ไตรภาค การเรียงไพ่ (จบ)

 

คุณเคยอะไรทำนองนี้มั้ยครับ คุณตั้งคำถามเช่นว่า “ฉันกับเขาใช่เนื้อคู่กันรึเปล่า?” พอหยิบไพ่ออกมา สมมุติว่าได้ “คิงไม้เท้า” คุณแปลมันไม่ออก ก็เลยหยิบไพ่เพิ่มเติม นัยว่าขอคำขยายความจากใบแรก แต่ไพ่ที่ได้กลับเป็น “สี่เหรียญ” ซึ่งคุณก็ยังแปลมันไม่ออกอยู่ดี ถ้าโชคร้ายกว่านั้น เกิดได้ไพ่ “แปดดาบ” หรืออะไรที่รู้สึกว่ามันขัดแย้งกับใบแรก แล้วทีนี้จะเชื่อใบไหนดีล่ะ ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ สรุปว่าคุณกับเขาใช่เนื้อคู่กันรึเปล่าล่ะเนี่ย?

ความจริงจะอธิบายเรื่องนี้ ผมอาจต้องรื้อระบบความคิดของคุณใหม่หมดก็ได้ บางทีการเดินไปหาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ สมัครเรียนกับเขา น่าจะช่วยให้คุณเข้าใจอะไรมากขึ้นครับ คุณอาจคิดว่าเข้าใจไพ่ได้ครบทุกใบแล้ว แต่เมื่อไพ่ใบหนึ่ง ไปปรากฏอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งคุณไม่คาดหวังว่ามันจะไปอยู่ตรงนั้น คุณจึงรู้สึกเหมือนกับว่าไพ่ไม่ได้ตอบคำถามคุณ ซึ่งอันนี้ยังไม่นับเรื่องคุณได้ตั้งคำถามชัดเจนดีแล้วหรือยัง เพราะบางครั้งเราก็ถามอะไรที่เป็นนามธรรมเกินไป และอื่นๆอีกมากมาย
 
แต่สำหรับตอนนี้ สิ่งที่พอจะช่วยคุณได้ก็คือ เมื่อต้องรับมือกับคำถามแบบกว้างๆ คุณควรจะกำหนดกรอบให้แคบและรัดกุมเข้าไว้ ดังเช่นตัวอย่างการเรียงไพ่ที่ผมกำลังแนะนำนี่แหละครับ ผมเรียกมันว่าการเรียงแบบ “รถศึก” ใช้สำหรับดูเรื่องอาชีพการงานโดยเฉพาะ

อย่าสับสนกับ “รถศึก” ของคนอื่นนะครับ ชื่อมันอาจจะซ้ำกันได้เป็นธรรมดา แต่วิธีของผมคงไม่ซ้ำใคร วิธีนี้ใช้ไพ่จำนวน 7 ใบครับ

ใบที่ 1 เจ้าชะตา ตัวตนของเขา ศักยภาพในตัวมีมากน้อยแค่ไหน บุคลิกลักษณะในการทำงานเป็นอย่างไร

ใบที่ 2 เป้าหมาย เขามีเป้าหมายในการทำงานอย่างไร มีแรงกระตุ้นหรือแรงผลักดันมากน้อยแค่ไหน ไพ่ตำแหน่งนี้สำคัญไม่น้อย เพราะบางคนมาถามเรื่องงาน แต่กลับพบว่าเจ้าตัวไม่ได้จริงจัง หรือไม่มีแรงกระตุ้นมากพอ ขาดเป้าหมายที่หนักแน่นชัดเจน หรือไม่ก็ตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินกว่าศักยภาพที่มีอยู่ เราสามารถวิเคราะห์ได้จากไพ่ใบนี้เชื่อมโยงกับใบแรก

ใบที่ 3 เพื่อนร่วมงาน สามารถตรวจดูความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้มากน้อยแค่ไหน บรรยากาศรอบๆตัวเขาเป็นอย่างไร ขัดแย้ง อึมครึม หรือว่าแจ่มใส เรื่องพวกนี้อย่าคิดว่าไม่สำคัญ หลายคนลาออกเพราะขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานมานักต่อนักแล้ว และในกรณีเป็นเจ้าของกิจการ ไพ่ตำแหน่งนี้สามารถใช้แทนผู้ร่วมหุ้นได้ด้วย

ใบที่ 4 แนวโน้มของธุรกิจ เป็นการมองเศรษฐกิจในภาพกว้าง ว่าธุรกิจนั้นกำลังมีทิศทางอย่างไร อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง เพราะบางทีเจ้าชะตาขยันแทบตาย แต่กลับพบว่า ธุรกิจที่เขาเกี่ยวข้องมันกำลังตกต่ำ ทำให้งานไม่เข้า ขายไม่ออก หรือบริษัทที่เขาทำงานอยู่อาจจะกำลังไปไม่รอด ซึ่งเกินอำนาจของเขาที่จะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้ หรือหากไพ่บ่งชี้ว่าธุรกิจกำลังเฟื่องฟูดี แต่เขากลับไม่ประสบความสำเร็จ เราก็จะได้วิเคราะห์หาจุดอ่อนของเขาต่อไป หรือในกรณีเจ้าชะตาเปิดหน้าร้านเล็กๆ ขายของอยู่ในย่านใดย่านหนึ่ง เราก็อาจตรวจสอบได้ว่า ทำเลค้าขายแถวนั้นมันคึกคักแค่ไหน มีกำลังซื้อเป็นอย่างไร คู่แข่งน่ากลัวหรือไม่ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นะครับ

ใบที่ 5 เจ้านาย หรือแรงสนับสนุนจากข้างบน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้านายดีหรือไม่ ช่วยส่งเสริมให้โอกาส ให้การอบรม เพิ่มพูนความรู้ความสามารถดีหรือไม่ หรือเจ้านายมีนโยบายมาถึงเขาอย่างไร ในกรณีเป็นเจ้าของกิจการ หรือทำงานอิสระเป็นนายตัวเอง ไพ่ใบนี้อาจไม่สำคัญอะไรนัก แต่บ่อยครั้งแม้คุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณก็ยังต้องวิ่งหาผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ นายทุน แหล่งเงินกู้ ผู้มีอิทธิพล หน่วยงานรัฐที่คุณต้องพึ่งพาอาศัย หรือบางกรณีอาจหมายถึงนโยบายของรัฐที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจของคุณก็เป็นได้ ขอให้เลือกใช้ให้เหมาะสมครับ

ใบที่ 6 มนุษย์สัมพันธ์ ความจริงแล้วตำแหน่งนี้กินความมากกว่ามนุษย์สัมพันธ์นะครับ ถ้างานของคุณจำเป็นจะต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี แต่ไพ่มันบอกว่ามนุษย์สัมพันธ์ของคุณแย่ ก็แน่นอนว่าอาชีพการงานคุณมีปัญหาแล้วล่ะ แต่ตำแหน่งนี้ยังแปลเป็นอย่างอื่นได้อีก เช่น ถ้าคุณกำลังค้าขายอะไรก็ตาม หลักๆแล้วตำแหน่งนี้ก็คือลูกค้าของคุณนั่นเอง เพราะการค้าขายควรมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หรือไม่มันก็บอกให้รู้ว่าคุณมีลูกค้าอุดหนุนมากน้อยแค่ไหน คุณเข้าถึงลูกค้าได้ดีหรือไม่ ขายเป็นมั้ย รวมไปถึงการติดต่อเจรจา จะมีปัญหาระหว่างการดิวกับคนอื่นหรือไม่ การพบปะผู้คนที่เกี่ยวกับงานล้วนต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีทั้งนั้น

ใบที่ 7 บทสรุป แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นตามปัจจัยทั้งหมด ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมาย 

เรามาดูตัวอย่างการเรียงไพ่ตามรูปข้างล่างกันเลยครับ

The Chariot
 
ชายวัยกลางคนอยู่ฝ่ายขายของบริษัทผลิตวัสดุบางชนิดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม มีปัญหากลัดกลุ้มใจจึงมาขอตรวจดวงการงาน ผมใช้ไพ่ชุด Thoth ให้เขาเลือก 7 ใบ ดังนี้ 1.Nine of Wands 2.Nine of Pentacles 3.The Magician 4.Eight of Pentacles 5.Ace of Swords 6.Five of Pentacles 7.Five of Swords

1a

ใบที่ 1 ดูเหมือนเจ้าชะตาจะเครียดไม่น้อย รู้สึกว่าเขาจะทำงานหนักทีเดียว ผมเห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่สุดปลายไม้เท้า เหมือนทำงานหามรุ่งหามค่ำ

2a

ใบที่ 2 เป้าหมายของงานก็คือรายได้ที่มากขึ้น เจ้าตัวบอกว่าทางบริษัทกำหนดให้เขาต้องทำยอดขายให้ได้ตามเป้า ซึ่งนี่เองทำให้เขาต้องเครียดอยู่ในเวลานี้

3a

ใบที่ 3 เพื่อนร่วมงาน ตำแหน่งนี้เป็นไพ่เมเจอร์เพียงใบเดียวที่เขาหยิบได้ ทำให้ผมสนใจมากเป็นพิเศษ คนในรูปภาพเหมือนมีหลายมือจับโน่นหยิบนี่ ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาคนเดียวแต่ทำงานสารพัด ไม่พึ่งพาอาศัยคนอื่นสักเท่าไหร่ มันอาจจะเป็นสาเหตุให้เขาต้องเหน็ดเหนื่อยมากขึ้นก็เป็นได้

4a

ใบที่ 4 แนวโน้มของธุรกิจ ได้ไพ่แปดเหรียญ เป็นรูปต้นไม้ออกดอกมาแปดดอก แสดงถึงความเจริญงอกงาม แต่ละดอกยังมีใบม้วนมาปกป้องเอาไว้ บ่งบอกถึงทิศทางของธุรกิจว่ายังเข้มแข็งดีอยู่ และสามารถจะเติบโตต่อไปได้อีก ฉะนั้นสภาวะเศรษฐกิจย่อมไม่ใช่ปัญหาหลักของเรื่องนี้

5a

ใบที่ 5 เจ้านาย หรือแรงสนับสนุนจากข้างบน ได้ไพ่หนึ่งดาบ มีวงแหวนรัศมีอยู่ปลายดาบคล้ายมงกุฏ แสดงว่าเขาได้รับโอกาสจากเจ้านาย อาจเพิ่งจะได้เลื่อนขั้น ถึงตรงนี้เขาจึงยอมรับว่า ได้เลื่อนมาเป็นหัวหน้าเซล และจะต้องทำยอดขายให้ได้ แต่บรรดาลูกน้องของเขาก็ยังขายกันไม่ค่อยได้ เขาก็ต้องเหนื่อยวิ่งขายเองเป็นส่วนใหญ่

6a

ใบที่ 6 ได้ไพ่ห้าเหรียญ ซึ่งก็ตรงตามที่เขาบอก คือหาลูกค้าไม่ค่อยได้นั่นเอง

7a

ใบที่ 7 ได้ไพ่ห้าดาบ มันเรียงเป็นรูปดาวกลับหัว ซึ่งก็แน่นอนว่าเขาคงทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

จากใบที่ 6 และ 7 เราจะเห็นได้ทันทีว่าผลลัพธ์มันห่างไกลจากเป้าหมายคือใบที่ 2 ฉะนั้นคำแนะนำคือต้องลดเป้าหมายลง ตรงนี้ผมต้องพูดกับเขาตรงๆ คุณลดเป้าหมายนั้นลงได้มั้ย เขาคิดแล้วตอบว่าคงพอได้ หรือมันก็คงต้องเป็นอย่างนั้น คือช่วยไม่ได้ที่เขาจะต้องไปต่อรองกับเจ้านายอีกที แต่ยังไงมันก็เสี่ยงที่เขาจะโดนไล่ออกถ้าสุดท้ายแล้วยอดขายมันไม่กระเตื้อง ซึ่งผมก็ย้ำคำเดิม ก็นั่นแหละ ผมหมายถึงเป้าหมายของชีวิตคุณ คุณรับงานนี้เพราะมันได้เงินดีใช่มั้ย แต่ถ้างานมันโหดเกินไป คุณต้องยอมลดเป้าหมายของตัวเองลงนะ ผมดูจากไพ่ใบที่ 1 เก้าไม้เท้า และใบที่ 3 เดอะ แมจิกเชี่ยน แสดงว่าคุณมีความสามารถสูงทีเดียวล่ะ คุณมีโอกาสเติบโตได้อีก ถ้าล้มก็จะลุกขึ้นได้ใหม่ ไม่ว่าจะอยู่ที่นี่ หรือต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น…

สำหรับการเรียงแบบนี้ ไพ่ทุกตำแหน่งสามารถแปลเป็นคำแนะนำได้หมดครับ ถ้าเห็นว่าตำแหน่งไหนคือปัญหา เราก็แค่แนะนำตรงตำแหน่งนั้น เช่นกรณีนี้ ผมเห็นว่าใบที่ 3 มีความสำคัญมาก ผมจึงเตือนเขาว่า ต่อไปต้องระวังเรื่องทีมงาน ถ้ามีลูกน้องเก่งๆสักหน่อยเขาคงจะสบายกว่านี้เยอะ อย่าพยายามฉายเดี่ยว หรือทำอะไรด้วยตัวเองคนเดียวจนเคย แต่ก็ไม่รู้นะครับว่าสุดท้ายแล้วเขาจะตัดสินใจยังไงต่อไป ก็ได้แต่หวังว่าคำแนะนำทั้งหมดจะช่วยให้เขาพบทางออกได้บ้าง…

 

เอาล่ะครับ มาถึงการเรียงแบบสุดท้ายที่เอามาแนะนำ มันคือการเรียงแบบ “ไพ่ 3 ใบ” เป็นวิธีง่ายๆสำหรับผู้ฝึกหัดอ่านไพ่เชื่อมโยงกับตำแหน่งไพ่ เพื่อให้เกิดความเคยชินก่อนจะหันไปใช้การเรียงที่มีตำแหน่งซับซ้อนมากขึ้น แม้จะเป็นแบบพื้นฐานแต่ก็มีประโยชน์มาก และนิยมใช้กันโดยแพร่หลาย ผมไม่ได้คิดเองครับ เป็นรูปแบบที่จะต้องตั้งคำถามให้ชัดเจน แล้วผู้ทายจะแปลไพ่โดยยึดตามคำถามนั้น วิธีนี้ไม่เหมาะกับการทายใจว่าผู้ถามอยากจะรู้เรื่องอะไร

ใบที่ 1 เจ้าชะตา โดยนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องที่เจ้าชะตาถามถึง
ใบที่ 2 ปัญหา และอุปสรรค
ใบที่ 3 ความเป็นไปได้ในสิ่งที่มุ่งหวัง วิธีแก้ไข หรือทางออกของปัญหา

หญิงสาววัยยังไม่เบญจเพส ตรวจเช็คดวงชะตาทั่วไป ระหว่างสนทนากันก็ได้พูดไปถึงเรื่องธรรมะ และสถานที่ปฏิบัติธรรมต่างๆ เธอจึงถามขึ้นว่าดวงเธอเนี่ย พอจะปฏิบัติธรรมได้สำเร็จมากน้อยแค่ไหน ผมจึงใช้ไพ่ชุด Lo Scarabeo Tarot ให้เธอหยิบ 3 ใบ 1.Six of Cups 2.Seven of Cups 3.The Sun

three cards 

ใบที่ 1 เจ้าชะตา เห็นภาพแล้วรู้สึกว่าอารมณ์ยังห่างไกลจากความสงบทางธรรมอยู่มาก แม้ภาพนี้บ่งบอกถึงหญิงสาวที่มีหัวใจอันบริสุทธิ์ (โปรดสังเกตผลแอพเปิ้ลในมือที่ยังไม่ได้โดนกัด) แต่ก็เป็นความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแบบเด็กๆที่พร้อมจะเรียนรู้ชีวิตอีกมาก หากพาเธอไปปฏิบัติธรรม เธอย่อมว่านอนสอนง่าย และซึมซับกับการเรียนรู้ ณ เวลานั้น แต่เมื่อปล่อยเธอกลับไปสู่สังคม เธอก็พร้อมจะถูกชีวิตด้านอื่นดึงดูดไปอย่างไม่ยากเย็น

ใบที่ 2 ปัญหา หรืออุปสรรค อันนี้ค่อนข้างชัด สภาวะจิตของเธอยังมีเรื่องราวต่างๆให้สนใจอีกมาก จิตยังไม่นิ่งพอว่าอย่างนั้นเถอะ และเป็นได้ว่าเรื่องราวความรักแบบวัยรุ่นยังมีอิทธิพลเหนือกว่าการปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นธรรมดาของสาววัยนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร (โปรดสังเกตที่ผิวน้ำว่าพญางูมาแล้ว)

ใบที่ 3 จึงเป็นคำแนะนำ ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องฝืนธรรมชาติให้เธอสละโลกมานั่งปฏิบัติธรรม ขณะเดียวกันเราก็ไม่ต้องตัดโอกาสการเรียนรู้ธรรมของเธอเช่นกัน ไพ่ใบนี้ผมแนะนำว่า เธอสามารถปฏิบัติธรรมให้เหมาะสมกับวัยของตัวเอง ปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสุข มีจิตใจปลอดโปร่งแจ่มใส คลายความเครียดจากชีวิตประจำวัน ช่วยให้มองโลกในแง่ดีอะไรแบบนั้น ยังไม่ถึงกับจะมุ่งไปสู่ทางหลุดพ้น หากมีโอกาสเมื่อไหร่ก็ขอให้เข้าวัดปฏิบัติธรรมบ้างเถอะ ยังไงก็ดีอยู่แล้ว

ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของวิธีเรียงไพ่ที่ผมพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ อย่างน้อยก็คงทำให้คุณเริ่มสังเกต หรือพยายามวิเคราะห์หลักคิดของคนอื่นบ้าง ไม่แน่ว่า สักวันหนึ่งคุณอาจจะคิดค้นการเรียงไพ่ในแบบของตัวเองเอามาแบ่งปันกันบ้างก็ได้ครับ…

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 26, 2009 at 5:55 am ความเห็น (14)

ไตรภาค การเรียงไพ่ (2)

 

การเรียงไพ่แบบแรกที่อยากจะแนะนำเรียกว่า “ศรรักปักใจ” ใช้กรณีถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชะตากับคนรักครับ ที่นำเสนอรูปแบบนี้เพราะอยากจะเอาใจคนเล่นเน็ตโดยเฉพาะ :-)

จริงแล้วก็ไม่ใช่การเรียงไพ่สำหรับชาวเน็ตอะไรหรอกครับ แต่ผมเห็นว่าวัยรุ่นคนเล่นเน็ตมักถามดวงกันด้วยเรื่องความรัก ถามถึงเค้าคนนั้น ถามถึงอดีตแฟน หรือแฟนคนปัจจุบันที่กำลังมีปัญหากัน อันว่าชีวิตรักนั้นมักเกิดปัญหาได้เสมอทุกวี่วัน แต่คนเราใช่จะเดินไปหาหมอดูแล้วเจาะจงถามถึงเรื่องแฟน เพราะต่างก็คิดว่าเรื่องกุ๊กกิ๊กแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องวิ่งไปหาหมอดู ทั้งที่มันทำให้ใจเราร้อนรุ่มกระวนกระวายกว่าเรื่องอื่นเสียอีก บางคนอาจจะเกรงใจหมอที่จะไปถามด้วยเหตุเพียงเพิ่งเลิกกับแฟนมา นานๆทีถ้ามีโอกาสนั่งหน้าหมอดูก็คงจะอ้อมโลกเช็คดวงชะตาไปเรื่องอื่นๆให้หมดทั้งชีวิต แล้วค่อยวกมาถามถึงเรื่องที่ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ซึ่งถึงตอนนั้นหมอจะช่วยคลายทุกข์ใจให้ได้หรือไม่เปล่าก็ไม่รู้ เขาอาจจะย้ำอยู่นั่นแหละว่า งานคุณเด่น เงินคุณดี พูดแล้วพูดอีก ทำเป็นลืมเรื่องรักๆใคร่ๆ คล้ายไม่อยากพูดถึงมัน การณ์จะปรึกษาหารือกันก็เลยกลายเป็นพูดๆ ทายๆแบบขอไปที 

ฉะนั้นเรื่องที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามันเล็กน้อย เป็นเรื่องง่ายๆ ก็เลยต้องเก็บเอามาถามกันตามเว็บบอร์ด ทั้งๆที่ส่วนตัวของผมเอง กลับรู้สึกว่าไอ้เรื่องรักๆใคร่ๆนี่แหละ ที่ควรจะไปนั่งตรวจเช็คหัวใจกันโดยละเอียด ไม่ใช่ไปหยอดถามที่โน่นที ถามที่นี่ที สุดท้ายจะได้รับความสบายใจรึเปล่าก็ไม่รู้

เอาละ วิธีเรียงไพ่แบบ “ศรรักปักใจ” จะใช้ไพ่ด้วยกัน 6 ใบนะครับ

ใบที่ 1 เจ้าชะตา ตัวตนของเจ้าชะตา การแสดงออกในด้านความรักเป็นอย่างไร ดูได้จากใบนี้
ใบที่ 2 คนรักของเจ้าชะตา ตัวตนของเขา มีการแสดงออกในด้านบวกหรือลบต่อเจ้าชะตา สามารถดูได้จากใบนี้
ใบที่ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์ดีหรือไม่ดียังไง น่าพอใจหรือไม่ หรือกำลังมีปัญหาหนักเบาแค่ไหน
ใบที่ 4 ปัจจัยภายนอก เป็นไปได้ทั้งเรื่องของบุคคลที่สาม เรื่องครอบครัว พ่อแม่ญาติพี่น้อง ฐานะความเหมาะสมทางสังคม ใบนี้อาจจะเป็นใบสำคัญขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ความรักบางทีก็ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนที่มีอารมณ์ปรารถนาตรงกัน หรือมีใจให้กันเท่านั้น แต่ปัจจัยภายนอกอาจจะเข้ามาเป็นตัวกำหนด หรือกำลังมีอิทธิพลเหนือจิตใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยก็ได้
ใบที่ 5 คำแนะนำ ใบนี้จะมีประโยชน์เมื่อความสัมพันธ์มีปัญหา หรือพบกับอุปสรรค แต่คุณอาจไม่ต้องใส่ใจกับมันมากก็ได้ หากว่าความรักทั้งปัจจัยภายในและภายนอกกำลังดีอยู่แล้ว จริงแล้วไพ่ตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะหยิบได้ไพ่อะไรก็สามารถแปลเป็นคำแนะนำได้หมด แม้จะเป็นไพ่ร้ายขึ้นมาโดดๆใบเดียว ผู้ชำนาญก็สามารถแปลเป็นคำแนะนำได้เสมอ ถ้าคุณเห็นว่าเขาพอใจกับความรักอยู่แล้ว ก็อาจจะแนะนำเล็กๆน้อยๆ เพื่อช่วยให้ชีวิตคู่ราบรื่นก็ได้ แต่พึงระลึกเสมอว่ามันมีไว้สำหรับแนะนำ ไม่ต้องหยิบมาทายเป็นประเด็นให้เขาวิตกกังวล เป็นต้นว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ชีวิตคู่ที่กำลังดีๆอยู่อาจจะพลิกผันไม่สมหวัง ไม่ควรทำอะไรแบบนั้นนะครับ
ใบที่ 6 บทสรุป สถานการณ์ของความสัมพันธ์ในระยะยาว หรือผลที่น่าจะเป็นไปได้หลังจากปฏิบัติตามคำแนะนำ

วิธีเรียงตามรูปข้างล่างนี้ครับ เรามาดูตัวอย่างกันก่อน

The Cupid's Arrow

ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ มาปรึกษาดวงชะตาเรื่องอื่นก่อน ในตอนท้ายจึงขอถามเรื่องความรักสักหน่อยไม่ให้เสียเที่ยว ถามเขาว่ามีแฟนรึยัง เขาบอกมีแล้ว ผมเลยว่าถ้างั้นตรวจดูสถานการณ์ความรักระหว่างเขากับแฟนดีมั้ย อย่าดูดวงความรักแบบกว้างๆเลย ไม่มีประโยชน์ เขาตอบตกลง

ใช้ไพ่ชุด The Fey Tarot หยิบได้มีดังนี้ 1.Nine of Cups 2.Six of Pentacles 3.Three of Pentacles 4.Eight of Swords 5.Five of Swords 6.Three of Wands

1

ใบที่ 1 จากรอยยิ้มของคนในภาพแสดงว่าชายหนุ่มคนนี้ มีความสุขกับความรักของเขามากทีเดียว

2

ใบที่ 2 แฟนของเขา ท่าทางเป็นคนใจดี มีฐานะ เขาแจกจ่ายอะไรออกไป ดูเขาใช้เงินเก่งอยู่นะ เมื่อเอาสองใบมาเทียบกันยังไม่พบอะไรที่จะบ่งบอกถึงปัญหา

3

ใบที่ 3 ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หรือสถานการณ์ปัจจุบัน ผมเห็นคนในภาพนั่งแกะสลักเหรียญอย่างตั้งใจ น่าจะเป็นชายคนนี้แหละ ส่วนแฟนของเขายืนอยู่ข้างหลัง เมื่อเอาทั้งสามใบมารวมกัน จะเห็นว่าจากใบแรก ผู้ชายนั่งสบายๆ แต่ได้มานั่งทำงานด้วยความตั้งอกตั้งใจในใบที่สาม เพื่ออะไร? ถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างฐานะให้ดีขึ้น เขาทำเพื่อเธอนั่นเอง

จากไพ่สามใบผมสรุปสั้นๆว่า เขาทั้งคู่รักกันดี ดูเหมือนตอนนี้เขากำลังทำงานเก็บเงินสร้างครอบครัวอยู่ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นเช่นนั้น

4

ใบที่ 4 ปัจจัยภายนอก ดูเหมือนปัจจัยภายนอกจะเป็นอุปสรรคซะแล้ว ผู้หญิงในภาพถูกมัดด้วยผ้าสีแดง มีดาบเล่มใหญ่ปักอยู่ ถ้าหญิงคนนี้คือแฟนของเขา อะไรคือปัจจัยภายนอกที่พันธนาการเธอเอาไว้ล่ะ? ดาบเล่มงามเหมือนมีอำนาจเหนือเธอ จากความเป็นไปได้ผมเดาว่าคือพ่อแม่ของเธอนั่นเอง ผมเลยถามตรงๆ พ่อแม่ของแฟนกีดกันเขาหรือเปล่า เขาว่าไม่เชิงกีดกัน ประมาณว่าตัวเขาเองไม่คู่ควรมากกว่า เพราะครอบครัวฝ่ายหญิงมีฐานะร่ำรวย เขายังไม่มีเงินไปสู่ขอ และยังไม่กล้าสู้หน้าพ่อแม่ของแฟนเท่าไหร่

5

ใบที่ 5 คำแนะนำ ในเมื่อรับรู้ถึงปัญหาแล้ว ไพ่ใบนี้จึงเป็นคำแนะนำ ซึ่งผมต้องมองภาพอยู่นิ่งๆพักนึงทีเดียวล่ะ กว่าจะสะดุดกับผ้าสีแดงที่ปลิวสะบัด มันไม่ได้พันธนาการหญิงสาวอีกแล้ว คำแนะนำก็คือ ให้เขาใช้ดาบของเขาตัดผ้านั้นออก แก้พันธนาการให้เธอ ดาบเล่มนั้นแม้ไม่ได้สวยงามอย่างใบที่ 4 แต่มันก็ดูใหญ่และหนักแน่น ผมบอกให้เขาใช้ความรักเอาชนะพ่อแม่ของแฟน แม้สุดท้ายเขาอาจจะหาเงินได้ไม่มากพอ หรือไม่ค่อยเป็นที่ถูกใจพวกท่านนัก ก็คงจะช่วยไม่ได้ ยังไงความรักของเขาทั้งสองก็ต้องดำเนินต่อไปอยู่ดี ความรักบางครั้งก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสมบูรณ์เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างหรอก ดูจากไพ่ใบที่สาม เขาขยันขันแข็งทำงานเก็บเงินนั่นก็ถือว่าดีแล้วสำหรับอนาคต

6

ใบที่ 6 บทสรุป หรือความสัมพันธ์ในระยะยาว คนในภาพขุดฝังเมล็ดพันธุ์เอาไว้ และมันกำลังเจริญเติบโตอย่างสวยงาม ถือเป็นบทสรุปที่ดี ผมบอกให้เขาพยายามต่อไป และทำตามคำแนะนำ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเขาสมหวังแน่

จากตัวอย่างคุณจะเห็นว่า วิธีเรียงไพ่ที่ผมคิดค้นขึ้นมานี้ ได้วางตำแหน่งต่างๆเอาไว้ค่อนข้างรอบคอบ คือชั้นแรกพิจารณาถึงตัวตนของทั้งคู่และสถานการณ์ของความสัมพันธ์ ถ้ายังไม่พบปัญหาอะไร ก็ยังมีไพ่ที่เป็นปัจจัยภายนอกให้ตรวจสอบอีกชั้น บางคู่นั้นอาจจะพบปัญหาตั้งแต่สามใบแรกเลย เนื่องจากความรักที่มีไม่เท่ากัน นิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่หาย ข้อบกพร่องของแต่ละฝ่าย ภาวะทางอารมณ์ที่เกินจะรับไหว หรือบางคนแอบปันใจให้คนอื่น ซึ่งกรณีรักนอกใจนั้น คุณสามารถดูไพ่ใบแรก หรือใบที่สอง เอาไปเชื่อมโยงกับใบที่ 4 มันจะบอกเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว ส่วนใบที่ 3 ก็สามารถดูเชื่อมโยงกับใบที่ 6 ว่าแนวโน้มของความสัมพันธ์จะไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ตาม การดูดวงข้างต้น คุณจะเห็นผมได้พูดคุยซักถามกับเจ้าชะตา ไม่ใช่แค่ดูรูปภาพแล้วสามารถผูกเรื่องราวเป็นฉากๆ เหมือนมีตาทิพย์อยู่ตลอดเวลา เมื่อผมถามนำไป เจ้าชะตายอมรับ แล้วเขาก็จะให้รายละเอียดกลับมา ซึ่งทำให้ผมสามารถอ่านไพ่ใบต่อไปได้ง่ายขึ้น สำหรับผมแล้วการดูหมอที่ได้ประโยชน์นั้น คือการพูดคุยปรึกษาหารือกัน ไม่ใช่แค่นั่งลงแล้วรอรับคำทำนายเพียงอย่างเดียว

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 21, 2009 at 7:56 am ความเห็น (8)

ไตรภาค การเรียงไพ่ (1)

 

a

ตั้งใจว่าจะแนะนำรูปแบบการเรียงไพ่ทาโรต์อย่างง่ายๆ สั้นๆ สัก 3 แบบ แต่ทำไปทำมากลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะรายละเอียดมันมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องขยายเป็น 3 ตอน หวังว่าคุณผู้อ่านจะติดตามด้วยความเพลิดเพลิน ไม่เบื่อกันไปซะก่อนนะครับ

“การเรียงไพ่” ถ้าจะเรียก tarot layout หรือ spread ก็คงจะเข้าใจตรงกันไม่มีใครสงสัย แต่พอเจาะจงจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเกิดไม่แน่ใจว่า ภาษาไทยเขาใช้คำอะไรกันแน่ ต้องไปเปิดตำราเก่าๆของ อ.ขุนทอง อสุนีฯ ซึ่งได้ตีพิมพ์ตำรายิปซีออกมาก่อนใครเพื่อน พบว่ามีใช้ทั้ง “ลักษณะการวางไพ่” และ “วิธีเรียงไพ่” ส่วนตัวผมรู้สึกว่า “เรียงไพ่” มันตรงกับลักษณะและอาการมากที่สุดก็เลยใช้คำนี้แล้วกัน

ต้องเกริ่นให้เข้าใจก่อนว่า การอ่านไพ่ของหมอดูโดยทั่วไปนั้น อาจแยกกว้างๆได้สองลักษณะ คือ 1.อ่านไปตามหน้าไพ่ล้วนๆ และ 2.อ่านหน้าไพ่ โดยยึดกรอบความหมายของตำแหน่งไพ่ ที่ถูกกำหนดขึ้นตามการเรียงไพ่ในรูปแบบต่างๆ (พูดง่ายๆคือ ความหมายไพ่ โยงเข้ากับ ความหมายของตำแหน่งไพ่)

ลักษณะแรกนั้น ไม่ได้สนใจตำแหน่งของไพ่ หรืออาจจะไม่มีโอกาสได้กำหนดมันเอาไว้ก่อน ซึ่งพักหลังๆจะเห็นบ่อยที่มีคนหยิบไพ่ด้วยตัวเอง 4 ใบ 7 ใบก็ตามแต่ เอามาโพสต์ถามในเว็บบอร์ด หากไม่ได้แจ้งว่าเป็นการเรียงไพ่แบบไหน แต่ละตำแหน่งมีความหมายอย่างไร ก็กลายเป็นไฟต์บังคับของหมอดู ที่จะต้องช่วยแปลโดยไม่คำนึงถึงรูปแบบการเรียง

เช่น หยิบมา 4 ใบ ถามเรื่องความรัก ซึ่งทำไมต้อง 4 ใบก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะหยิบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากเว็บไซต์ที่ไหนสักแห่งรึเปล่าก็ไม่รู้ ในเมื่อหมอดูไม่สามารถจะรู้ได้ ก็คงทำได้เพียงมองหาไพ่ดีๆ ถ้ามีก็พอจะทายได้ว่าความรักคุณดี หรือสมหวังในสิ่งที่ถาม ถ้าไพ่ร้ายก็แสดงว่ารักคุณแย่ หากมีทั้งไพ่ดีและร้ายปนกัน หมอดูก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าเรื่องราวมันเอียงไปทางไหน บ้างก็ใช้ความชำนาญเฉพาะตัว ผสมไพ่สองสามใบผูกเป็นเรื่องราว เพื่อให้ได้รายละเอียดมากขึ้น หรือวิธีง่ายๆคือแปลเรียงไปตามลำดับ ใบแรกๆอาจจะดี แต่พอถึงใบที่ 4 มันแย่ แสดงว่าบทสรุปไม่ดี ดังนี้เป็นต้น

จะว่าไปการอ่านตามหน้าไพ่ล้วนๆนั้น ก็นับว่าสะดวกไปอย่างหนึ่ง หากว่าหมอดูเป็นผู้กำหนดเอง ไม่ใช่โดนไฟต์บังคับ กล่าวคือ อาจจะไม่ต้องมีการตั้งคำถาม เพียงแต่ลูกค้าหยิบไพ่ตามที่กำหนด อาจเป็น 5 ใบ 7 ใบ 10 ใบ ฯลฯ ซึ่งคำทำนายทายทักก็จะเป็นไปตามความหมายของไพ่นั้นๆ เช่น ถ้ามีไพ่เหรียญเยอะ ก็บอกเขาว่า ดวงคุณจะรวย และถ้าไม่มีไพ่ถ้วย หรือไม่มีไพ่ความรักดีๆขึ้นมาด้วย ก็อาจทายว่า ฐานะดีแต่ความรักไม่เด่น หรือเห็นไพ่รักซ้อน ก็เตือนว่าระวังมือที่สามเข้ามาแทรก ถ้ามีไพ่เดินทาง ก็อาจแนะว่า ชีวิตเดินทางบ่อยๆแล้วโชคดี จะไปได้ดีต่างถิ่นแดนไกล อะไรประมาณนั้น เรียกว่าเป็นการแปลตามไพ่จริงๆ ชีวิตลูกค้าจะไปในทิศทางใดขึ้นอยู่กับหน้าไพ่ที่เขาหยิบ (การดูดวงชะตาแบบทายพื้นดวง ได้เกิดความเห็นต่าง บางกลุ่มมองว่าการสุ่มหยิบไพ่เพียงครั้งเดียว ไม่น่าจะยึดถือมากำหนดชีวิตคนทั้งชีวิต ซึ่งผมก็เห็นด้วยเช่นนั้น แต่จะไม่ขอพูดให้แตกประเด็นออกไปไกล)

b

 

ทีนี้มาถึงการอ่านไพ่ลักษณะที่สอง คือ อ่านหน้าไพ่ โดยยึดกรอบความหมายของตำแหน่งไพ่ อันเป็นที่มาของการเรียงไพ่ในรูปแบบต่างๆนั่นเอง

ทำไมจึงต้องมีรูปแบบการเรียงไพ่? คำตอบก็คือ เพื่อช่วยให้อ่านไพ่ได้ง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น และใช้งานได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด มันเสมือนเป็นเครื่องมือที่เราจะหยิบเอามาใช้ให้เหมาะกับงาน การเรียงไพ่แต่ละแบบจะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ไม่มีการเรียงแบบไหนจะเหมาะสมไปทุกเรื่องแบบครอบจักรวาล ถึงแม้เราจะพยายามทายให้ครอบจักรวาล แต่มันก็จะได้แค่ประมาณหนึ่ง มันยังมีการเรียงแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะเหมาะสมกว่าถ้าต้องการจะดูให้ละเอียดยิ่งขึ้น เหมือนกับว่า เวลาอ่านตัวหนังสือเล็กๆ เราอาจส่องด้วยแว่นขยาย แต่ถ้าต้องการจะดูเชื้อโรค เราต้องส่องด้วยกล้องจุลทัศน์ และหากจะดูดาวบนฟ้าให้ชัดๆ ก็ต้องส่องด้วยกล้องโทรทัศน์ อุปกรณ์ที่ใช้ย่อมจะแตกต่างกันไป

c

 

รูปแบบการเรียงไพ่นั้น มีอยู่เป็นร้อยๆแบบ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีผู้คิดแบบใหม่ๆขึ้นมาอยู่เสมอ ปกติแล้วก็เพื่อสะดวกในการใช้งานของคนคิดนั่นเอง อันนี้คุณสามารถค้นได้ตามเว็บไซต์ต่างประเทศ มันมีการเรียงแบบง่ายๆ และได้ผลอยู่เยอะแยะเลยทีเดียว แต่เพื่อให้คุณมองเห็นในภาพรวม ผมอยากจะแบ่งรูปแบบการเรียงไพ่อย่างกว้างที่สุดออกเป็น 2 แบบ

แบบที่ 1.สำหรับใช้พยากรณ์เป็นหลัก มักสร้างขึ้นมาเพื่อทำนายอดีต ปัจจุบัน อนาคต ในไพ่เซ็ตหนึ่งๆจะมีจำนวนกี่ใบหรือมีรายละเอียดปลีกย่อยยังไงก็ได้ แต่มักจะต้องระบุถึงอดีต ปัจจุบัน และสุดท้ายสำคัญที่สุดคือ อนาคต บางเซ็ตนั้นอาจกำหนดให้ครอบคลุมทุกเรื่องของชีวิต เช่น กำหนดให้มีตำแหน่งของ งาน เงิน สุขภาพ ความรัก อารมณ์ จิตใจ ฯลฯ เอาไว้ตายตัวเพื่อไม่ให้พลาดในทุกรายละเอียด เชื่อว่ารูปแบบแรกนี้เป็นที่นิยมมานาน เพราะลูกค้ามาหาหมอดูก็ล้วนอยากรู้ดวงชะตาอนาคตกันทั้งนั้น งาน เงิน ความรัก อารมณ์จิตใจ นิสัยของตัวเองจะเป็นยังไง อะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต ไม่ต้องตั้งคำถามให้ยุ่งยาก แค่หยิบไพ่ตามกำหนดคุณก็จะได้ “คำทำนาย” กลับไป

แบบที่ 2.สำหรับใช้ตอบคำถามและให้คำปรึกษา รูปแบบนี้อาจจะมีมานานแล้ว ในลักษณะเป็น “พระรอง” แต่รู้สึกว่าจะค่อยๆเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงหลัง มันเป็นการเซ็ตไพ่ขึ้นมาเพื่อให้คำตอบแบบเฉพาะเจาะจง ลูกค้าจะต้องตั้งคำถามถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไพ่อาจจะทำนายอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในเรื่องนั้นๆด้วยก็ได้ แต่จุดประสงค์หลักจริงๆคือ การให้คำแนะนำและชี้ทางออกของปัญหา ประโยชน์ที่ได้ชัดเจนคือ ได้คุยกันแบบตรงประเด็น เช่น ลูกค้ามีปัญหากลัดกลุ้มเกี่ยวกับการทำงาน เมื่อเดินมาหาหมอดู ก็จะถามเฉพาะเรื่องงาน แล้วก็ปรึกษาหารือกันในเรื่องนั้น พูดคุยกันจนได้แนวทางปฏิบัติ หรือได้รับความสบายใจ เกิดความมั่นใจ มีพลังในการทำงานต่อไป เสร็จแล้วลูกค้าก็ขอลากลับ ไม่จำเป็นจะต้องไปรับรู้ดวงชะตาฟ้าลิขิตในเรื่องอื่นๆ พ่อแม่ญาติพี่น้อง เดินทางใกล้ไกล ไม่ได้พูดถึง

การเรียงไพ่ 2 แบบอย่างกว้างๆนี้ ขอให้เลือกใช้ให้เหมาะกับแนวทางของคุณ ถามตัวเองก่อนว่าคุณต้องการจะเป็นนักพยากรณ์ หรืออยากจะเป็นที่ปรึกษา คุณอาจจะเป็นได้ทั้งสองอย่าง แต่การเรียงไพ่แต่ละแบบก็มักจะเน้นไปในทางใดทางหนึ่ง พยายามมองให้ออกครับ อย่าเอามาใช้งานผิดประเภทกัน เช่น การเรียงแบบที่เน้นให้คำปรึกษา ก็ไม่ควรเอามาใช้ฟันธงอนาคต

อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำอีกหน่อย คือ ก่อนนำวิธีเรียงไพ่ใดๆมาใช้นั้น คุณต้องทำความเข้าใจกับความหมายของทุกตำแหน่งให้ดี พยายามสงสัยและตั้งคำถามกับมัน “ทำไมต้องมีตำแหน่งนี้”… “ตำแหน่งนี้ต้องการจะบอกอะไร”… “สิ่งที่บอกนั้น มันมีประโยชน์อะไร” ฯลฯ การตอบคำถามเหล่านั้น ก็เพื่อให้คุณเข้าใจวิธีเรียงไพ่อย่างกระจ่าง และใช้งานมันได้ดี ไม่หลงประเด็น ไม่ใช่ว่าเขาเซ็ตวิธีเรียงมาให้ กำหนดความหมายแต่ละตำแหน่งเอาไว้ เราก็อ่านๆจำๆ แล้วเอามาใช้งาน บางทีก็แปลออก บางทีก็แปลไม่ออก หรือแปลผิดไปจากเจตนาของเขา เพราะไม่เข้าใจว่าตำแหน่งนั้นๆ มันพยายามสื่ออะไร

บางคนเมื่อตัดสินใจเลือกวิธีเรียงไพ่แบบใดๆมาใช้งาน ก็จะทำความคุ้นเคยกับมันก่อน ด้วยการทำสมาธิ กำหนดจิตไปยังความหมายของตำแหน่งไพ่ทุกตำแหน่ง ไล่เรียงไปตั้งแต่ใบแรกจนถึงใบสุดท้าย ทำซ้ำๆ หลายๆครั้ง เพื่อให้การเรียงแบบนั้นๆ บันทึกลงไปยังจิตส่วนลึก ทำให้ใช้งานมันอย่างได้ผลเต็มที่

อีกอย่างที่จะแนะนำคือ สำหรับทาโรต์รีดเดอร์ คุณน่าจะเรียงไพ่แบบ เซลติก ครอส (The Celtic Cross) ได้ด้วย เพราะถือเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง มันสารพัดประโยชน์ ใช้ได้ทั้งการพยากรณ์และให้คำปรึกษา แล้วแต่ใครจะกำหนด ทุกวันนี้ผมก็ยังคงใช้งานมันพร้อมๆกับศึกษาค้นคว้า พัฒนาศักยภาพของมันไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด

d

 

เกริ่นมาพอสมควร(มาก)แล้ว ทีนี้เรามาดูวิธีเรียงไพ่แบบง่ายๆกันดีกว่าครับ ผมคิดค้นขึ้นมาเองเพื่อสะดวกในการทำนาย เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนยุคนี้ เลยเอามาแบ่งปันกัน

 

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 19, 2009 at 6:36 am ความเห็น (4)

มองไพ่ ทายภาพ

 

วันนี้ผมนำตัวอย่างการใช้ไพ่ทาโรต์ โดยทำนายด้วยรูปภาพ เปรียบเทียบกับการทายตามความหมายพื้นฐานที่จดบันทึกกันมา ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้มีเจตนาจะชี้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะผมเองก็ยอมรับว่ามันดีด้วยกันทั้งสองแบบ ใครชำนาญแบบไหนก็สามารถทายทักได้เหมือนกันครับ แม้คำทำนายบางครั้งอาจไปกันคนละทาง ก็ไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าทางไหนถูกทางไหนผิด ขอเพียงไม่นำพาเจ้าชะตาเข้ารกเข้าพง หากทายแล้วช่วยให้เขาเห็นทางออกของปัญหา ก็นับว่าใช้ได้แล้ว

ตัวอย่างทั้งหมดวันนี้ มาจากไพ่ชุด Navigators Tarot of the Mystic Sea ซึ่งเป็นชุดที่ผมใช้ฝึกฝนดูรูปภาพ พอเริ่มเป็นแล้วก็ได้ใช้งานมันอยู่ช่วงระยะหนึ่ง ทำให้มีเรื่องราวที่พอจะนึกย้อนกลับไปได้บ้าง ลองมาดูกันนะครับ

 

The Tower

ผู้ถามเป็นญาติใกล้ชิดกับนักเขียนท่านหนึ่ง ได้มาถามเกี่ยวกับการส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลด้านวรรณกรรมซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ถามว่าในปีนั้น นักเขียนท่านนั้นจะคว้ารางวัลชนะเลิศได้หรือไม่ เขาหยิบได้ไพ่ The Tower

ความหมายที่ทราบกันโดยทั่วไปของ The Tower คือความล้มเหลว ผิดหวัง ผมจึงทายว่าคงจะไม่ได้รางวัล เขาถามต่อว่า ถ้างั้นใครจะได้รางวัล พร้อมกับมีรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายมาให้พิจารณา ตรงนี้ผมไม่ได้สนใจในรายชื่อเหล่านั้น เพียงแต่มองไปยังภาพบนหน้าไพ่ รู้สึกถึงความแตกแยกท่ามกลางสถานการณ์ร้อนระอุ ผู้หนึ่งโดนล่ามโซ่ติดกับหลัก ประหนึ่งพวกติดยึดกับหลักการบางอย่าง อีกผู้หนึ่งก้มหน้าหลีกลี้ไปตามเส้นทาง คล้ายพวกแสวงหาทางเลือกใหม่ พลันผมสะดุดกับมงกุฏอันหนึ่ง มันตกหล่นอยู่ที่พื้นใกล้กับหมูป่า ผมจึงชี้ให้ผู้ถามมองตามว่า “ดูสิ มงกุฏไปตกใส่หัวหมูซะแล้ว”….

เหมือนผู้ถามจะเข้าใจเรื่องราว แต่ผมยังอธิบายเพิ่มเติม “ผู้ชนะคราวนี้คงจะเป็นม้านอกสายตา ไม่ใช่นักเขียนเก่าที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่ยังไงก็นับว่าเขามีฝีมือพอตัว ผมคิดว่าถึงเขาจะเป็นหมู แต่ก็เป็นหมูเขี้ยวตัน”

ภาพนี้บอกเรื่องราวได้ตรง เพราะผลการประกวดออกมา ผู้ชนะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ ซึ่งปีนั้นความเห็นของคนแวดวงวรรณกรรมขัดแย้งกันพอสมควร บางพวกเห็นด้วย บางพวกก็ไม่เห็นด้วย

 

Hanged Man

 

ผู้ถามรายนี้เป็นเพื่อนของผมเอง ครั้งหนึ่งเขาติดต่อมาเพื่อขอให้ผมตรวจเช็คดวงการงานให้หน่อย เราจึงนัดหมายเจอกัน ณ สถานที่อันสามารถรับประทานอาหารแลเครื่องดื่มได้ พร้อมกับมีมุมอันรโหฐานพอที่จะกางไพ่ดูดวงได้ (จะบรรยายทำไมเนี่ย ฮิฮิ :^) เขาหยิบได้ไพ่ The Hanged Man

ความหมายที่ทราบกันโดยทั่วไปของไพ่ The Hanged Man คือ ชีวิตสะดุด งานติดขัดมีปัญหา บ้างก็เจาะจงว่าถ้าถามถึงงานก็มีโอกาสเปลี่ยนงาน หรือกำลังตกงาน

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้สนใจความหมายเหล่านั้นมากไปกว่ารูปภาพที่เห็น ผมเห็นคนในภาพแม้ถูกแขวน แต่ก็พยายามดำดิ่งลงไปใต้ท้องน้ำเพื่อเก็บหอยมุก ผมจึงบอกเพื่อนว่า ช่วงนี้ขอให้อดทนอีกสักหน่อย ความพยายามของเขาจะนำมาซึ่งความสำเร็จในอาชีพการงาน เขาบอกว่าหลังจากล้มเลิกอาชีพเดิมไปแล้ว ตอนนี้กำลังจะเริ่มงานใหม่ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ผมเห็นภาพคนดำน้ำ จึงถามเขาว่าเป็นอาชีพเกี่ยวกับน้ำ หรือต้องทำงานใกล้แหล่งน้ำหรือไม่ เขาถึงกับหัวเราะร่วน เฉลยว่ากำลังจะเป็นครูสอนดำน้ำ ตอนนี้กำลังสอบเอาใบรับรอง ถ้าสอบได้ก็จะได้เป็นครูผู้ช่วยอีกระยะหนึ่ง แล้วค่อยๆเก็บชั่วโมงบิน (ชั่วโมงดำน้ำ) ไปเรื่อยๆเพื่อไต่เต้าไปตามลำดับ

ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน รูปภาพมันตรงซะขนาดนั้น เพื่อนผมกำลังจะเป็นนักดำน้ำ… ปกติแม้ผมจะทายไพ่ด้วยการดูรูปภาพ แต่ก็ไม่คิดจะแปลภาพแบบเถรตรงอย่างนั้น แต่คุณเชื่อเถอะว่า มีบ่อยที่ภาพมันบอกเราดื้อๆ แบบเว้ากันซื่อๆเลย

จากวันนั้น เพื่อนผมพยายามจนประสบความสำเร็จ เขาได้กลายเป็นครูสอนดำน้ำ คอยเป็นไกด์นำนักประดาน้ำทั้งชาวไทยและต่างประเทศแหวกว่ายในทะเลอันดามันตราบจนทุกวันนี้

 

 Three of Pentacles 

รายนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ เธอมาดูดวงชะตาทั่วไปแล้วหยิบได้ไพ่ Three of Pentacles

ความหมายที่ทราบกันโดยทั่วไปของไพ่ Three of Pentacles คือ การทำงาน บ้างก็ระบุไปเลยว่าทำงานหาเงิน มีงานจ็อบเสริมรายได้ หรือร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม แต่บางคนเน้นหนักไปที่เรื่องเงินเพียวๆ เพราะเห็นเป็นไพ่เหรียญ เช่นว่าจะมีโชคด้านการเงิน

แต่สำหรับกรณีนี้ ผมไม่ได้สนใจความหมาย หากมองเห็นรูปภาพคนกำลังขมักเขม้นนั่งพิมพ์งานดึกๆดื่นๆ (ผมรู้สึกยังงั้น) มองลงไปใต้โต๊ะก็เห็นมีกองหนังสือ ทำให้นึกถึงตำราหรือแหล่งข้อมูลค้นคว้าอะไรประมาณนั้น ผมจึงทักว่า ช่วงนี้คุณตั้งใจทำงานบางอย่างที่ต้องค้นคว้าข้อมูลใช่หรือไม่ เธอตอบว่า ตอนนี้กำลังเร่งงานวิจัยระดับปริญญาโท อยากถามว่างานนี้จะสำเร็จด้วยดีหรือไม่ ผมก้มมองภาพอีกครั้ง รู้สึกถึงความตั้งอกตั้งใจของคนในภาพ เขาตั้งใจจริงๆนะ แล้วก็ไม่เห็นเหตุแห่งความล้มเหลวใดๆปรากฏด้วย ผมจึงทายว่า เธอจะทำสำเร็จ ไม่ต้องห่วง

ผลออกมาตรงตามคำทำนาย งานวิจัยของเธอผ่านฉลุย ไม่มีปัญหาอะไรเลย ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า เป็นเพราะดวงชะตาฟ้ากำหนดชีวิตเธอเอาไว้ หรือเพราะคำทำนายของผมช่วยกระตุ้นความมุ่งมั่นให้เธอ หรือเพราะเธอมุ่งมั่นอยู่แล้ว ผมเพียงแต่เห็นได้จากรูปภาพแล้วก็ทายไปตรงๆ… เรื่องของการทำนายและผลที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นสิ่งลี้ลับน่าค้นหาอยู่เสมอ ขอเพียงคุณค่อยๆคิด ค่อยๆมองให้รอบด้าน อย่าด่วนสรุปเพียงกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อนก็แล้วกันนะครับ

อ้อ… เผื่อใครชอบทายไพ่ Three of Pentacles เกี่ยวกับเงินๆทองๆ เผอิญงานวิจัยของเธอมันเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ จริงด้วยครับ เธอเรียนมาทางด้านการเงินน่ะ

 

Queen of Cups

รายสุดท้ายมาถามถึงลูกชายวัยยังไม่พ้นสิบขวบ ซึ่งมีโรคประจำตัวบางอย่าง และขณะนั้นอาการได้กำเริบขึ้นจนต้องส่งโรงพยาบาล คนเป็นแม่หยิบได้ไพ่ Queen of Cups

อันที่จริงมีไพ่ใบอื่นๆที่บ่งบอกปัญหาสุขภาพของลูกด้วย แต่ผมจะไม่นำมาพูดถึง จะขอพูดเฉพาะไพ่ Queen of Cups ซึ่งความหมายอย่างหนึ่งที่ทราบกันโดยทั่วไปคือ เป็นไพ่เกี่ยวกับความเป็นแม่ หากจะทายว่าเธอมีสัญชาตญาณของผู้เป็นแม่สูง มีความรักและห่วงใยลูกอย่างเหลือล้นก็คงจะทายไม่ผิด และย่อมโดนใจเธออย่างแน่นอน

แต่ในครั้งนี้ผมเกิดมองไปที่ลำแสงจากดวงจันทร์ ส่องกระทบแก้วใบใหญ่ในมือของราชินี แล้วสะท้อนลงผิวน้ำ ผมดันไพล่ไปนึกถึงการส่งสารทางโทรจิต แล้วก็ดันอธิบายไปว่า “แสงตกกระทบในภาพนี้คือ สื่อทางใจระหว่างแม่กับลูก แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่คุณจะรู้สึกได้ยามที่ลูกป่วย”

เธอรีบเล่าทันที นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกล้มฟุ้บ ตอนนั้นลูกอยู่ที่บ้าน ส่วนเธออยู่ที่ทำงาน จู่ๆเธอรู้สึกใจคอไม่ดีก็เลยโทรกลับไปหาคนที่บ้าน ปรากฏว่าเขากำลังจะพาลูกไปโรงพยาบาลกันพอดี…

นี่เป็นบางตัวอย่างที่อยากเอามาแชร์กันในวันนี้ครับ ถึงคุณจะเป็นหมอดูไพ่แบบจำความหมาย หรือแบบดูรูปภาพก็ตาม ผมเชื่อว่าคุณทุกคนย่อมจะมีช่วงเวลาที่ได้สื่อเรื่องราวจากรายละเอียดของภาพ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ถ้าเป็นไปได้อยากให้มาแชร์ประสบการณ์กันครับ จะเขียนโพสต์ไว้ในนี้ หรือจะอีเมลมาถึงผมก่อนก็ได้ที่ jitpan@hotmail.com เพื่อผมจะได้นำมันมาแบ่งปันให้คนอื่นต่อไป

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 6, 2009 at 6:36 am ความเห็น (17)