คนจีนส่วนใหญ่ยังใช้จักรยานกันอยู่ แต่ค่าที่บ้านเขาเจริญขึ้นมาก จักรยานธรรมดาก็เลยถูกดัดแปลงเป็นจักรยานไฟฟ้า คือมีมอเตอร์ไฟฟ้าปั่นโซ่ให้ล้อหมุน ความเร็วน้องๆมอเตอร์ไซค์เชียวล่ะ ถ้าไฟหมดก็สามารถกลับไปใช้แรงถีบเหมือนเดิมได้ ผมเห็นชาวบ้านเขามีใช้กันทั่วไป ดูหน้าตาของมันน่าจะผลิตง่าย ราคาคงไม่แพง ได้ยินว่าบ้านเราก็มีเอามาขายเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยเห็นใครขี่บนถนนเลย หรืออาจจะเอามาขายแบบที่ทำอย่างหรู สำหรับคนรวยซื้อไว้ขี่เล่นในอาณาเขตส่วนตัวก็ไม่แน่ใจ
เรื่องจักรยานของคนจีนเมืองใหญ่ๆ ผมชอบใจตรงที่เขากั้นรั้วเหล็กไว้เป็นเลนเฉพาะสำหรับจักรยานและมอเตอร์ไซค์ ไม่ต้องไปวิ่งปะปนกับรถยนต์ คนขี่จักรยานก็สะดวก มีถนนให้วิ่งไปได้ทั่วเมือง แถมยังปลอดภัยไม่ต้องกลัวว่ารถจะมาแย่งเลนคุณเพราะมีรั้วกั้นให้ตลอดแนว ผมว่าการพัฒนาที่ถูกมันควรจะเป็นแบบนี้แหละ คือพัฒนาโดยคำนึงถึงพื้นฐานของคนส่วนใหญ่ และมองการณ์ไกล เห็นว่าอะไรมีประโยชน์ก็ไม่จำเป็นต้องไปตัดมันทิ้ง
เพราะแต่เดิมผู้คนเขาขี่จักรยานกัน ต่อมาเมื่อเริ่มใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น เขาก็เลยกั้นเลนไว้ให้จักรยาน เขาต้องคำนึงถึงคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เอาไว้ก่อน ทำไมคนไทยแค่นี้คิดกันไม่ได้นะ
บ้านเรานี่ปล่อยให้รถมาแย่งถนนไปครองหมด คนจนก็เลยต้องเลิกใช้จักรยานด้วยความจำยอม และเพราะทุกคนต่างเห็นพ้องกันว่า “ยานยนต์” คือสิ่งที่ “ใช่” สุดท้ายแม้แต่จะออกจากซอยไปขึ้นรถเมล์ เราก็ต้องควักตังค์จ่ายค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
สมัยก่อนตอนผมเรียนมัธยม ยังจำได้ปากซอยจะมีที่รับฝากจักรยาน ใครอยู่กลางซอยไปถึงก้นซอยก็จะถีบสองล้อออกมาผูกโซ่ไว้ที่ปากซอยตอนเช้า พอตอนเย็นก็มาถีบกลับเข้าซอยไป แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ที่รับฝากจักรยานกลายเป็นวินมอเตอร์ไซค์ไปแล้ว
อย่างเมืองเชียงใหม่ แต่เดิมเขาก็ปั่นจักรยานกัน แต่พอคนเริ่มใช้รถยนต์กันมาก ก็กลายเป็นว่าต้องเดือดร้อนหาถนนให้รถวิ่งกันให้พอ หลังๆมานี่เห็นพยายามรณรงค์ให้ประชาชนกลับไปใช้จักรยานเหมือนเก่า นัยว่าแก้ปัญหารถติด ลดมลพิษ ส่งเสริมสุขภาพ และเหตุผลล่าสุดคือน้ำมันแพง
บางคนบอกว่าเมืองไทยไม่เหมาะจะใช้จักรยาน เพราะเป็นเมืองร้อน เหตุผลนี้เป็นเรื่องจริงจังรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ ถ้าพูดว่าอากาศร้อนอบอ้าวทำให้คนไทยชอบจะไปไหนด้วยรถยนต์กันมาก ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ถ้าสรุปว่า อากาศบ้านเราแม้แต่จะขี่จักรยานก็ยังไม่ได้ อันนี้ผมเริ่มไม่เห็นด้วยแล้ว เพราะงั้นก็เท่ากับว่าเราเองไม่ได้ต่อสู้ หรือไม่ได้พัฒนาอะไรเลยจากความบีบคั้นทางธรรมชาติ พอจะหาทางออกก็กลับแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เจออากาศร้อนหน่อยก็นำเข้ารถยนต์มาขับกันเต็มเมือง ทั้งๆที่บ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร
ส่วนตัวผมอยากใช้จักรยานนะครับ อยากออกกำลังกาย ถ้ารัฐบาลให้ความสนใจและผลักดันเรื่องนี้จริงจังก็ดีสิ ผมว่ามันแก้ปัญหาได้หลายๆเรื่อง ทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ลดการใช้พลังงาน ถึงแม้มันอาจไม่ได้แก้ปัญหาระบบขนส่ง หรือแก้ปัญหาการเดินทางที่เป็นภาพใหญ่ๆ แต่ผมเชื่อว่าเจ้าจักรยานจะทำให้วิถีชีวิตคุณค่อยๆปรับตัวเข้าหามันทีละน้อย ถ้าคุณสามารถใช้จักรยานได้สะดวกขึ้น คุณก็จะค่อยๆย้ายตัวเองมาอยู่ในจุดที่สามารถจะถีบจักรยานแล้วไปต่อรถไฟฟ้า หรือไปต่อขนส่งมวลชนอื่นๆได้
แต่ก็นั่นแหละ ถ้ารัฐจะเอาจริงก็ต้องวางแผนให้เป็นระบบไปเลย อย่ารณรงค์แค่ให้คนควักกระเป๋าซื้อจักรยานมาถีบกันตามมีตามเกิด คุณต้องหาเลนให้เขาวิ่งได้อย่างปลอดภัย หาที่จอดจักรยานให้เขา จากนั้นก็เริ่มทำบรรยากาศริมทางให้สวยงาม ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มรื่น
พอถึงหน้าร้อนเจ้าต้นราชพฤกษ์ตามรายทางจะแข่งกันออกดอกพวงเหลืองเต็มพรืดสุดสายตา ถีบจักรยานไปก็ฟังคนซ้อนท้ายพูดอะไรไปเรื่อยเจื้อย…
ผมดูหนังโรแมนติกมากไปรึเปล่าเนี่ย…


สวัสดีคะคุณหนุ่ม เห็นด้วยนะคะเรื่องจักรยาน แต่ไม่กล้าออกไปตามถนนใหญ่ กลัวตายก่อนวัยอันควร ลูกชายก็ขอขี่จักรยานไปโรงเรียนเหมือนกันแต่ยังไม่กล้าให้เขาใช้ กลัวอันตราย แต่ตอนสมัยเรียนมัธยม ย้ายตามคุณพ่อไปที่ต่างจังหวัด(มหาสารคาม) ก็ใช้จักรยานนะคะ ก็ไกลเหมือนกัน แต่มีบรรดาลูกๆ คุณครูขี่ไปโรงเรียนกันเยอะก็สนุกมาก อากาศดี แล้วข้างทางเขาก็ปลูกต้นหางนกยูงแล้วก็ต้นราชพฤกษ์ สีแดงสลับกับเหลืองสวยมากๆ
มะลิขี่จักรยานไม่เป็น – -”
คุณจุ๊บเล่าเห็นภาพเลยครับ ^^
มะลิต้องเป็นคนซ้อนท้ายแล้วพูดอะไรเรื่อยเจื้อย…
คุณหนุ่มคะรบกวนดูให้หน่อยได้มั๊ยคะ คือว่าจะลงหุ้นกับพี่อีกคนหนึ่งซึ่งเขาเปิดบริษัทฯอยู่แล้ว และเขาแต่งงานไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศแล้วคะ แต่จุ๊บทำงานให้เขาโดยได้เป็นค่าคอมมิชชั่นต่อชุด พี่เขาชวนเข้าหุ้นด้วยกันก็เหมือนกับว่าตอนนี้จุ๊บเป็นคนดูแลธุรกิจแทนพี่เขาอยู่คะ เป็นธุรกิจที่ติดต่อกับหน่วยงานราชการและโรงพยาบาล(สื่อการสอนเบาหวาน)อยากรู้ว่า O.K. มั๊ย แต่ตอนนี้ก็ยังอยากมีหวังเรื่องคู่ต่างชาติอยู่นะคะ
เป็นธุรกิจที่ดีครับ แต่ที่ไม่ดีคือช่วงนี้ไปจนถึงเดือน พ.ย. ยอดขายอาจไม่ค่อยดีนัก ต้องเหนื่อยมากขึ้น ถ้าคุณจุ๊บพยายามจริงจัง ทุ่มไปเต็มสิบจะได้ผลกลับมาเจ็ด ก็ถือว่าโอเคนะครับ แต่ถ้าไม่ทุ่มเท คือทำไปเรื่อยๆ รอคอยโอกาสให้เข้ามาหาซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างนี้จะให้ผลต่างกันมาก คือทำเจ็ดจะได้กลับมาแค่สอง ดังนั้นเดือนที่เหลือในปีนี้ต้องเหนื่อยเข้าไว้ครับ แล้วผลตอบแทนจะดีเอง
ส่วนในระยะยาวชีวิตคุณจุ๊บจะค่อยๆดีขึ้นที่ละนิดในช่วงสองปีนี้ พอเข้าปี 2553-2557 จะเป็นช่วงรุ่งของคุณ ทำอะไรก็ง่ายขึ้นมากเลยครับ ดังนั้นถ้าคิดจะร่วมหุ้นกันไว้ตอนนี้ ก็น่าจะหวังผลก้าวหน้าในอีก 3-4 ปีข้างหน้าได้ครับ
สำหรับเรื่องคู่ ดูใจของคุณเห็นมีอยู่สองเรื่องครับ เรื่องแรกคือเรื่องอดีต ใจนึงคุณก็คิดถึงอดีตอยู่ว่าจะกลับมามั้ย แต่ถ้าถามส่วนลึกของคุณจริงๆแล้ว คุณมีความเชื่อไปทางที่ว่ามันได้จบลงแล้วมากกว่า ซึ่งถ้าคุณคิดได้อย่างนั้นผมก็ดีใจด้วยครับ ส่วนเรื่องต่อมา เรื่องคู่ต่างชาติ ถ้าเป็นพ่อหม้ายแล้วอายุมากๆหน่อยก็มีหวังนะครับ แต่ถ้าเป็นคนหนุ่มอายุไม่ต่างกันนัก ผมไม่แนะนำ
ขอบคุณมากนะคะคุณหนุ่ม เมื่อไหร่จะได้แวะมาแถวซอยเสนาฯ จะได้ฝากกระหรี่พัฟที่ทำขายหน้าบ้านให้ทานคะ
ทุกวันนี้ผมก็ใช้จักรยานไฟฟ้า โดยสลับกับการปั่นปกติ(คันเดียวกัน)เมื่ออยากออกกำลัง
ตอนออกถนนใหญ่ก็ขี่บนฟุตบาท สวนทางจราจรตำรวจเขาไม่ว่าอยู่แล้ว ชอบมากครับ ตอนนี้ก็รณรงค์ให้คนใช้จักรยาน(ไฟฟ้า) เพราะเห็นว่า เป็นการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดมลภาวะ ลดกาซโลกร้อน
http://www.siamvehicle.com
ช่วงหลังๆเริ่มเห็นมีคนใช้จักรยานกันมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆครับ ฝันของผมกำลังจะเป็นจริงแล้ว ดีใจครับ