วันเสาร์ไม่ได้ไปร่วมส่งเสด็จพระพี่นางฯสู่สวรรคาลัยที่สนามหลวง แต่ไปร่วมพิธีที่ วัดเสด็จ จังหวัดปทุมแทน คนเยอะมาก ช่วงค่ำหลังจากพระราชพิธีซึ่งมีการถ่ายทอดสด ฝ่ายจัดการก็เริ่มให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ไปพร้อมๆกับที่สนามหลวง ถึงตอนนี้เครื่องขยายเสียงก็มีแต่กลับใช้เปิดเพลงเฉยๆ แทนที่เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าจะจัดแถวตรงไหนยังไง จะให้คนเดินเข้าเดินออกยังไง ไม่มีเลย ปรากฏว่าเกิดฝูงมหาชนนับหมื่นเบียดกันเต็มลานวัดจนขยับเขยื่อนไปทางไหนไม่ได้ กว่าจะถวายดอกไม้จันทน์และหลุดออกจากตรงนั้นได้เล่นเอาเหนื่อย ที่สำคัญคือมีทั้งเด็กและคนแก่อยู่ไม่ใช่น้อยด้วยน่ะซิ…
@@@@@@@@@@
คุณ CHAOS ถามว่า
“ขออนุญาตถามคุณจิตปันเกี่ยวกับไพ่ Osho Zen ทีนะครับ คือมันจะมีไพ่ตัวหนึ่งในชุดชื่อว่า THE MASTER ซึ่งไพ่ตัวนี้ผมลองจับมาเทียบเคียงดูมันไม่มีให้เทียบได้กับไพ่ตัวไหนเลย เวลาเราทำนายนี่ไพ่ตัวนี้เราตัดออกไปได้มั้ยครับ ถ้าตัดไม่ได้ คุณจิตปันช่วยบอกความหมายของไพ่ตัวนี้ทีซิครับ…”
ปกติไพ่ทาโรต์จะมี 78 ใบ แต่ไพ่ชุด Osho Zen Tarot มีอยู่ 79 ใบ คือมีไพ่ The Master เกินมาหนึ่งใบ อันนี้ถ้าคุณ CHAOS จะตัดออกไปใบนึงเพื่อสะดวกในการทำนายก็สามารถทำได้ครับ แต่สำหรับผมรู้สึกว่ามันน่าเสียดาย
ถ้าจะตัดไพ่ The Master ก็มีอยู่สาเหตุเดียวคือ เพราะไม่รู้จะเอาไปเทียบกับไพ่ใบไหน นั่นแสดงว่าการทำนายของคุณจะยึดหลักความหมายไพ่ตามกรอบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เหมือนกับว่าเวลาใช้งานจริง คุณจะมีไพ่อยู่สองชุด คือ ชุดนึงเป็นไพ่ Osho Zen ที่คุณถืออยู่ในมือ ส่วนอีกชุดคือ Rider Waite ที่คุณเก็บไว้ในใจ คุณจะใช้ไพ่สองชุดนี้ทำงานไปพร้อมๆกัน เวลาหงายไพ่ขึ้นมาเป็น Existence คุณก็นึกถึงไพ่ The Magician, พอหงายมาเป็น Inner Voice ก็นึกถึงไพ่ The High Priestess, หงายมาเป็น Creativity ก็นึกถึงไพ่ The Empress ฯลฯ คือเป็นการทำนายโดยใช้รูปภาพของไพ่ Osho Zen ซึ่งจะได้รายละเอียดและคำทำนายที่แตกต่างออกไป แต่ก็ยังให้อยู่ในกรอบความหมายของไพ่ชุด Rider Waite ไปพร้อมๆกันด้วย
หากทำนายตามวิธีนี้ ก็ไม่ผิดอะไรนะครับ ผมถือว่าเป็นรูปแบบหนึ่งที่ใช้งานได้ แทนที่เราจะใช้ไพ่แค่ชุดเดียว เราก็ใช้ไพ่สองชุดในเวลาเดียวกัน อาจมีข้อเสียตรงที่จะเป็นปัญหากับไพ่ชุดที่มีจำนวนเกินกว่า 78 ใบ เวลาจะใช้งานเราก็ต้องตัดใบเกินออกไปก่อน หรือชุดที่มีความหมายต่างจากสไตล์ของ Rider Waite คือเล่นนอกกรอบมากเกินไป เราก็ไม่สามารถจะใช้งานมันได้
แต่ถ้าคุณอยากจะเข้าถึงวิธีดูไพ่ด้วยรูปภาพและพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องพยายามตัดไพ่ชุดอื่นๆออกไปจากใจ แล้วมุ่งไปที่รูปภาพตรงหน้าเท่านั้นครับ ปล่อยให้เรื่องราวตรงหน้ากระโจนเข้าใส่คุณ เพราะถ้ามันกระโจนเข้ามา แต่ใจเรากลับพลอยจะนึกไปถึงไพ่อีกชุดหนึ่ง การสื่อสารระหว่างเรากับไพ่ใบนั้นก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ของอย่างนี้ต้องทำบ่อยๆครับ แรกๆมันอาจไม่ได้ผลทุกครั้ง แต่ถ้าทำไปเรื่อยๆ มันก็จะเกิดความแน่นอน และเกิดความรู้สึกที่ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับไพ่ The Master ผมคงไม่อาจจะบอกความหมายที่แน่นอนให้คุณได้ บอกอย่างนี้แล้วกันครับ พูดถึงอาจารย์โอโชนั้น ท่านมักจะยกคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ดี, เรื่องราวของอาจารย์เซนหลายๆท่านก็ดี, ลัทธิขงจื๊อ ลัทธิเต๋าก็ดี และอื่นๆทั้งที่เป็นนิทานของฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เอามาบอกเล่าให้ลูกศิษย์ได้เข้าใจสิ่งที่ท่านกำลังสอน เรียกได้ว่าพูดๆไปท่านสามารถจะยกเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาประกอบการสอนได้ตลอด
คำถามก็คือ แล้วใครกันแน่คืออาจารย์ที่แท้จริงของท่านโอโช?
คำตอบก็อยู่ในไพ่ The Master ใบนี้แหละครับ
คนเรานั้นอาจมีอาจารย์ที่ดีคอยชี้แนะแนวทางให้ อาจารย์อาจบอกเราถึงความหมายของสิ่งต่างๆ อาจบอกไปถึงสัจธรรมของชีวิต แต่เราจะเข้าใจสิ่งทั้งหลายอย่างแท้จริงได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ไม่ใช่การฟังจากอาจารย์ แต่เป็นประสบการณ์ที่เกิดจริงในจิตใจ ในจังหวะที่เราจะเข้าถึงสัจธรรมนั้น ไม่มีอาจารย์คนไหนยืนอยู่ตรงนั้น มีแต่เราเองที่เป็นผู้พบ สิ่งที่อยู่ภายในตัวเราคืออาจารย์ของเราเอง เราไม่จำเป็นต้องเกาะอาจารย์ไว้ตลอด เพราะท้ายที่สุดเราจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์ของเราเอง
หวังว่าจะเป็นแนวทางให้คุณ CHAOS เข้าใจไพ่ใบนี้มากขึ้นนะครับ ส่วนการดูดวงทั่วไปจะใช้งานไพ่ใบนี้ยังไงนั้น ผมเชื่อว่าด้วยรายละเอียดของรูปภาพ ด้วยสีสันบรรยากาศ ด้วยชื่อของมันคือ The Master ซึ่งกินความหมายกว้างขวาง ถ้าไม่ยึดอยู่ในกรอบ 78 ใบ คุณน่าจะดึงเอาส่วนใดส่วนหนึ่งมาทำนายได้ไม่ยากครับ




















