?” หรือ “นายบี ทำถูกต้องหรือไม่?” หรือ “ฉันควรจะทำยังไงกับ นายซี ดีล่ะเนี่ย ฉันควรเลิกสนใจเค้าไปเลยดีมั้ย?” (ซึ่งก็ถามไปยังงั้น เพราะเอาเข้าจริงผู้ถามมักไม่เลิกสนใจ นายซี ได้ง่ายๆ) ฯลฯ ไพ่สองใบนี้จะให้คำแนะนำแก่เขาได้ว่า เขาควรจะวางท่าทีอย่างไรกับเรื่องเหล่านั้น

ตำแหน่ง ห้า + หก ไพ่สองใบนี้มีสภาพเป็นกลุ่มสังคม (บางคนอาจแยะแยะต่อไปว่า ใบที่ห้า เป็นสังคมแบบทางการ ใบที่หกเป็นสังคมแบบส่วนตัวมากกว่า ก็ตามสะดวกเลยนะครับ) เราสามารถดูความกลมกลืนของการเข้ากลุ่ม การทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นได้โดยผสมสองใบนี้เข้าด้วยกัน หรือกรณีที่เจ้าชะตาขัดแย้งกับใครบางคนก็มักสังเกตได้จากการอ่านสองตำแหน่งนี้รวมกัน และมันยังเป็นไพ่ที่อาจฟ้องถึงกิเลส ตัณหา ทิฐิมานะ ความเชื่อผิดๆ อันนำมาซึ่งปัญหาทางโลกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ตำแหน่ง เจ็ด + แปด ดูความก้าวหน้าในเชิงปฏิบัติการของเจ้าชะตาในเรื่องต่างๆ ซึ่งไพ่ใบที่เจ็ดเพียงใบเดียวอาจตอบโจทย์ได้ไม่หมด เมื่อมองต่อไปยังใบที่แปด ได้เห็นความสอดคล้อง หรือความขัดแย้งระหว่างพลังงานของไพ่สองใบนี้ก็จะสามารถคาดเดารูปการณ์ได้ว่า “คุณแค่คิดเฉยๆไม่ลงมือทำอะไรเลย” หรือ “คุณคงทำมันไปได้หน่อยนึงก็ล้มเลิกแล้ว”… ฯลฯ

ตำแหน่ง เก้า + สิบ ใช้ตอบโจทย์ของความปรารถนา และผลลัพธ์ที่ออกมาในตอนท้าย บ่อยครั้งที่เราเห็นไพ่ตำแหน่งที่เก้าเลิศหรูดูดี เป็นไพ่ใหญ่ๆอย่าง The Sun The World หรือไพ่ที่หมายถึงการเริ่มต้นใหม่อย่าง The Magician ไพ่เอซทั้งสี่ใบ แต่พอมาถึงใบสุดท้ายกลับเป็นไพ่ที่หยุดนิ่ง ติดขัด ผิดหวังล้มเหลว อย่างนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าชะตานั้นตั้งใจดีแล้ว แต่พละกำลังยังอ่อน หรือกรรมวิธีที่จะนำพาตัวเองไปสู่จุดหมายปลายทางนั้นยังไม่ดีพอ ก็ต้องค่อยๆย้อนกลับไปรื้อค้นแต่ละขั้นตอนกันใหม่อีกครั้ง ว่าควรจะแก้ที่จุดไหน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะการจับคู่ตามแบบข้างต้นเท่านั้น จริงแล้วเราสามารถจะโยงข้ามตำแหน่งได้อย่างอิสระ ซึ่งอันนี้อยู่ที่คุณแล้วว่าจะผนวกตำแหน่งโน้นกับตำแหน่งนี้แล้วพบความหมายอะไรใหม่ๆ เมื่อใช้มันบ่อยๆก็จะกลายเป็นกรอบใหม่สำหรับคุณเอง หรืออย่างง่ายๆ แทนที่คุณจะเอา หนึ่ง + สอง ก็ลองขยับไปข้างหน้าอีกหนึ่งลำดับกลายเป็น สอง + สาม ก็จะได้การรวมไพ่อีกสูตรหนึ่ง ดังนี้

The High Priestess + The Empress
The Emperor + The Hierophant
The Lovers + The Chariot
Strength + The Hermit
Wheel of Fortune + The Magician

สำหรับสูตรข้างบนนี้ผมก็ใช้อยู่เช่นกัน เพียงแต่ถ้าจะอธิบายทั้งหมดมันออกจะหยุมหยิมเกิน และจะเป็นการไปตีกรอบความคิดให้คุณมากเกินไป อยากให้คุณลองคิดเอง เพื่อจะได้ค้นพบกรอบใหม่ๆด้วยตัวเองบ้าง

ส่วนแบบอื่นๆที่พอจะนึกออกก็เช่นไพ่ที่อยู่ในแถวกลาง ซึ่งคุณน่าจะมองออกและใช้งานได้สะดวกที่สุด คือ The Magician + The High Priestess + The Lovers ใช้ทายเป็นไพ่สามใบได้เลยโดยให้ตำแหน่ง The Lovers เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้ คุณลองสังเกตไพ่ทั้งสิบใบใน spread นี้ดูนะครับ ไพ่ที่มีรูปเทวดาอยู่ด้วยนั้นก็คือใบที่สิบ และใบที่หก ไพ่สองตำแหน่งนี้อาจใช้ทายอนาคตได้เนื่องด้วยผมเห็นว่า เทวดาคือปัจจัยที่อยู่เหนือการกระทำของเรา เหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคตนั้นจะมีองค์ประกอบหลักๆอยู่สามอย่างคือ พื้นฐานในอดีต การกระทำในปัจจุบัน และสิ่งที่ดลบันดาลจากเบื้องบน(หรือเบื้องล่าง) ซึ่งอย่างหลังนี้ถ้ามองแบบวิทยาศาสตร์ก็คงเป็นปัจจัยอื่นๆที่อยู่เหนือการควบคุมของเรานั่นเอง

ถ้ามองถัดขึ้นไปแถวบนก็จะเป็นการผสมกันระหว่าง The Hierophant + The Hermit มีสภาพเหมือนดาวพฤหัสบดี (5) บวกกับ ดาวเกตุ (9) ในทางโหราศาสตร์ อันนี้ใช้เจาะลึกเรื่องความเชื่อทางศาสนา การทำบุญ การปฏิบัติธรรมในรูปแบบต่างๆ ลูกค้าบางกลุ่มมีความเชื่อเรื่องกรรมเก่า ความเชื่อเกี่ยวกับองค์เทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ความเชื่อในศาสตร์หมอดูแขนงต่างๆ หรือแม้แต่ความเชื่อในหลักเหตุและผล หลักวิทยาศาสตร์ที่เขาเชื่อว่าจะนำพาชีวิตไปสู่ความสุขและความสำเร็จได้ ซึ่งเราสามารถใช้ไพ่สองตำแหน่งนี้ตีความและแนะนำให้เขาได้แบบเจาะลึกเลย โดยในบางสถานการณ์อาจใช้ไพ่ใบที่สิบเป็นบทสรุปของการเดินตามความเชื่อนั้นๆได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะย้ำสักหน่อยว่า เวลาผมผนวกไพ่เข้าด้วยกันนั้น มันค่อนข้างเป็นธรรมชาติ เราไม่ได้พะวงแต่สูตรนั้นสูตรนี้ ผมแค่นึกถึงไพ่เมเจอร์ทั้งสิบใบที่เป็นกรอบกว้างๆอยู่ในแต่ละตำแหน่ง ที่เหลือก็ปล่อยให้การทำงานกับไพ่และตำแหน่งต่างๆมันลื่นไหลไปโดยอัตโนมัติ หรืออาจจะอ่านแค่ใบเดียวถ้ามันกระโจนเข้ามาก่อนใครเพื่อน จนกระทั่งบางครั้งมันติดขัดนั่นแหละ บางครั้งไพ่แต่ละตำแหน่งมันขัดแย้งกัน หรือเราเองที่อยู่ในสภาวะที่ตีโจทย์ไม่แตก กรอบบางๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณจับจุดโฟกัสเฉพาะเป็นเรื่องๆไปได้

นอกจากนี้ ในการใช้เซลติกครอส ขอให้คุณฉลาดในการปรับใช้ให้เข้ากับเรื่องที่ถาม ทุกตำแหน่งสามารถถูกปรับความหมายให้เข้ากับเรื่องได้เสมอครับ ไม่จำเป็นว่าใบที่สามหมายถึงแม่ ใบที่สี่หมายถึงพ่อ ใบที่ห้าหมายถึงครูบาอาจารย์ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยนะครับ ผมคัดเอาอีเมลของ คุณกฤษณะ ที่แสดงความเห็นมาให้ลองดูเป็นตัวอย่าง…

“คือว่าหากเราจะดูเรื่องความรักให้เจ้าชะตา ไพ่ตำแหน่งที่ 3 ผมจะกำหนดเป็นตัวเจ้าชะตาในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกต่อความรักได้ไหมครับ ใบที่ 4 ผมกำหนดเป็นลักษณะความสัมพันธ์เขากับคู่ของเขาว่ามีพื้นฐานอย่างไร ใบที่ 5 ผมกำหนดว่าเขามีวุฒิภาวะดีแค่ไหนในความรักของเขา เขาซื่อสัตย์กับคนรักมากน้อยแค่ไหน ใบที่ 7 ผมกำหนดให้เป็นความกระตือรือร้นในรักของเขา ความเบื่อหน่ายท้อแท้มากน้อยแค่ไหนกับรักครั้งนี้ ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจารย์คิดเห็นอย่างไรบ้างครับ”……

อันนี้ คุณกฤษณะ เข้าใจถูกต้องเลยครับ ผมขอชมเชย ประเด็นคือว่า คุณเข้าใจทาโรต์ทั้งสิบใบยังไง กรอบของตำแหน่งต่างๆก็จะถูกใช้งานไปตามความเข้าใจของคุณเอง ผมไม่สามารถจะตามไปตีกรอบให้ หรือขยายกรอบให้ทุกคนได้ ผมทำได้เพียงตีกรอบกว้างๆสิบกรอบด้วยไพ่เมเจอร์ตั้งแต่ใบที่หนึ่งจนถึงใบที่สิบ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และความสามารถของแต่ละคนแล้ว

แต่เพื่อยกตัวอย่างให้เข้าใจมากขึ้น ผมอยากให้คุณย้อนกลับไปอ่านบทความเรื่อง “ไตรภาคการเรียงไพ่” (ตอน 1-3) ที่ผมเขียนในบล็อกนี้ (ลองเสิร์ชดูนะครับ) คุณจะเห็นว่าผมได้นำเสนอ spread ที่น่าสนใจไว้สองแบบด้วยกัน คือ “ศรรักปักใจ” และ “รถศึก”

“ศรรักปักใจ” ผมใช้ดูเรื่องความรักโดยเฉพาะ ผมไม่ได้อธิบายไว้แต่แรก จริงแล้วมันก็ประกอบขึ้นด้วยไพ่เมเจอร์หกใบแรกนั่นเอง ส่วน “รถศึก” ใช้ดูเรื่องอาชีพการงาน มันก็ถูกสร้างขึ้นจากไพ่เมเจอร์เจ็ดใบแรก ลองพิจารณาแต่ละตำแหน่งตั้งแต่ใบที่หนึ่งไปจนถึงใบที่หกที่เจ็ด คุณจะเห็นได้ทันทีว่าผมก็ยังยึดการเดินทางของทาโรต์อยู่นั่นเอง เพียงแต่เมื่อโจทย์เปลี่ยน แต่ละตำแหน่งก็ถูกปรับความหมายให้สอดคล้องกับเรื่องนั้นๆ ฉะนั้นด้วยหลักการนี้ ผมจึงมี spread ในแบบอื่นๆอีก เช่น ผมใช้ไพ่จำนวน 13 ใบเพื่อส่องดูปัญหาสุขภาพ หรือใช้ไพ่จำนวน 16 ใบเพื่อส่องดูภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น

หากมีคนสงสัยว่า การสร้าง spread นั้น ถ้าเราไม่เดินตามไพ่เมเจอร์ตั้งแต่ใบที่หนึ่งเรียงไปเรื่อยๆ เราจะคิดขึ้นด้วยวิธีอื่นได้มั้ย? อันนี้ตอบว่า ได้แน่นอน คุณจะคิด spread ด้วยหลักการอะไรของคุณก็ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นการยืมภพจากโหราศาสตร์ หลักเลขเจ็ดตัว หลักอี้จิง หรือสร้างหลักใหม่ขึ้นมาเอง ฯลฯ สามารถทำได้หมด เคล็ดลับอยู่ที่ spread นั้นๆ ควรเป็นกรอบที่สัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนทั่วไป และควรเดินเป็นจังหวะด้วยเหตุผลที่สอดรับกัน ไม่สะเปะสะปะ ความหมายแต่ละกรอบที่กำหนดลงไปนั้น ต้องมีน้ำหนักพอจะใช้มันเพียงใบเดียวสามารถตอบโจทย์นั้นๆได้ คือแต่ละตำแหน่งต้องมีความเป็นตัวของมันเองด้วย ไม่ใช่กำหนดขึ้นมาลอยๆ ดูแล้วโหวงๆ ไม่มีประโยชน์

เมื่อเราสร้าง spread ขึ้นมาใหม่ๆ เราจะต้องใช้ความพยายามแค่ไหนเพื่อให้จิตส่วนลึกของเราจดจำตำแหน่งต่างๆ เพื่อให้ใช้งาน spread เหล่านั้นได้ดี? อันนี้ผมขอให้คุณย้อนนึกถึงสมัยที่คุณซื้อตำราดูหมอมาใช้ครั้งแรก สิ่งที่คุณได้มาคือตำรา กับไพ่หนึ่งสำรับ แม้คุณไม่เคยท่องจำความหมายจากตำราเลย ไม่เคยท่อง spread ที่ตำราระบุไว้เลย คุณลองใช้งานมันแบบอ่านไปใช้ไป น่าแปลกตรงที่มันกลับใช้ได้ผล คุณหยิบไพ่ 3 ดาบขึ้นมา คุณเปิดตำราแปล เขาบอกว่ากำลังมีเรื่องทุกข์ใจ รักผิดหวัง อกหัก ซึ่งคุณกำลังเป็นอยู่จริงๆ นี่แสดงว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้จิตกำหนดอะไรมันเลย มันตรงของมันอยู่แล้วด้วยมนต์ขลังของไพ่ทาโรต์ใช่หรือไม่?

คำอธิบายคงมีหลากหลาย ตามแต่ใครจะมองมุมไหนและใครจะเชื่อยังไง แต่สำหรับผมอธิบายว่า ทั้งหมดที่คุณทำมามันอยู่ในกระบวนการของจิตไปเรียบร้อยแล้ว แม้คุณเพิ่งได้ตำรามา คุณตั้งจิตอธิษฐานขอหยิบไพ่ดูดวงตัวเองทั้งที่ยังไม่ได้ท่องจำคำแปลและวิธีการเรียงไพ่ แต่จิตรับรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายคุณก็จะเปิดตำราเล่มนั้นดูคำแปล ทุกอย่างเป็นสิ่งที่คุณตกลงกับตัวเองตั้งแต่ต้นอยู่แล้วอันนั้นประการแรก ประการถัดมาคือจิตคนเรานั้นมีความพิเศษ มันสามารถพาเราไปพบคำตอบในสิ่งที่ตัวเองอยากได้คำตอบได้ ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่คุณมีคือ ตำรา กับไพ่หนึ่งสำรับ (ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เหมาะจะให้คำตอบทำนองนั้นอยู่แล้ว) คุณอยากให้ไพ่ทายใจคุณถูกอยู่แล้ว และคุณมักจะศรัทธาในสิ่งที่คุณมี จิตจึงใช้เครื่องมือที่มีอยู่นั้นอย่างได้ผล ค้นไปหาคำตอบที่ตรงใจคุณได้ ซึ่งอันนี้รวมถึงกรณีที่คุณเป็นลูกค้าที่ไปหาหมอดู การที่คุณกำลังอกหัก แล้วเผอิญไปหยิบได้ไพ่ 3 ดาบขึ้นมาพอดี ก็ทำนองเดียวกัน เพราะกระบวนการของจิตได้ทำงานแล้วตั้งแต่ต้น คุณเดินไปหาหมอดูทาโรต์ ที่มีไพ่ 3 ดาบที่แปลว่าคนอกหักรออยู่ในสำรับนั้น ซึ่งจะเป็นคำตอบของคุณในไม่กี่นาทีข้างหน้า แม้ว่าคุณไม่รู้จักไพ่ทาโรต์มาก่อน แต่ด้วยความพิเศษของจิตที่กำลังแสวงหาคำตอบ เมื่อมาพบกับเครื่องมือที่มีไพ่ 3 ดาบรอจะเป็นคำตอบอยู่แล้ว คุณจึงหยิบมันออกมาได้ (อันนี้พูดเรื่องจิตทำให้หยิบไพ่ได้ตรงนะครับ ส่วนเรื่องที่ว่าลูกค้าคิดไปเอง เชื่อง่าย ชอบตีความเข้าข้างตัวเอง เลือกเชื่อแต่สิ่งที่ทายถูก งมงาย ฯลฯ นั่นเป็นอีกหัวข้อหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้)

ที่เท้าความมาทั้งหมดก็เพื่อจะตอบข้อสงสัยที่ว่า ถ้าเราจะใช้กรอบอะไรสักอย่าง เราต้องใช้จิตกำหนดความหมาย หรือกำหนด spread ลงไปอย่างหนักแน่นสักแค่ไหน เพราะบางคนอย่าง คุณเบิร์ด ดูเหมือนจะกังวลเรื่องนี้มากถึงขนาดเวลาจะให้ลูกค้าหยิบไพ่ก็ต้องใช้จิตกำหนดตามทีละตำแหน่งไม่ให้คลาดสายตา ขอตอบง่ายๆเลยคือถ้าคุณได้ทำความเข้าใจกับ spread มาดีแล้ว และก่อนหยิบไพ่ก็รู้ตัวดีว่าจะใช้ spread อันไหน ขั้นตอนที่เหลือก็ปล่อยให้กระบวนการทางจิตมันทำงานของมันไปเลยครับ ไม่ต้องกังวลว่าไพ่จะถูกหยิบออกมาไม่ตรงตามกรอบ ขอให้มีความศรัทธากับสิ่งที่เรามี ยิ่งศรัทธามากยิ่งได้ผลมาก

อีกอย่างที่ต้องอธิบายคือ ในมุมมองของผมนั้น วิธีการอ่านภาพบวกคำถามเพื่อให้ได้คำตอบ กับการอ่านไพ่โดยมี spread นั้น จะว่ามันเหมือนกันก็ได้อยู่นะครับ เพียงแต่คุณไปคิดแยกออกจากกันเอง หลักการจริงๆก็คือ “เราได้วัตถุดิบต่างๆมาผสมกันเพื่อตีความเป็นคำตอบ” ประโยคนี้สามารถใช้ได้กับหมอดูในทุกศาสตร์เลยทีเดียว ขั้นแรกเราต้องมีวัตถุดิบ เกิดการผสมกันของวัตถุดิบ จนกลายเป็นคำตอบในที่สุด (ซึ่งคำตอบนั้นจะผุดขึ้นมาเอง หรือการแปลความหมาย การวิเคราะห์ ฯลฯ ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล)

เช่น เราได้คำถามจากลูกค้า เรามีรูปภาพที่หยิบขึ้นมา เมื่อสองอย่างผสมกันเราจึงได้คำตอบ ขอให้มองย้อนกลับไปที่ “คำถามจากลูกค้า” นั่นแหละคือสุดยอดแห่งวัตถุดิบเลยล่ะ เมื่อมีคำถามจากลูกค้า ถึงไม่ได้หยิบไพ่ขึ้นมา เราก็แทบจะแปลคำถามเป็นคำตอบได้แล้ว คุณว่าจริงมั้ย? อันนี้ไม่ได้มาดิสเครดิตกันนะครับ ผมพยายามพูดถึงกระบวนการ ทุกกระบวนการก็ต้องมี “วัตถุดิบ” ที่มีข้อเด่นข้อด้อยต่างๆกันไป “คำถามจากลูกค้า” ที่ตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมนั้น จัดว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดีเลยทีเดียว ในขณะที่การใช้ spread ก็คือการกำหนดฟอร์มคำถามเอาไว้ล่วงหน้า โดยมีรูปแบบที่คิดว่าน่าจะครอบคลุมชีวิตคนเราได้อย่างน้อยก็ส่วนใหญ่ๆ หน้าไพ่แต่ละใบ บวกกับความหมายของตำแหน่งไพ่ ก็คือการผสมกันของวัตถุดิบจนกลายเป็นคำตอบของคำถาม (ที่ลูกค้าไม่ได้เจาะจงถาม) นั่นเอง

เอาละ ทีนี้สุดท้ายแล้วมาพูดถึงเรื่อง “กรอบ” หลายคนปฏิเสธกรอบ แต่คุณว่าเราทุกคนมีกรอบมั้ยครับ? เวลาเราดูภาพๆหนึ่ง เราดูมันด้วยกรอบบางอย่างนะครับ ถึงไม่กำหนดกรอบชัดๆ แต่เรามีกรอบทางศีลธรรม กรอบทางความรู้ กรอบความเชื่อ กรอบความคิดมุมมองของเรา เราเห็นภาพชายหญิงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เราแนะนำลูกค้าวัยทีนของเราว่ายังไงบ้าง? แทนที่เราจะบอกว่า “สนุกให้สุดๆไปเลยน้องสาว” เรากลับบอกเธอว่า “ระวังความรักที่เต็มไปด้วยความใคร่ให้ดีนะ” ทำไมเราตีโจทย์ออกมาแบบนั้น? นั่นก็ด้วยเรามีกรอบศีลธรรมและประเพณีอย่างหนึ่งกำกับอยู่นั่นเอง การวางกรอบด้วยไพ่เมเจอร์สิบใบของผมก็เป็นกรอบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนทั่วไป คือมีตัวเรา มีครอบครัว มีสังคม มีความมุ่งหวัง และการเดินไปสู่จุดหมาย ฉะนั้นขอแค่เราเข้าใจตัวเองว่าเรากำลังใช้กรอบอะไรอยู่ และกรอบเหล่านั้นดีพอสำหรับวิถีชีวิตคนเราหรือไม่ หรือแม้แต่เราคิดว่าตัวเองไม่ได้ยึดกรอบอะไรเป็นรูปธรรม เวลาคุณอ่านไพ่ อย่างน้อยลองตอบตัวเองว่าทำไมถึงอ่านแบบนั้น ไม่อ่านแบบนี้ แค่นั้นคงพอทำให้คุณเห็นกรอบลางๆในตัวเองได้แล้ว

เซลติก ครอส (9)


นอกเหนือจากการตีความไพ่ไปตามตำแหน่งที่กล่าวมาแล้ว การเรียงเซลติกครอสแบบนี้ เราพอจะมองเห็นอาวุธสองชิ้น คือ ธนู กับ ดาบ ซึ่งคุณสามารถจะเลือกหยิบอาวุธชนิดไหนขึ้นมาใช้ และใช้ในเรื่องใดก็ได้ หรือคุณอาจค้นพบอาวุธอื่นๆจากไพ่สิบใบนี้ได้อีกมากมาย สุดแล้วแต่ภูมิปัญญาของแต่ละคนนะครับ

สำหรับธนูนั้น ผมเลือกใช้เมื่อมีเวลาว่างๆนั่งคุย นั่งวิเคราะห์ไพ่หกใบแรกมองดูพื้นเพของเจ้าชะตาที่ผลักดันให้เขาพุ่งไปข้างหน้า ตัวตนของเรานั้น จริงๆแล้วมีอะไรเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของเราเองบ้าง? หาได้น้อยมากนะครับ เราเป็นเราก็เพราะพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่จากการที่เราเดินตามพวกท่านก็จากที่เราเป็นขบถต้องการปลดแอกจากท่าน เราได้รับการอบรมเลี้ยงดู ได้รับทั้งคำชมเชยให้กำลังใจ หรือได้รับคำตำหนิติเตียนดุด่า เราอ่อนน้อมยอมรับหรือแข็งขืนดื้อดึง ต่างๆเหล่านี้ก็เหมือนคันธนูที่ดีดลูกธนูให้พุ่งไปข้างหน้า ไปหาเป้าหมาย ไปเจอผู้คน ไปเจอเรื่องราวต่างๆ ไปก่อประโยชน์ หรือไปสร้างปัญหาให้สังคม บางทีเมื่อรีดเดอร์ได้พูดคุยกับเจ้าชะตาถึงคำถามและคำตอบเฉพาะหน้าไปแล้ว หากมีเวลาก็อาจเอาไพ่ทั้งหกใบในรูปคันธนูนี้มาวิเคราะห์พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ไม่แน่เจ้าชะตาที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องปรับทัศนคติกับเรื่องใดๆ อาจจะเริ่มคิดได้ว่าเขาควรหันกลับไปมองเหตุการณ์ที่แล้วมา เพื่อปรับความรู้สึก ทำความเข้าใจกับบุคคลต่างๆที่มีบทบาทในอดีตเสียใหม่ เพื่อให้การเล็งธนูครั้งต่อไปเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และพุ่งสู่เป้าหมายที่ถูกต้องแม่นยำ

ส่วนดาบเล่มใหญ่ที่ประกอบด้วยไพ่ใบที่เจ็ดถึงสิบนั้น คุณสามารถหยิบมันขึ้นมาฟันธงให้คำตอบในคำถามหลักๆของเจ้าชะตาได้เลย ผมสังเกตบ่อยๆ คำถามที่ว่าจะสำเร็จมั้ย จะสมหวังมั้ย อะไรแบบนี้ ลองให้ใบที่เจ็ดเป็นใบตั้งต้น แล้วอ่านไล่ขึ้นไปตามลำดับ คุณจะพบว่ามันสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวที่เจ้าชะตาคาดหวังหรือกำลังลงมือกระทำ และเมื่อเขาอยากรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะได้ผลสรุปแบบไหน ลองใช้ดาบเล่มนี้ฟันลงไป มีโอกาสถูกมากกว่าผิดครับ

ป.ล. ยังมีวิธีเชื่อมโยงไพ่ปลีกย่อยอีกสองใบ สามใบ รวมทั้งจะกล่าวโดยสรุปเกี่ยวกับการสร้าง spread ซึ่งในตอนหน้าคงจะเป็นตอนจบแล้ว

เซลติก ครอส (8)

 

การเรียงเซลติกครอสในแบบของผมจะเรียงตามรูปนี่แหละครับ ก่อนจะมาเป็นรูปแบบนี้ผมได้ปรับเปลี่ยนโน่นนี่เรื่อยมาจนมาลงตัวในรูปแบบนี้ ลองดูดีๆมันเป็นการเรียงแบบเวียนตามจักรราศี (ทวนเข็มนาฬิกา) เริ่มจากจุดศูนย์กลาง The Magician เดินมาทางซ้ายเป็น The High Prietstess วนลงล่างมา The Empress เวียนขึ้นไปทางขวา เป็น The Emperor วนขึ้นบนเป็น The Hierophant  วนรอบลงทางซ้ายเป็น The Lovers แล้ววนต่อไปทางขวาไปสู่รอบนอกเป็น The Chariot จากนั้นเรียงขึ้นไปเป็นแถวจาก Strength, The Hermit และจบที่ The Wheel of Fortune

จากรูปแบบนี้ คุณพอจะเชื่อมโยงตำแหน่ง อะไร กับ อะไร เพื่อทายในเรื่องอะไรได้บ้าง? บางคนคิดได้เก่งกว่าผมนะ ลองเขียนมาแชร์กันสิครับ ยังไงเดี๋ยวผมมาอัพต่อ…

 

 

 

เซลติก ครอส (7)

ใบที่ 6 การปฏิสัมพันธ์ ซึ่งมีรากมาจาก The Lovers เป็นตำแหน่งเกี่ยวกับ “ความรัก” ถ้าคุณจะสนใจในเรื่องรักใคร่เป็นพิเศษ ไพ่ใบนี้น่าจะช่วยให้คุณเห็นภาพความรักและความสัมพันธ์ของเจ้าชะตาได้ รวมถึงภาพกว้างๆของการดำเนินชีวิตคู่ การครองตัวเป็นโสด การมีความสุข หรือทุกข์ เอาจริงเอาจัง หรือใส่ใจน้อยเกินไปในเรื่องความรัก ใบนี้ค่อนข้างจะสรุปได้ดีในภาพรวม แต่ไม่จำเป็นที่มันจะให้รูปภาพที่สื่อทันทีถึงกรณีขัดแย้ง ณ เวลานั้น หรือที่กำลังเป็นประเด็นปัญหาอยู่ บางทีคุณต้องมองดูใบแรกและใบที่สอง ซึ่งเป็นตัวตนและทัศนคติของเขาด้วยเพื่อเชื่อมโยงมาที่ใบที่หก ลักษณะการวางเรียงไพ่ทั้งสิบใบบนโต๊ะนั้นจะช่วยให้คุณเชื่อมโยงแต่ละตำแหน่งได้ง่าย ซึ่งผมจะบอกให้ในตอนท้าย อย่างไรก็ตาม ตำแหน่ง เดอะ เลิฟเวอร์ส นั้น มันคือการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่จำเป็นจะต้องเจาะจงในเรื่องรักใคร่อย่างเดียว โปรดสังเกตจากไพ่ห้าใบที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องราวการเจริญเติบโต การเรียนรู้ บ่มเพาะตัวตนของเราขึ้นมา จนมาถึงใบที่หกซึ่งเป็นจุดที่เราจะเดินออกไปพบปะสร้างสัมพันธ์กับคนอื่นๆในโลกภายนอก เราได้เอาตัวตนของเราไปพบเจอใครต่อใคร ได้เปรียบเทียบกัน ขัดแย้ง หรือสอดคล้องกันกับตัวตนของคนอื่น เรามีวิธีที่จะปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นอย่างไร หรือเรามีท่าทีอย่างไรในการเข้าสังคม

ใบที่ 7 กิจกรรมการงาน ซึ่งมีรากมาจาก The Chariot เป็นตำแหน่งของอาชีพ การทำมาหากิน หรือกิจกรรมต่างๆที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ เจ้าชะตาปฏิบัติอย่างไร มีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน หน้าไพ่น่าจะบ่งบอกอะไรให้คุณได้ว่าเขากำลังมีโครงการอะไรหรือไม่ บางคนกระตือรือร้นในการทำงาน มีพลังงานในตัวสูง บางคนยังเหมือนเด็กที่ไม่ค่อยมั่นใจในการจะก้าวไปข้างหน้า บางคนมีแผนการณ์สำหรับอนาคต บางคนหางานได้เร็ว หนักเอาเบาสู้ แต่บางคนเบื่อหน่าย ท้อแท้กับเรื่องยากๆ มันเป็นไพ่ที่ส่องดูพลังในตัวเจ้าชะตาได้ดีอีกใบหนึ่งครับ

ใบที่ 8 ปัญหาอุปสรรค ซึ่งมีรากมาจาก Strength เป็นตำแหน่งที่จะบอกได้ว่าเจ้าชะตากำลังเผชิญความยากลำบากใดๆหรือไม่ และเขามีวิธีมองอุปสรรคเหล่านั้นอย่างไร จากใบที่เจ็ดซึ่งเราเดินหน้าไปทำมาหากิน หรือทำกิจกรรมใดๆ มาถึงใบที่แปดแน่นอนว่าเราทุกคนย่อมต้องเจออุปสรรค หรือความท้าทาย เรามีกำลังใจมากพอจะรับมือมันได้มั้ย บางคนไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าชีวิตมีปัญหาเยอะแยะ เพราะสนุกกับทุกสิ่ง ภูมิใจกับทุกอย่างที่ตัวเองได้ทำ ขณะที่บางคนพลังใจอ่อนแอ เห็นทุกอย่างเป็นปัญหา เรื่องง่ายๆจึงกลายเป็นเรื่องยาก ไพ่ทุกใบจะกลายเป็นปัญหาได้เสมอถ้ามันแสดงผลมากเกินไปจนขาดความสมดุล อย่างไรก็ตาม นอกจากเราจะมองมันเป็นตัวอุปสรรคปัญหาแล้ว เรายังสามารถมองมุมกลับเพื่อใช้เป็นคำแนะนำสำหรับวิธีแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย อยู่ที่เราจะรู้จักดึงเอาความหมายของสิ่งนั้นๆมาเป็นประโยชน์ ในยามที่เราขาดกำลังใจ อะไรคือวิธีที่จะสร้างกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับเรา ใครจะช่วยให้กำลังใจเรา หรือใครจะกระตุ้นเราได้

ใบที่ 9 สิ่งที่อยู่ในจิตใจ ซึ่งมีรากมาจาก The Hermit ผมสังเกตมานานไพ่ใบที่เก้าของ spread อะไรก็ตาม มักหมายถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจของเรา มีอะไรอยู่ในใจเราบ้าง โดยเฉพาะกับประเด็นปัญหาเหล่านั้น เราแอบหวังลึกๆ เรากำลังวิตกกังวล เราอยากให้มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไพ่ใบนี้เปิดเผยให้เราได้เห็นลางๆว่ามีอะไรซ่อนอยู่ บางคนดำรงอยู่ได้ด้วยความหวังนะครับ บางครั้งไพ่หลายๆใบดูไม่ดีเอาเลย แต่เขาอยู่ได้ด้วยความหวังและความฝันอันสวยงามซึ่งมันปรากฏออกมาให้เห็นในไพ่ใบนี้ และนอกจากนี้ บ่อยครั้งที่ไพ่แสดงถึงสิ่งที่เขากำลังตัดสินใจจะทำหลังจากที่เผชิญเรื่องราวมาทั้งหมด

ใบที่ 10 บทสรุป ซึ่งมีรากมาจาก The Wheel of Fortune เป็นการสรุปประเด็นทั้งหมด ณ เวลานั้น เหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงมั้ย เรื่องจะดีขึ้นมั้ย ผมมักใช้ไพ่ใบนี้แอบทายในใจว่าเมื่อเขาฟังคำแนะนำจากเราแล้ว เขาจะดีขึ้นมั้ย จะเอาคำแนะนำไปปฏิบัติตามและจะทำได้มั้ย เขาจะทำใจได้มั้ยกับความผิดหวัง หรือว่าเรื่องทั้งหมดก็ยังคาราคาซังต่อไปอีกสักพัก ไพ่ใบนี้จะสรุปให้เราได้ แต่ถึงรู้ว่ามันไม่ได้เราก็ควรแนะนำในสิ่งที่ดีที่สุด เพราะยังไงคำแนะนำย่อมมีประโยชน์ไม่เร็วก็ช้า ส่วนใหญ่แล้วผมจะบอกเป็นนัยๆว่า เขาอาจต้องการเวลาสำหรับการเรียนรู้หรือการทำใจบ้าง พูดให้กำลังใจกันไป อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณสงสัยว่าไพ่ใบที่สิบใช้สรุปชีวิตของเจ้าชะตาได้มั้ยว่าชีวิตนี้จะยากดีมีจน จะไปได้ไกลสักแค่ไหน จะสมหวังในสิ่งที่ถามมั้ย สำหรับผมแล้วจะไม่ใช้งานเซลติกครอสแบบทายดวงชะตาทั้งชีวิต จะเน้นให้คำแนะนำและช่วยปรับพฤติกรรมมากกว่า แต่ถ้าคุณฝึกฝนเพื่อจะให้คำตอบอะไรแบบนั้น คุณก็ใช้ไพ่ใบนี้ทายได้ครับ แต่ส่วนตัวผมเห็นว่าการทายแบบนี้มีประโยชน์น้อยมากสำหรับเจ้าชะตา และบางทีเพราะคำทำนายไปตีกรอบชีวิตให้เจ้าชะตามากไป เลยแทนที่เขาจะไปได้ดีกว่านี้ กลับเดินตามเส้นชีวิตที่เราขีดให้เขาเพราะว่าเขาเชื่อคำทำนายของเรา ขอให้คิดให้รอบคอบก่อนเลือกวิธีทำนายนะครับ

เซลติก ครอส (6)

หวังว่าช่วงที่เว้นว่างไปคุณจะได้ทดลองและฝึกฝนอ่านไพ่สามใบแรกกันไปบ้างนะครับ เจตนาคืออยากให้คุณเห็นว่า spread ไพ่นั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ อยู่ที่เราเอา “จิต” ไปเพ่งตรงส่วนไหนของไพ่ เมื่อเราเลือกจะเชื่อมโยงกับไพ่ใบเดียว หรือสามใบก็ตาม เราก็ใช้ภาพตรงนั้นเป็นคำตอบให้เรา หากเราพอใจจะพูดคุยกับไพ่ทั้งสิบใบก็แค่ขยายกรอบมันออก ของแบบนี้ต้องฝึกและลองทำดูบ่อยๆ ถึงจะรู้ความแตกต่างของแต่ละวิธีและไม่สับสนว่าเรากำลังทำงานด้วยวิธีไหนอยู่ จะกลัวอะไรกับการมีหรือไม่มี spread ขอให้สนุกกับกรอบที่หลากหลายโดยไม่ไปดูถูกมัน แต่รู้จักจะใช้งานมัน แค่นี้ก็ถือว่าคุณเริ่มเดินมาบนเส้นทางเดียวกับผมแล้ว

เซลติกครอสของผมนั้น จะว่าไปไม่ได้สลับซับซ้อน มันเดินไปตามกรอบของไพ่เมเจอร์สิบใบนั่นเอง คือเรียงตามลำดับไปดังนี้ 1.The Magician 2.The High Priestess 3.The Empress 4.The Emperor 5.The Hierophant 6.The Lovers 7.The Chariot 8.Strength 9.The Hermit 10.Wheel of Fortune

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเพิ่งเริ่มท่องความหมายไพ่จากตำรา ยังไม่เคยตีความไพ่แต่ละใบให้กว้างๆ คุณอาจจะเก็ทช้าหน่อยกับ spread แบบนี้ ส่วนคนที่ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ไม่ได้ติดความหมายแคบๆแล้ว หรือได้เรียนรู้การเดินทางของทาโรต์มาบ้างไม่ว่าจะรูปแบบใด ก็จะสามารถประยุกต์ไพ่ทั้งสิบใบให้สอดคล้องกับตำแหน่งเซลติกครอสได้ง่าย เผลอๆคุณอาจใช้งานมันได้ดีกว่าผม พัฒนาให้มันกลายเป็นอาวุธทรงอานุภาพ มีฝีมือเก่งกล้ากว่าใครๆก็เป็นได้ เอาละ ในชั้นนี้ผมจะอธิบายเซลติกครอสทั้งสิบใบคร่าวๆก่อนนะครับ

ใบที่ 1 ตำแหน่งเจ้าชะตา ซึ่งมีรากมาจาก The Magician ตัวตนของคนเราปรากฏให้เห็นในรูปร่างหน้าตาที่ประกอบขึ้นจากธาตุสี่ มันเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้มากกว่าจะเป็นอะไรในเชิงนามธรรม แน่นอนว่าคุณจะมองมันเป็นรูปร่างหน้าตาก็ได้ มองมันเป็นฐานะ ความยากดีมีจน ระดับชั้นชน หรือมองมันเป็นตัวต้นเรื่องที่กำลังจะพูดถึง ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เจ้าชะตากำลังประสบอยู่ก็ได้ ไพ่ใบแรกเป็นอะไรที่คุณต้องใช้เซ้นส์ในการจับประเด็นของมันให้ได้ก่อน เมื่อจับต้นเรื่องได้แล้ว ไพ่ใบอื่นๆต่อมาจะสอดรับกันเป็นเรื่องราวที่ทำให้คุณอ่านไพ่ทั้งหมดได้ง่ายขึ้น

ใบที่ 2 ทัศนคติของเจ้าชะตา ซึ่งมีรากมากจาก The High Priestess จริงแล้วจะให้นิยามตำแหน่งที่สองนั้นยอมรับว่ายาก เราจะบอกว่ามันคือรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เจ้าชะตากำลังเผชิญ จะบอกว่าเป็นปัญหาอุปสรรคที่เจ้าชะตาเจอ หรือจะบอกว่ามันคือสิ่งที่มีอิทธิพลต่อเจ้าชะตา ฯลฯ อันนี้อยู่ที่ใครจะมองจริงๆ สำหรับผมขอเริ่มที่ “ทัศนคติของเจ้าชะตา” ซึ่งน่าจะทำให้เราเข้าใจปัญหาของเขาได้ดีขึ้นและมีประโยชน์สำหรับการให้คำปรึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด จะดีกว่าใช้ไพ่ใบนี้เพื่อทายทักเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว เมื่อไพ่ใบแรกคือตัวตนของเขา ไพ่ใบต่อมาก็คือทัศนคติมุมมองของเขา เหมือนแว่นตาหลากสีสัน ที่แต่ละคนมีไว้คนละอัน ถึงจะมองในสิ่งเดียวกัน แต่เลนส์แว่นตาประจำตัวเราจะทำให้เราเห็นในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น กับเหตุการณ์เดียวกัน บางคนเห็นเป็นโอกาส บางคนเห็นเป็นปัญหา กับชีวิตที่น่าจะอยู่กินสบายไม่เดือดร้อนพอๆกัน บางคนเห็นปัญหาเพราะรู้สึกว่าถูกกดขี่ (ไพ่ตัวอย่างคุณ เอ) กับอีกคนรู้สึกว่าอยากแสวงหาอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิตบ้าง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนก็ได้ (ไพ่ตัวอย่างคุณ ซี)

ใบที่ 3 พื้นฐานทางด้านจิตใจ ซึ่งมีรากมาจาก The Empress เป็นตำแหน่งที่ผมระบุว่าหมายถึง “แม่” นั่นเอง จากไพ่สองใบแรกอาจมองเหมือนการรวมกันของธาตุสี่บวกกับดวงจิตกลายเป็นคนคนหนึ่ง หรือตัวต้นเรื่องบวกกับทัศนคติมุมมองของเขา ต่อมาถึงไพ่ใบที่สามจึงเป็นการมองย้อนไปหารากเหง้าว่าคนผู้นี้ว่ามีพื้นฐานมายังไง กำเนิดมาแบบไหน ทำไมถึงได้มีตัวตนและทัศนคติแบบนั้น ได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่เพียงพอหรือไม่ เป็นไพ่ที่เน้นไปทางอารมณ์ความรู้สึกอยู่สักหน่อย ถ้าพูดถึงต้นไม้สักต้นก็ต้องมาดูว่า เมล็ดพันธุ์นี้เจริญเติบโตมาจากผืนดินที่ชุ่มชื้นดีรึเปล่า ถ้ากำลังพูดถึงปัญหาอะไรสักอย่าง นั่นก็หมายถึงการมองย้อนดูอดีตที่ผ่านมาว่าเรื่องราวได้ก่อตัวขึ้นมาอย่างไร

ใบที่ 4 พื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งมีรากมาจาก The Emperor หรือตำแหน่งของ “พ่อ” การเจริญเติบโตของเจ้าชะตาซึ่งได้รับอิทธิพลจากพ่อนั้น โดยปกติแล้วเป็นการเติมเต็มในแง่วัตถุ ฐานะของครอบครัว การกินอยู่ พื้นเพบ้านช่อง มีสภาพอย่างไร สุขสบายหรือลำบากต้องดิ้นรนมากแค่ไหน เหล่านี้เป็นภาระของ ดิ เอ็มเพอเรอร์ ที่จะต้องสร้างอาณาจักรขึ้นมาเพื่อคนในครอบครัวของเขา นอกจากนี้ ยังแสดงถึง “ภาวะผู้นำ” หรือ “เอกลักษณ์ความเป็นชาย” ที่เจ้าชะตาจะได้รับมาจากพ่อ ซึ่งสามารถเอาหน้าไพ่มาวิเคราะห์ได้ หากในส่วนนี้เป็นข้อด้อยหรือบกพร่องเกินไปก็จะส่งผลต่อตัวเจ้าชะตาในลักษณะต่างๆ และเนื่องจากตำแหน่งนี้ครอบคลุมในเรื่อง “บ้าน” เราจึงสามารถส่องดูความสัมพันธ์กับญาติพี่น้องได้ด้วยในกรณีที่เป็นประเด็นปัญหาขึ้นมา

ใบที่ 5 อิทธิพลทางความคิด ซึ่งมีรากมาจาก The Hierophant ตำแหน่งนี้เป็นเรื่องของความเชื่อ การศึกษาเล่าเรียน เขาได้รับการอบรมบ่มนิสัยมาอย่างไร บางคนเรียนรู้ง่าย เชื่อฟังผู้ใหญ่ บางคนดื้อรั้น ชอบแหวกกฏระเบียบ หลุดออกจากกรอบประเพณี บางคนเติบโตมากับสังคมที่มีความเชื่อบางอย่างซึ่งสิ่งนั้นกลายเป็นปัญหาเมื่อต้องไปดำเนินชีวิตในอีกสังคมหนึ่ง ไพ่ตำแหน่งนี้ยังรวมถึง “ผู้หลักผู้ใหญ่” ซึ่งมีอิทธิพลต่อเจ้าชะตา ถ้าเป็นที่บ้านก็ย่อมหมายถึงปู่ย่าตายายที่เราจะส่องดูเฉพาะเป็นรายบุคคลที่เป็นประเด็นขึ้นมา (อ่านรวมกับใบที่สี่ได้) ถ้าเป็นโรงเรียนก็ย่อมหมายถึงครูอาจารย์ การศึกษาวิทยาการต่างๆ ถ้าเป็นที่ทำงานก็หมายถึงเจ้านายระดับสูง ผู้กำหนดทิศทางขององค์กร อย่างไรก็ตาม ไพ่ใบนี้ไม่ได้ใช้มองบุคคลอื่นเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้มองย้อนดูตัวเจ้าชะตาได้ด้วยว่าเป็นครูที่ดีหรือไม่ เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักแค่ไหน เป็นผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมความดีงาม อยู่ในกรอบประเพณีมากน้อยอย่างไร ขอให้เลือกใช้ไพ่ทุกใบให้เหมาะกับสถานการณ์นะครับ

(อีก 5 ใบที่เหลือจะไม่ให้รอนาน)

Previous Older Entries

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.