หญิงสาวคนหนึ่งอายุยังไม่ 20 ปีเต็ม เรียนจบอนุปริญญาสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจจากต่างจังหวัด เมื่อได้มาดูดวงกับผมนั้น เธอกำลังหาที่เรียนต่อในกรุงเทพ หลักสูตรต่อเนื่องเพื่อให้จบปริญญาตรี เธอมีปัญหาอยู่นิดนึงคือช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอสอบไม่ติดในสถาบันที่อยากจะเรียนต่อ จากนั้นก็ปล่อยเวลาไปเปล่าๆอยู่เกือบ 2 เดือน พอรู้ตัวจะรีบไปสมัครเรียนสถาบันเอกชนก็สมัครสอบรอบแรกไม่ทัน ตอนที่มาดูก็กำลังมองหาที่ไหนมีเปิดรับรอบสองที่ตรงกับสาขาของเธอและสามารถโอนหน่วยกิตได้ ฟังเธอเล่าก็รู้สึกยุ่งๆแทนเธอเหมือนกัน
ก่อนที่จะดูดวงให้เธอแบบเต็มๆในตอนท้ายนั้น ผมได้ทำการทดลองโดยให้เธอใช้ทั้งไพ่ป๊อก และไพ่ทาโรต์ ด้วยการตั้งคำถามเดียวกัน คืออยากรู้สถานการณ์เกี่ยวกับการศึกษาต่อว่าจะลงเอยอย่างไร? จุดประสงค์ที่ใช้ไพ่สองชุดเพราะต้องการจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ไม่ว่าผู้อ่านจะใช้ตำราไหน หรือไพ่อะไร ขอให้ไม่สับสนและยึดมั่นอยู่ในวิธีการนั้นๆ ก็สามารถทายได้เหมือนกัน
ไพ่ป๊อกเธอหยิบได้ : 9 ข้าวหลามตัด, 9 โพแดง, 4 โพแดง
ส่วนไพ่ทาโรต์ เพื่อให้เท่าเทียมกันกับไพ่ป๊อก ผมคัดเอาเฉพาะไพ่ชุดไมเนอร์ อาคานา ซึ่งเธอหยิบได้ : ราชาเหรียญ, 2 ไม้เท้า, 4 ไม้เท้า
เรามาดูไพ่ป๊อกกันครับ ใบแรกเธอหยิบได้ 9 ข้าวหลามตัด (ความหมาย : เจรจาเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ๆ เดินทางไม่ได้หยุดหย่อน โยกย้ายที่อยู่อาศัย) นั่นตรงกับช่วงที่ผ่านมา คือเธอกำลังตระเวนหาที่เรียนใหม่ คอนเซ็ปต์ของไพ่ใบนี้คือการเปลี่ยนแปลงไปหาสิ่งใหม่ๆนั่นเอง และแน่นอนว่าจากนี้ไปเธอต้องโยกย้ายที่อยู่อาศัยด้วย จริงๆแล้วเธอบอกว่า เธอมีครอบครัวอยู่กรุงเทพ แต่ 2 ปีก่อนเธอเลือกไปเรียนต่างจังหวัด และได้ไปอาศัยหอพักใกล้ๆกับสถานที่เรียน ตอนนี้เธอจบจากที่นั่นแล้ว และกำลังจะย้ายกลับมากรุงเทพ ความคิดของเธออย่างหนึ่งคือ หากได้เรียนใกล้บ้านเธอก็คงกลับมาอาศัยที่บ้าน แต่ถ้าที่เรียนใหม่อยู่ไกลจากบ้าน เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทาง เธอก็อยากจะพักที่หอพัก ซึ่งก็เป็นความคิดของนักศึกษาทั่วๆไปที่มักจะคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ด้วย
ใบต่อมาคือ 9 โพแดง (เป็นไพ่อธิฐาน ความฝันและคำอธิฐานจะสมปรารถนา, สามารถใช้สังเกตดูไพ่ใบที่หยิบได้ก่อนหน้านี้ เพื่อค้นหาว่าสิ่งที่เจ้าชะตาปรารถนาอยู่นั้นคืออะไร) จากความหมายก็เบาใจได้ว่า เรื่องหาที่เรียนต่อนั้นไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะไพ่ใบนี้แสดงถึงความสมหวัง
ใบสุดท้ายคือ 4 โพแดง (การเดินทาง, การย้ายบ้าน หรือเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ) ไพ่ใบนี้ยืนยันเรื่องการย้ายที่เรียนและที่อยู่อาศัยของเธอ ซึ่งมันอยู่ติดกับไพ่ 9 โพแดง ย่อมจะทำให้เรามั่นใจได้ว่า ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
นอกจากความหมายพื้นฐานแล้ว ไพ่ทั้ง 3 ใบนี้ ยังทำให้เราวิเคราะห์ปัญหาทั้งหมดได้ด้วย โดยดูจากธาตุของไพ่ ซึ่งเราจะเห็นว่ามันเป็นไพ่ธาตุดิน 1 ใบ และธาตุน้ำ 2 ใบ ขณะที่เรื่องของการศึกษาเล่าเรียนนั้นควรจะมีไพ่ธาตุไฟ (ดอกจิก) ปรากฏให้เห็นด้วยแต่กลับไม่มี ตรงนี้พอจะมองได้ว่า ปกติแล้วเจ้าชะตาเป็นคนมีปัญญาค่อนข้างดี ดูได้จากไพ่ 9 ข้าวหลามตัด ที่เป็นธาตุดินในใบแรก แต่ในช่วงที่ผ่านมากลับชะล่าใจ หรือเหลวไหลเกินไปจึงทำให้ต้องพบกับความยุ่งยากในการหาที่เรียนใหม่ ดูได้จากไพ่ 9 และ 4 โพแดงธาตุน้ำ
ซึ่งเธอก็ยอมรับว่าตอนที่เธอเรียนอยู่ที่เดิมนั้น ผลการเรียนของเธอดีมาก โปรเจ็คท์ของบางวิชาก็ได้รับรางวัล แต่ช่วงสอบเข้าที่ใหม่นั้น เธอมั่นใจตัวเองเกินไปเลยไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ พอสอบไม่ติด ก็เป็นช่วงหยุดสงกรานต์ ตั้งแต่นั้นมาเกือบ 2 เดือนเธอก็ท่องเที่ยวติดพันไปในหลายจังหวัด ไม่ได้สนใจเรื่องจะเรียนต่อเลย มารู้ตัวอีกทีเพื่อนๆมีที่เรียนไปหมดแล้ว ตัวเธอเองกลัวว่าจะสมัครเรียนไม่ทันภาคเรียนใหม่นี้จึงมีความกังวล อย่างไรก็ตาม หลังจากดูดวงกันไปแล้ว ล่าสุดเธอได้ลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งแล้วครับ ระยะทางจากบ้านของเธอนั้น จะว่าไกลก็ไกลแต่ก็สามารถเดินทางได้ เธอจึงเลือกจะพักอยู่ที่บ้านของตัวเอง
คราวนี้มาดูไพ่ทาโรต์บ้าง ใบแรกนั้นเป็น ราชาเหรียญ หมายถึงที่ผ่านมาเธอได้สำเร็จการศึกษาจากที่เรียนเดิมแล้ว เพราะไพ่ราชาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเดินทางนั่นเอง จากนั้นไพ่ 2 ไม้เท้า ก็หมายถึงการก้าวเดินต่อไป คือเธอต้องหาที่เรียนใหม่ จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ เธอมี movement คือไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆอย่างไพ่พระราชาอีกแล้ว เธอต้องวุ่ยวายในการเดินทาง หรือมีการติดต่อเพื่อหาที่เรียน จนถึงไพ่ใบสุดท้าย ซึ่งผมกำหนดให้เป็นตำแหน่งอนาคตอันใกล้ เธอได้ 4 ไม้เท้า จากไพ่เบอร์ 2 มาถึงไพ่เบอร์ 4 ก็จะเห็นได้ว่า movement ของเธอนั้นนำไปสู่ความสำเร็จสมหวังตามความหมายของ 4 ไม้เท้านั่นเอง
นอกจากนี้ หากยังจำความหมายของไพ่ 4 ไม้เท้าได้ ก็จะรู้ว่าไพ่ใบนี้หมายถึงเรื่องเกี่ยวกับ บ้าน หรือที่อยู่อาศัยด้วย ดังนั้นแน่นอนว่าถ้าเธอกำลังคิดเรื่องที่อยู่อาศัย เธอก็มีโอกาสย้ายกลับมาอยู่บ้านสูงทีเดียว ส่วนไพ่ราชาเหรียญนั้น ทำให้เรารู้ได้ว่า แม้เธอต้องสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งต้องเสียค่าเรียนแพงหน่อย แต่ผู้ปกครองของเธอก็สามารถจะส่งเสียให้เธอเรียนได้อย่างไม่มีปัญหา
จากตัวอย่างที่ยกมานี้ ผู้อ่านจะเห็นว่า แม้จะใช้ไพ่และวิธีทำนายแตกต่างกัน หากไม่สับสนเสียแล้วก็ทายได้เหมือนกัน หรืออย่างไพ่ทาโรต์ ซึ่งถูกคัดออกไป 22 ใบ เหลือไว้แต่ชุดไมเนอร์ อาคานา ก็ยังสามารถทำนายได้ อันนี้ผมไม่ห่วงว่าหมอดูจะเลือกใช้ตำราไหน หรือวิธีการอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องเถียงกันเรื่องวิธีการ เพราะผมทราบดีว่าใครจะใช้วิธีไหนทายก็ตาม ถ้าไม่สับสนในตัวเองและมีความชำนาญพอก็สามารถตั้งโต๊ะรับดูดวงได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ผมห่วงคือการทายแบบกำหนดชะตาชีวิตของผู้ถามเกินไปต่างหาก
ส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อว่า หยิบได้ไพ่ใบไหนชะตาชีวิตก็ต้องเป็นไปอย่างนั้นเสมอไป หรือแม้แต่ดวงดาวก็ตามที มันอาจส่งอิทธิพลให้เราเป็นไป แต่มันไม่ได้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างว่าเราต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ผลที่เกิดขึ้นอยู่ที่คุณจะมีกำลังใจต่อสู้ชีวิตมากน้อยแค่ไหนมากกว่า คนดวงดีถ้าหวาดกลัวนั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ ก็ย่อมจะสู้คนที่ออกไปลุยทุกอย่างข้างนอกไม่ได้ แม้แต่คนเป็นนายกรัฐมนตรีบางคน ลองเอาดวงมากางดู พบว่ามีดาวเสียๆเยอะเหลือเกิน บางทีรูปดวงชะตาสู้ชาวบ้านธรรมดาก็ไม่ได้ แต่เพราะเขาเป็นนักต่อสู้ ยอมลำบากลำบนเพื่อเป้าหมายของตัวเอง ถึงจุดๆหนึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นถึงนายกรัฐมนตรี พอได้เป็นนายกแล้ว โหรทั้งหลายจึงค่อยเอาดวงเขามาวิเคราะห์หาแง่มุมดีๆ เพื่ออธิบายว่าเขาได้เป็นนายกได้อย่างไร ตัวอย่างทำนองนี้มีให้เห็นมากมายครับ
ฉะนั้นสิ่งที่หมอดูควรทำคือสร้างกำลังใจให้ลูกค้า เราอาจบอกได้ว่าดวงเขาไม่ดี แต่เราไม่ควรปิดหนทางหรือตัดความหวังของเขาจนหมด เพราะอนาคตยังไม่เกิด ทุกคนย่อมมีความหวัง บางครั้งดวงลูกค้าอาจจะหมดหวังกับเรื่องๆนี้ เราก็สามารถชักชวนให้ลูกค้าไปตั้งความหวังกับเรื่องอื่นๆที่ดีกว่าได้ อันนี้เป็นคำฝากสุดท้ายของไพ่ป๊อกภาควิเคราะห์ครับ…





