
เรื่องถ้วยเปล่าๆ ผมเองคงเคยได้ยินมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว แต่อาจจะผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ได้สนใจอะไรมัน จนเมื่อได้ยินบ่อยๆจากอาจารย์ถาวร สมัยได้เรียนไพ่กับท่านนั่นแหละ ท่านบอกให้ทำตัวเองเป็นถ้วยเปล่า เพื่อจะได้รองรับ “ประสบการณ์ใหม่ๆ” นัยหนึ่งคือเน้นการศึกษา เพื่อเปิดรับความรู้ใหม่ที่ต่างไปจากตำราและประสบการณ์ที่ผมได้สะสมมานาน ถ้าเราทำตัวเป็นถ้วยล้นซะแล้ว ก็คงจะยอมรับความรู้ใหม่ได้ยาก อีกนัยคือจะได้เข้าถึงแต่ละ “ประสบการณ์” ตามความเป็นจริง ไม่เอาไปปนเปกับประสบการณ์เก่าที่เคยประสบมา เช่น เห็นหญิงสาวสะอื้นไห้ ก็รับรู้ว่าเธอเสียใจ ไม่ใช่ตีความไปว่า อกหักมาแน่ๆ
จากนั้นมา ผมได้หยิบเอา “ถ้วยเปล่า” ขึ้นมาใช้ในหลายโอกาส และหลายสถานการณ์
ตลอดปีที่ผ่านมา ผมมีสภาพถ้วยล้นเป็นพักๆ ข้อดีของมันคือเมื่อมันล้นออกมาก็ได้แบ่งปันไปสู่คนอื่น หากบางช่วงเริ่มรู้สึกว่าจะล้นไปถึงไหนกัน ล้นมากไป ได้เวลาเป็นถ้วยเปล่าแล้ว ก็จะเททุกอย่างทิ้ง แล้วรองรับสิ่งต่างๆเข้ามาโดยไม่คิดเห็นเป็นอคติ อย่างช่วงปลายปีมานี้ ผมคงเหมือนถ้วยเปล่าที่พร้อมจะใส่อะไรลงไป ได้ยินได้ฟัง ได้มองเห็นเรื่องราว หลายอย่างเป็นเพียงคำพื้นๆ แม้ไม่ได้เจตนาสื่อสารถึงผม แต่ผมก็เก็บมันลงถ้วย รู้สึกว่าน่าสนใจ มีประโยชน์ แม้แต่คำถามที่คนอีเมลมาขอความรู้ ซึ่งคุณคงไม่รู้หรอกว่าหลายครั้งมันมีประโยชน์กับตัวผมเองด้วย เพราะทำให้ผมได้ฉุกคิดถึงมัน อะไรที่เรารู้มาตั้งนานแล้ว เรามักไม่เสียเวลาไปนั่งนึกถึงมันอีก แต่พอมีคนขอให้เราอธิบาย กลับทำให้เราได้ทบทวน ได้สงสัย และบางครั้งได้ค้นพบอะไรใหม่ๆเพิ่มเติมไปอีก เหมือนกับว่า ผมเองก็ว่างเปล่าเหมือนกับคุณ และกำลังต้องการคำตอบเช่นเดียวกัน สนุกดีนะครับ
สั้นๆเท่านี้ก่อนครับ
ป.ล.1 ดวงดาวผันผวน คนบนโลกจึงแปรปรวน จะยอมให้เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?
ป.ล.2 ขอบคุณมากมาย ทั้งผู้แวะเวียน ถามไถ่ และทักทาย… ซึ้ง ๆ





