เล่าให้ฟัง

 

พอมีคนถามว่าดวงดาวช่วงนี้เป็นยังไง เหตุไฉนบ้านเมืองมันวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้ ผมก็ตอบแบบไม่ลงดีเทล เหมาเอาง่ายๆว่าเพราะ ดาวราหู ที่กำลังลอยอยู่ในราศีมังกร หรือภพที่ 10 ของดวงเมือง คือสมมุติว่าถ้าบ้านเมืองคือคนๆหนึ่ง ตอนนี้นายคนนั้นกำลังมีดาวราหูลอยเด่นอยู่เหนือหัวพอดีว่างั้นเถอะ (นี่ยังไม่นับรวมดาวเนปจูนที่อยู่ในภพที่ 10 เหมือนกัน แถมดาวเสาร์เจ้าเรือนมังกร ก็กำลังโคจรอยู่ในราศีสิงห์ ซึ่งเป็นภพมรณะของตัวเอง)

ดาวราหูจะทำให้คนเราลุ่มหลงมัวเมาในสิ่งต่างๆแบบถอนตัวยาก ถ้าลองเชื่อไปทางไหนแล้วก็จะเชื่ออยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะเชื่อในทางผิดๆ

ผมหมายถึงดวงเมืองนะครับ ขอให้นึกไปถึงภาพรวมของผู้คนในประเทศนี้ อย่าไปมองเป็นรายบุคคลแล้วพยายามแยกแยะว่า ใครกันแน่กำลังโดนราหูอม

ถึงตรงนี้ขอพูดจาประสาโหรสักหน่อย…

ผมต้องยอมรับว่าคราวนี้ได้ประสบการณ์หลายๆอย่าง อย่างหนึ่งก็คือ ผมเห็นใจ ดาวพฤหัสบดี มาก ใครๆก็รอให้ดาวพฤหัสท่านช่วยกู้วิกฤต ตัวผมเองก็หวังว่าเมื่อท่านมาแล้วอะไรจะดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง แม้ยามที่ท่านมีพลังมาก ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้เท่าไหร่ เพราะดาวร้ายๆมันก็ร้ายเหลือเกิน จะให้ท่านเป็นฮีโร่คนเดียวก็เกินกำลัง โดยเฉพาะกรรมเก่าที่พวกเราพากันฝักใฝ่ในราหูมากกว่าดาวพฤหัส เช่น ก่อนนี้มีแต่คนอยากจะถูกหวยได้โชคได้ลาภกัน อยากจะรวยทางลัดกัน รวยแบบไม่ต้องเหนื่อยกัน โหร(บางท่าน)ก็ประกาศให้คนกราบไหว้บูชาราหู สร้างราหูซะเต็มเมือง ไม่รู้นะครับ มีใครได้โชคลาภกันไปกี่คน จะถึง 10 เปอร์เซนต์ของคนเล่นหวยรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ พอถึงด้านลบของราหู ทุกคนต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าครับ ท่านอาจารย์โหรทั้งหลายช่วยพูดอะไรกันบ้างสิ จะต้องถวายของดำกี่ครั้งถึงจะพ้นวิกฤต…

ดาวพฤหัส หมายถึงพระ ธรรมมะ ศีลธรรม จริยธรรม การศึกษา วิชาการต่างๆ ดูเหมือนที่ผ่านมาเราสร้างกรรมในด้านนี้กันน้อยเกินไปรึเปล่า พอถึงช่วงที่ดาวพฤหัสมาช่วย กรรมดีมันถึงส่งผลให้น้อยผิดสังเกต!

พอนึกถึงราหูส่งอิทธิพลถึงดวงเมือง ในใจผมก็นึกไปถึงพระพุทธรูปปางประจำวันราหูขึ้นมา คือ พระปางเลไลยก์ 

buddha-image

สำหรับผมถ้าคุณกลัวราหู แทนที่คุณจะแนะนำให้คนกราบไหว้ราหู คุณก็น่าจะให้คนไปไหว้พระพุทธเจ้าในปางเลไลยก์มิดีกว่าหรือ? (แต่ปรากฏว่าในวัดที่มีพระปางเลไลยก์ ก็มีคนไปสร้างราหูเอาไว้ด้วยอีก เอาเข้าไป) อันนี้ขี้เกียจเถียงข้อที่ว่า ราหูคือโลก ไหว้ราหูคือไหว้โลกนะครับ คนที่ยังไงก็จะไหว้ราหูน่ะเขามีเหตุผลสนับสนุนเยอะครับ ถ้าคุณอ้างว่าพิธีกรรมนี้มีมาแต่โบราณ ผมจะถามว่าแล้วมันแพร่หลายดีรึเปล่า? ขอให้ไปดูร่องรอยที่กรุงเก่าอยุธยา หรือย้อนไปกรุงไหนๆก็ตาม คุณจะเห็นเขาสร้างกันแต่พระพุทธรูปองค์ใหญ่น้อยเต็มเมืองเต็มวัดไปหมด เขารักพระพุทธเจ้ากันมากจริงๆ ไม่เห็นมีราหูเลย หรือถ้าจะมีก็เป็นเพียงรูปสลักในจุดใดจุดหนึ่งที่เขาทำไว้เพื่อแสดงถึงบารมีของพระนารายณ์ที่ทรงใช้จักรมาตัดร่างราหู ไม่ได้มีเจตนาจะให้มากราบไหว้ราหูอะไรแบบนั้น… สรุปว่าเป็นเรื่องของความเชื่อ ต่างคนต่างเชื่อกันไป ที่สำคัญผมไม่ได้บอกให้ใครเกลียดราหู หรือเกลียดดาวดวงไหนๆ ปกติผมจะให้มองดาวทุกดวงอย่างเข้าใจ และรู้เท่าทันอารมณ์ของมัน

ทีนี้พอนึกถึงพระปางเลไลยก์ ก็ทำให้กลับมาคิดทบทวนถึงเรื่องราวของพระปางนี้ มูลเหตุนั้นเกิดจากพระสงฆ์ในเมืองโกสัมพี รูปหนึ่งเป็นพระวินัยธร ส่วนอีกรูปเป็นพระธรรมกถึก สองรูปเถียงกันด้วยข้ออาบัติเล็กน้อย ฝ่ายพระวินัยธรก็ว่าพระธรรมกถึงนั้นอาบัติแล้วนะ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับว่าอาบัติ ก็เถียงกัน แต่ทีนี้ไม่ได้เถียงเปล่า เพราะต่างก็เป็นพระที่มีพรรคพวก ก็เลยหาพวกมาสนับสนุนตัวเอง ทำให้กลายเป็นความขัดแย้งของหมู่สงฆ์สองฝ่าย ไม่ยอมทำกิจร่วมกัน พระพุทธเจ้าทรงห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน ก็เงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็มีเรื่องกระทบกระทั่งกันอีก จากนั้นก็รุนแรงขึ้นๆ สุดท้ายพระพุทธเจ้าทรงปลีกวิเวกไปประทับในป่ารักขิตวัน เขตตำบลบ้านปาริไลยกะ จนได้มีช้างใหญ่ที่เบื่อความวุ่นวายในโขลงช้างของตนเหมือนกันได้มาถวายตัวเป็นช้างอุปัฏฐาก ต่อมาก็มีลิงอยากจะได้ปรนนิบัติดูแลพระพุทธเจ้าบ้าง จึงไปเอารวงผึ้งมาถวาย ตามที่เห็นในรายละเอียดของพระพุทธรูปปางเลไลยก์

ผมสนใจในเรื่องนี้จึงไปค้นดูจากพระไตรปิฎกและหนังสือต่างๆ ในตอนแรกนั้นยอมรับว่าคิดจะนำอุทาหรณ์ของเรื่องนี้มาสอนผู้คนในบ้านเมืองที่กำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดการทะเลาะวิวาทกันไม่เลิกประหนึ่งโดนราหูอมเข้าไปกันทั้งหมดแล้ว แต่เมื่อได้อ่านเนื้อหากลับไปกลับมาหลายหน เกิดรู้สึกว่าตัวเราเองหนอต้องเคลียร์ตัวเองก่อน ผมถามตัวเองว่าเรากำลังจะทำอะไร ใช่อย่างที่พระพุทธเจ้าได้ทำรึเปล่า หรือกำลังจะทำอย่างที่พระวินัยธรกับพระธรรมกถึกทุ่มเถียงกันไม่เลิก ถ้าผมยกเรื่องนี้มาสอนคน บางทีก็อาจดูไม่ต่างจากพระวินัยธรที่ยึดพระวินัยเอาไว้แล้วก็กล่าวว่าพระธรรมกถึกนั่นแหละเป็นฝ่ายผิด จากนั้นก็จะมีผู้ที่เป็นอย่างพระธรรมกถึกที่ยึดการปฏิบัติด้วยเจตนาเป็นสำคัญเถียงได้ว่าไม่มีเจตนาทำไปอย่างนั้น (มีเจตนาดี) ไม่ได้ทำผิดเสียหน่อย (พอคิดได้ว่าแม้แต่สงฆ์ในสมัยพุทธกาลยังขัดแย้งกันได้เพียงนี้ ประสาอะไรกับคนมากกิเลสอย่างเราจะไม่ขัดแย้งกัน คิดอย่างนี้ก็ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น)

เมื่อคิดได้ก็เลยมองไปที่การปฏิบัติของพระพุทธเจ้า แต่ก่อนนี้ผมก็แค่จำๆมา ไม่ได้อ่านในรายละเอียดจริงๆ ก็ยังสงสัยว่าทำไมพระพุทธเจ้าไม่ทรงสั่งสอนพระสงฆ์สองฝ่ายให้เข้าใจกันและมีดวงตาเห็นธรรมกันไปล่ะ พอได้มาอ่านจริงๆถึงพบว่า โห ผมผิดไปแล้ว พระพุทธเจ้าท่านสอนมากเลยนะ สอนแล้วสอนอีกว่ายังงั้นเถอะ ทั้งสอนทั้งปรามด้วย ยกเรื่องราวต่างๆมาเปรียบเทียบชี้ให้เห็นผลของการแตกความสามัคคีด้วย ต่างๆนาๆ

แต่อารมณ์คน(พระ)จะทะเลาะกันน่ะครับ ใครก็ห้ามไม่อยู่ จะเอาแต่ ฉันถูก เธอนั่นแหละผิด คิดกันอยู่แค่นี้

พระพุทธเจ้าก็เลยไปตามทางของท่าน ท่านเป็นอรหันต์ไม่ได้ยึดติดอะไร ใครจะไม่เดินตามทางของท่านก็แล้วแต่เขา ท่านก็ไปหาที่สงบๆอยู่ แล้วจากนั้นเรื่องราวก็ดำเนินไปถึงว่าชาวเมืองโกสัมพีเลยพากันไม่ใส่บาตรพระในเมืองนั้น สุดท้ายพระทั้งหลายก็สำนึกผิด (คือต้องเดือดร้อนไม่มีอาหารฉันซะก่อนค่อยคิดได้) เมื่อสำนึกผิดแล้วไปหาพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงธรรมจนพระเหล่านั้นบรรลุธรรมไปตามๆกัน… (สาธุ ๆ ๆ)

เรื่องนี้ผมได้คติว่าพระพุทธเจ้าท่านทำดีที่สุดแล้ว เมื่อคนยังไม่อยู่ในสภาวะที่จะเข้าใจอะไร ก็ต้องปล่อยไปก่อน และการที่ท่านเข้าไปอยู่ในป่านั่นก็เป็นหนทางของท่าน ไม่ใช่ว่าท่านจะละทิ้งปัญหา เวลาท่านไปอยู่ในป่าท่านสงบเป็นปกติตามวิสัยของพระอรหันต์ ย้อนมาดูตัวเราเอง เราได้ละทิ้งปัญหารึเปล่า แทนที่จะทำใจให้สงบ แล้วคิดหาทางออกไปเรื่อยๆ เราไปเที่ยวสนุกสนานไม่สนใจไยดีอะไร แต่จริงๆใจเราก็ยังรุ่มร้อน แช่งชักหักกระดูก อยากให้ฝ่ายนั้นแพ้ อยากให้ฝ่ายเราชนะอยู่รึเปล่า ไม่มีใครไม่รู้ถึงโทษของการแตกความสามัคคีหรอก ทุกคนมีความรู้มากกันทั้งนั้น แต่อารมณ์ที่ยอมไม่ได้มันอยู่เหนือกว่า เพราะถ้าถามใจทุกคนจริงๆก็รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำกันอยู่ไม่ใช่ทางประเสริฐเลย จริงแล้วมนุษย์เราฉลาดกว่านี้ไม่ใช่หรือ ทางออกของปัญหามีอีกมากมายถ้าเราไม่ไปปิดประตูขังตัวเองเอาไว้เอง

ราหูมาทักทายหนนี้ ผมได้ประสบการณ์อะไรดีๆเยอะ และตั้งแต่วันนี้ (4 ธ.ค.) เป็นต้นไป ดาวพฤหัส ฮีโร่ของผมก็ได้โคจรเข้าสู่ราศีมังกร ภพที่ 10 ของดวงเมืองเช่นกัน ซึ่งดาวพฤหัสจะได้เดินสวนกับดาวราหูในอนาคตข้างหน้าต่อไป เรื่องราวจะเป็นยังไง ผมไม่ชอบเป็นโหรฟันธง หรือโหรคอนเฟิร์ม ผมชอบเป็นคนที่นั่งดูอะไรเพลินๆมากกว่า… เหมือนในตอนที่นั่งดู ดาวพฤหัส ดาวศุกร์ และดาวจันทร์ ร่วมมือกันส่งยิ้มมาให้เราในคืนนั้น น่ารักดีใช่มั้ยล่ะ

:-)

เผยแพร่ใน: on ธันวาคม 4, 2008 at 1:00 pm ความเห็น (15)