ถึงคิวยูเรนัสย้าย

กลางดึก อังคาร 24 ก.พ.52

 
เด็กๆเคยเล่นหมุนรอบตัวเองเป็นลูกข่าง หมุนติ้วๆไปสักพักก็จะเวียนหัว ทรงตัวไม่อยู่ พยายามเดินก็โซซัดโซเซเป็นที่ตลกขบขันกัน ถ้ายังสนุกเพลิน หมุนต่อไปมากๆเข้า ถึงกับคลื่นไส้จะอ้วกเอาเลยก็มี

เรื่องนี้ต้องถามนักบัลเล่ต์ครับ เขาถนัดการเต้นท่าหมุน หมุนเท่าไหร่ก็ไม่เวียนหัว…

เทคนิคของเขาก็คือ การทำ spotting  คือหาจุดสมมุติขึ้นมาจุดหนึ่งตรงหน้า ให้สายตาจับจ้องเฉพาะที่จุดนั้น ไม่ว่าศีรษะและลำตัวจะหมุนควงไปกี่รอบก็ตาม เมื่อหมุนครบแต่ละรอบสายตาก็จะกลับมาจ้องเฉพาะที่จุดเดิม จะไม่มองอะไรสะเปะสะปะตามศีรษะที่หมุนไป ทำได้อย่างนี้ก็จะไม่รู้สึกเวียนหัวเลย แต่จะให้ดีเมื่อหมุนไปด้านหนึ่งแล้วกี่รอบก็ตาม เวลาหยุดหมุนควรจะหมุนกลับทิศไปอีกด้านหนึ่งเสียหน่อยก็จะช่วยได้เยอะ

uranus

ผมเปิดปฏิทินโหราศาสตร์ของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว เห็นว่า วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2552 ดาวมฤตยู จะเดินย้ายจากราศีกุมภ์ เข้าสู่ ราศีมีน เวลา 14.01 น. แถมเวลาไล่เลี่ยกันคือ 11.15 น. ดาวจันทร์ ก็โคจรทับ ดาวเกตุ ที่ราศีเมษ ทำให้รู้สึกว่า งานนี้สงสัยใครหลายคนคงจะเจอเหตุการณ์ที่ชวนให้หงุดหงิดงุ่นง่าน ฟุ้งซ่านรำคาญใจกันไม่มากก็น้อย…

พูดถึงดาวใหญ่อย่างมฤตยู มันสถิตอยู่ ราศีกุมภ์-ธาตุลม มานาน 7 ปีแล้ว พอถึงคราวต้องย้ายเข้า ราศีมีน-ธาตุน้ำ ก็ย่อมจะส่งผลสั่นสะเทือนเป็นธรรมดา และแน่นอนว่ามันจะสั่นสะเทือนตั้งแต่ก่อนย้ายราศี คือตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงต้นเดือนมีนาคมนั่นแหละครับ คงไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในวันที่ 2 มีนาคมเพียงวันเดียว (แต่ถ้ารอดูช่วงกลางเดือนมีนาคมไปแล้ว ดาวอาทิตย์ ย้ายเข้าสมทบที่ราศีมีน ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง)

เมื่อ 7 ปีก่อนโน้น ตอนที่ดาวมฤตยูกำลังย้ายจาก ราศีมังกร-ธาตุดิน เข้าสู่ ราศีกุมภ์-ธาตุลมนั้น ชีวิตผมจะว่าไปก็พลิกผันตามดวงดาวพอสมควร คืออาชีพการงานต้องเปลี่ยนแปลงลักษณะงานไปเกือบจะสิ้นเชิง จัดว่าเป็นช่วงที่ต้องประคองตัวอย่างมาก เพราะโยกย้ายไปอยู่ในงานที่ตัวเองไม่ถนัดเอาเสียเลย

จนถึงวันนี้มีโอกาสมานั่งนึกย้อนดู… 7 ปีแล้วหรือนี่!

ในครั้งนั้นดาวมฤตยูย้ายราศีวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2545 เวลา 22.41 น. ค้นข้อมูลจากวิกิพีเดียพบว่า รุ่งขึ้นคือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2545 รถไฟขบวนหนึ่งที่นำนักแสวงบุญฮินดูกลับจากอโยธยา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันตกของรัฐคุชราต ซึ่งเป็นรัฐทางฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย ถูกเผาโดยผู้ก่อความรุนแรงชาวมุสลิม มีผู้เสียชีวิตบนรถไฟ 58 คน เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดการจลาจลตอบโต้ นำไปสู่การเสียชีวิตของมุสลิมนับพันคน!

ยังไงก็แล้วแต่ จะโทษที่ดาวมฤตยูดวงเดียวคงไม่ได้ เพราะเหตุการณ์อะไรก็ตามย่อมเกิดจากปัญหาที่เรื้อรังมานาน แล้วค่อยๆสุมตัวมากขึ้นจนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย อย่างในช่วงนั้น ถ้าวิเคราะห์จากดวงดาวก็พบว่า ดาวเสาร์ ตัวทุกข์โทษได้มาสถิตอยู่ที่ ราศีพฤษภ อันเป็นราศีประจำอินเดียฝั่งตะวันตก อยู่ก่อนแล้วประมาณ 11 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2544 และรอท่าอยู่จนถึงช่วงที่ ดาวราหู ย้ายเข้ามาสมทบที่ราศีเดียวกันในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2545 จนกระทั่งถึงช่วงวิกฤติ ดาวมฤตยู ย้ายมาทำมุมตั้งฉากอยู่ที่ราศีกุมภ์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2545 อย่างที่บอก

ถ้าใครได้เรียนรู้ธรรมชาติของดาวแต่ละดวงจะเข้าใจได้ว่า ดาวเสาร์ (เก็บกด เครียด คิดมาก) เมื่อมาเจอกับ ดาวราหู (รวมตัว มัวเมา ปลุกปั่น ยั่วโทสะ) และถูกจุดชนวนด้วย ดาวมฤตยู (เหตุฉับพลัน ระเบิด ฟุ้งกระจาย)

คนเราถ้าตกอยู่ท่ามกลางกระแสสังคมหรือข่าวสารที่ปลุกระดมความเกลียดชังมานาน เมื่อถึงคราวมีอะไรมาจุดชนวนให้อารมณ์กระเจิดกระเจิง สุดท้ายก็มีแต่ความเสียหายแบบยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่…

uranusgaia

ความจริงเขียนเรื่องดาวมฤตยูย้ายราศี ไม่มีเจตนาจะทำนายทายทักเรื่องร้ายๆ เป็นปกติของผมที่เมื่อดาวสำคัญย้ายครั้งหนึ่งก็จะเขียนถึงเขาซะทีหนึ่งเพื่อระลึกนึกถึง แต่เมื่อพูดถึงแล้วมันก็อดเตือนไม่ได้

ดาวมฤตยู คนโบราณถือว่าเป็น “เทพยูเรนัส” หรือเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า ในทางโหราศาสตร์จัดเป็นดาวธาตุลม เป็นอากาศธาตุ หรือแก๊ส จึงต้องระวังเรื่องแก๊สระเบิด หรือระเบิดต่างๆ ส่วนภัยธรรมชาติก็จะเกี่ยวกับพายุใหญ่ที่เกิดในมหาสมุทร คลื่นซัดฝั่ง เรืออับปาง อะไรเทือกนั้น เพราะว่าดาวมฤตยูได้ย้ายเข้าราศีมีนธาตุน้ำทะเล

ส่วนความหมายที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ดาวมฤตยู จะเกี่ยวกับจิต ถ้าเป็นด้านลบก็คือความวิปริตทางจิต ความฟุ้งซ่าน ถ้ามีอะไรมายั่วยุก็จะระเบิดออกมาได้ง่าย ดังนั้นควรใช้หลักจิตวิทยาเพื่อรักษาอารมณ์ของผู้คนให้อยู่ในความสงบ อยู่ร่วมกันด้วยเหตุผล อย่าปล่อยให้มีการยั่วโทสะจนร้อนระอุ โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลเองก็ไม่ควรท้าทายกลุ่มผู้ชุมนุมจนเกินไป หรือแม้แต่มีท่าทีไม่สนใจใยดี ไม่หวั่นเกรงอันตรายก็ไม่เหมาะ ตรงกันข้าม ควรหาคนที่วาจาดี พูดไพเราะน่าฟัง พยายามไปสื่อสารกับพวกเขาบ่อยๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจนเกินไป

เรื่องจิตวิปริตนี่ต้องรวมถึงกามวิปริตด้วยนะครับ เพราะช่วงนี้ ดาวศุกร์ ซึ่งเกี่ยวกับกามรมณ์นั้นเดินผิดปกติอยู่ในราศีมีนอยู่แล้ว เมื่อมีดาวมฤตยูเข้ามากระทบก็ยิ่งต้องระวังมากขึ้น สาวๆทั้งหลายจะไปไหนดึกๆเปลี่ยวๆไม่ค่อยดีครับ และต้องระวังไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายนโน่นเลย แต่บางกรณีหมายถึงสมัครใจได้เสียกันลับๆก็มีเหมือนกันครับ (ซึ่งถ้าเป็นคนดังก็คงจะอื้อฉาวน่าดู)

สำหรับเรื่องทั่วไป หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ถูกอิทธิพลของดาวมฤตยูเข้ามากระทบ รู้สึกเหมือนมีเรื่องราวต่างๆรบกวนจนไม่มีสมาธิเอาเสียเลย บางอารมณ์ก็สับสนวุ่นวายโดยไม่รู้สาเหตุ หรือกระวนกระวายอยากจะโคจรไปตามที่ต่างๆ แต่เผอิญว่ายังไปตอนนี้ไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามทำให้รู้สึกอึดอัด

คำแนะนำก็คือ หาจุด spotting ให้เจอครับ อาจเป็นเป้าหมายในชีวิตคุณ เป้าหมายของงานคุณ หรืออะไรก็ตามที่คุณสนใจซึ่งเป็นเรื่องสร้างสรรค์ แล้วพยายามใส่ใจแต่เฉพาะเรื่องนั้น ไม่ว่าปัญหาต่างๆจะหมุนวนไปรอบตัวคุณก็ไม่ใส่ใจ เพียงแต่เพ่งสมาธิไปยังจุดๆเดียว

ถ้าทำอย่างนี้ได้ คุณก็จะเป็นเหมือนนักบัลเล่ต์ที่หมุนควงอย่างสวยงามโดยไม่เวียนหัวเลย…

เผยแพร่ใน: on กุมภาพันธ์ 25, 2009 at 1:18 am ความเห็น (17)

จิ๊กซอว์ความสุข

happiness1

: เมื่อวานฟังจากเอเอ็ม 963

นิทานเรื่องปีศาจทั้ง 4

มีปีศาจอยู่ 4 ตน ไม่อยากให้มนุษย์มีความสุข จึงปรึกษาหารือกันจะเอา “ความสุข” ไปซ่อนไว้เพื่อไม่ให้มนุษย์หาเจอ จะได้มีกันแต่ความทุกข์

ปีศาจ 1 เสนอไอเดีย น่าจะเอาความสุขไปซ่อนไว้ใต้ทะเล

ปีศาจ 2 ว่า น่าจะเอาความสุขไปซ่อนในป่า

ปีศาจ 3 ว่า น่าจะเอาความสุขไปซ่อนที่น้ำตก

ปีศาจ 4 ฉลาดกว่าใครเพื่อน มันบอกว่า ถ้าเอาความสุขไปซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ มนุษย์ก็เดินทางไปหาจนเจออยู่ดี ถ้างั้นเอาความสุขซ่อนไว้ในตัวมนุษย์เองนั่นแหละ เชื่อเถอะ มนุษย์วิ่งหาเท่าไหร่ก็หาความสุขไม่เจอ

จบนิทาน

 jigsaw1

: วันนี้ฟังจากเอเอ็ม 963

โบราณนานมานักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “อะตอม” เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด คำว่า “อะตอม” เป็นภาษากรีกแปลว่า “สิ่งที่แบ่งแยกไม่ได้” ประมาณว่ามันมีขนาดเล็กที่สุดแล้ว มันอยู่คงที่แล้ว แยกส่วนลงไปกว่านั้นไม่ได้แล้ว

“อะตอม” มันคงเป็นสุดยอดแห่ง “อัตตา” ว่างั้นเถอะ

แต่พระพุทธเจ้าค้นพบเมื่อกว่า 2,500 ปี ว่าทุกสรรพสิ่งหาใช่ “อัตตา” ไม่ แท้จริงล้วนเป็น “อนัตตา”

ต่อมาก็มีการค้นพบว่า “อะตอม” นั้นยังมีส่วนที่เล็กยิ่งกว่า มันถูกแยกออกเป็น อิเลกตรอน โปรตอน นิวตรอน…

ผมคิดว่า วิทยาศาสตร์คงค่อยๆพิสูจน์ทีละเล็กละน้อยถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบ สักวันเราคงได้ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์จากนักวิทยาศาสตร์หลายยุคสมัย เอามาประกอบกันเพื่อยืนยันคำสอนของพระพุทธเจ้า

 

: วันนี้สำหรับคำถามที่ว่า “ความสุขเกิดได้จากอะไร?”

ผมหยิบไพ่ทาโรต์เผื่อใครหลายๆคนที่กำลังรอคอยความสุขอยู่ในเวลานี้

ได้ไพ่ Wheel of Fortune

wheel-of-fortune1

ไพ่กงล้อแห่งโชคชะตา ในกรณีนี้ ถ้าจะมองเป็น “กงล้อแห่งกรรม” น่าจะตรงกว่า

กฏแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ความสุขย่อมอยู่ที่การกระทำ ทำสิ่งที่เป็นความสุขก็จะเกิดสุข ให้ความสุขแก่คนอื่น ความสุขก็จะย้อนกลับมาหาเรา แต่ถ้าทำสิ่งตรงกันข้าม ก็จะได้รับผลตรงกันข้ามเช่นเดียวกัน อยากให้จิตเกิดปีติสุข ก็ต้องปฏิบัติที่จิต ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ทุกสิ่งยังไม่สาย พยายามเข้าครับ

ป.ล. สำหรับกัลยาณมิตรทุกท่าน Rightview Online คลอดนิตยสารออนไลน์ ฉบับไตรมาสแรกปี 2009 ออกมาแล้วครับ ความยาว 49 หน้า บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะที่น่าสนใจไว้มากมาย ลองโหลดอ่านกันดูนะครับ

เผยแพร่ใน: on กุมภาพันธ์ 22, 2009 at 9:43 pm ความเห็น (5)

คืนวันพระ

buddha3

ใช้ไพ่ Buddha Discovery Deck ขอคำแนะนำเหมือนอย่างที่เคยทำ ในปีนี้คำอธิษฐานของผมก็ยังเป็นทำนองเดิม คือ ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกจิต ปฏิบัติธรรม เพื่อความสำเร็จในชีวิต (ทั้งทางโลกและทางธรรม) ปรากฏว่าไพ่พร้อมคำแนะนำที่หยิบได้เป็นไปตามที่ผมกำลังสนใจอยู่ในตอนนี้พอดี คือ การเฝ้าดู กาย กับ จิต

ลอกเอามาให้อ่านครับ ถึงจะเป็นคำสอนง่ายๆ ไม่ได้อธิบายจำแนกแยกแยะให้ลึกซึ้งลงไป แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อคนที่กำลังตั้งใจปฏิบัติกันดีอยู่แล้ว เพื่อให้มีกำลังใจปฏิบัติต่อไป และเพื่อชักชวนคนที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ ให้ลองทำกันดู กำหนดรู้อยู่แค่กายและจิต มองกายเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ ส่วนจิตก็มองลึกลงไปข้างใน ถ้าปฏิบัติแบบสมถะ ก็ให้มองลึกลงไป ให้นิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่สงบนิ่งจริงๆ หากมองอย่างวิปัสสนา ก็ให้มองจิตเป็นตัวรับรู้ทวารต่างๆ มันรับรู้อะไร ยังไง เราเป็นเพียงผู้เฝ้าดูมันทำหน้าที่ของมันไปตามธรรม

แต่ก็อย่าปฏิบัติจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน กายมันจะทรุดโทรมเกินไป ดูแลตัวเองด้วยครับ

As you become a witness, as you become aware, you simply come to know that you are not the body, not the mind, not even the heart. You are simply a watcher, different from all that surrounds you. The body is your outermost boundary; the mind a little more inner, the heart still more inner, but at the innermost core you are just a consciousness.

Knowing this you become detached from your own body, your mind, your heart; and that detachment brings mastery. Not that you become destructive to the body you take every care of it, it is a beautiful instrument, it is a great gift of existence. But now you know that it is only the house you live in. Just as you take care of your house, you take care of your body; it is the temple.    

ป.ล. ถึงคุณเบิร์ด ที่คุณเขียนตัวอย่างมาให้ผมอ่าน ผมคอมเมนต์ตอบให้แล้วใน ทาโรต์ทางเลือก (แบบเบิร์ดๆ 1) ต่อจากที่คุณเขียนไว้ คลิกเข้าไปดูได้เลยครับ

เผยแพร่ใน: on กุมภาพันธ์ 18, 2009 at 3:43 am ความเห็น (1)