เพื่อนคนที่บวชที่ราชบุรี ตอนนี้สึกออกมาเรียบร้อยแล้วครับ ผมได้คุยกับเขาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เพื่อนซึ่งปกติไม่ได้ผูกพันกับศาสนาเท่าไหร่ ตอบกลับมาโดยใช้คำว่า “ต้องขอบคุณศาสนา”……
เพื่อนว่าการบวชทำให้รู้แล้วว่าความสงบจริงๆมันเป็นยังไง ที่ผ่านมาได้แต่อ่านเอาจากหนังสือ ไม่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเองจริงๆเลยว่าเวลาที่จิตใจไม่ต้องยึดติดกับอะไรนั้นมันเป็นยังไง มันไม่ต้องห่วงว่าวันนี้ราคาน้ำมันจะขึ้นไปอีกเท่าไหร่ เพราะยังไงก็ใช้เท้าเดินบิณฑบาตอยู่แล้ว เวลาญาติโยมถวายเงินใส่ซองมาสองสามร้อยบาท เงินเท่านี้ถ้าเป็นชีวิตปกติก็คิดว่าไม่พอจะเอาไปซื้ออะไรได้ แต่สำหรับสมณะซึ่งเป็นเพศที่สละแล้วทุกอย่าง พอได้เงินมาก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เพราะพระไม่ต้องใช้เงิน
พอสึกออกมาแล้ว เพื่อนต้องกลับไปเคลียร์ปัญหาหลายอย่างเกี่ยวกับงาน ปรากฏว่าเพื่อนจัดการกับทุกเรื่องได้อย่างมีสติ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนไปเลย วันนี้เพื่อนคุยกับคนอื่นโดยไม่ร้อนรนไปตามอารมณ์ของเขา ไม่ได้จริงจังกับอะไรมากเกินไป เพราะคิดว่าชีวิตก็เท่านี้ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ผมฟังแล้วก็ได้แต่อนุโมทนาในใจ มันเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าศาสนาให้อะไรเราได้อย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้
พูดแล้วก็นึกถึง เอ๋ เพื่อนของผมอีกคน เขาเป็นนักดนตรีและซาวด์เอ็นจิเนียร์ ซึ่งปกติไม่ได้ติดต่อกันทางเนตมานานแล้ว แต่สองวันก่อนเขาส่งอีเมลมาหา ผมเปิดดูพบว่าเป็นเพลงสวดมนต์คำแปลบทพาหุง มีเสียงร้องและทำนองเย็นๆ เหมาะสำหรับฟังก่อนนอน
เรื่องนี้ทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติ เอ๋ ไม่เคยส่งอะไรที่เป็นมงคลมาให้ผมเลย ^^ กอปรกับช่วงนี้ผมเห็นแต่คนในสังคมเขาสาดโคลนใส่กัน เห็นแต่เขาจะเผด็จศึกกันในไม่กี่วันนี้แล้ว แต่เพื่อนผมกลับทำในสิ่งที่ผิดธรรมชาติของตัวเอง และผิดไปจากกระแสสังคมในช่วงนี้… ผมอาจจะคิดมากเกินไปนะครับ ความคิดผมมันไม่เป็นเหตุเป็นผลอะไร มันสะดุดขึ้นมาเฉยๆ บทสวดพาหุงคือบทสรรเสริญชัยชนะของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเหตุการณ์ด้วยกัน
ได้ฟังเพลงพาหุงก่อนนอน ผมหวังนะครับ หวังว่าทุกๆคนในสังคมจะได้รับชัยชนะที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…ชนะใจตัวเอง
ปล.1 เขียนบล็อกวันนี้ วันพุธที่ 18 มิถุนายน เงยหน้าดูปฏิทิน อ้าว… ขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันพระพอดีเลย ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
ปล.2 ข้างบนเป็นรูปพระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพ็ชรบรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อนุโมทนาค่า