มาดูความหมายกันต่อให้หมดทั้งสำรับนะครับ
โพดำ
เอซโพดำ : โชคร้าย บางครั้งเกี่ยวข้องกับความตาย ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องราวที่จบลงด้วยความยุ่งยาก
คิงโพดำ : ผู้ชายผมดำ หรือผู้ชายที่มีลักษณะของคนธาตุลม เป็นคนทะเยอทะยาน บางครั้งก็ชอบคิดเข้าข้างตัวเอง ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง
ควีนโพดำ : หญิงหม้าย หรือผู้หญิงที่มีลักษณะของคนธาตุลม
แจ๊คโพดำ : คนอ่อนวัยที่มีจิตใจที่เกลียดชัง อิจฉาริษยา
10 โพดำ : ความกังวล ข่าวร้าย
9 โพดำ : ความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ โชคร้าย ผู้ถามกำลังมีชีวิตที่ตกต่ำ
8 โพดำ : ลุ่มหลงอบายมุข โชคร้าย ผิดหวัง อารมณ์เสีย มีอันตราย
7 โพดำ : คำแนะนำที่ไม่ควรเชื่อ ความสูญเสีย มีอุปสรรคมาขัดขวางความสำเร็จ ซึ่งอุปสรรคที่ว่านั้นอาจจะมาจากตัวของผู้ถามเอง
6 โพดำ : มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น
5 โพดำ : ศัตรูและอุปสรรคจะปรากฏอยู่ชั่วครู่ชั่วยาม สิ่งที่เป็นปัญหาในตอนแรกแต่สุดท้ายลงเอยด้วยดี บางครั้งหมายถึงคนแย่ๆ
4 โพดำ : มีความกังวลเล็กน้อย มีปัญหา ยุ่งยากทางด้านการเงิน ชีวิตตกต่ำ
3 โพดำ : ความสัมพันธ์หยุดชะงัก บางครั้งหมายถึงมีบุคคลที่สามเข้ามาสอดแทรก
2 โพดำ : ยุติความสัมพันธ์เพราะเจอกับคนหลวกลวง หรือมีปัญหาสำคัญบางอย่างในชีวิต ถ้าเจ้าชะตากำลังสนใจเกี่ยวกับเรื่องรักๆใคร่ๆ แล้วได้ไพ่ใบนี้ ก็น่าเชื่อได้ว่าเจ้าชะตาอาจได้เจอคนที่ไม่จริงใจ หรืออาจจะต้องแยกทางกับคนรัก
ดอกจิก
เอซดอกจิก : ความมั่งคั่งร่ำรวย เงินทองและผลกำไรที่ได้มาอย่างไม่คาดฝัน แต่ถ้าไพ่ใบนี้ปรากฏขึ้นในตำแหน่งของอุปสรรคมันจะหมายถึง เงินที่ได้มานั้นจะหมดไปอย่างรวดเร็ว เข้าทำนองรับมือซ้ายจ่ายมือขวา
คิงดอกจิก : ผู้ชายผมดำที่มีจิตใจดี หรือผู้ชายที่มีลักษณะของคนธาตุไฟ เป็นคนร่าเริง สง่าผ่าเผย ใจคอกว้างขวาง
ควีนดอกจิก : ผู้หญิงผมดำที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง หรือผู้หญิงที่มีลักษณะของคนธาตุไฟ ซึ่งเธออาจจะให้คำแนะนำที่ดีแก่คุณได้
แจ๊คดอกจิก : วัยรุ่นหนุ่ม(สาว)ผมดำที่มีไฟ มีจิตใจดี ขี้เล่น และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป
10 ดอกจิก : ธุรกิจประสบความสำเร็จ โชคดีทางด้านการเงิน การเดินทางจะทำให้ได้พบเพื่อนใหม่ หรือได้พบคนที่ถูกใจ
9 ดอกจิก : บรรลุผลสำเร็จ บางครั้งหมายถึงการแต่งงานที่สมบูรณ์มั่งคั่ง หรือมีลาภลอย
8 ดอกจิก : งานหรือธุรกิจเกิดปัญหาจากความอิจฉาริษยา ดวงกำลังมีเคราะห์
7 ดอกจิก : ธุรกิจจะสำเร็จ แม้อาจจะมีปัญหากับเพศตรงข้ามอยู่บ้าง การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจจะส่งผลดีตามมา อาจได้รับการสนุบสนุน ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง
6 ดอกจิก : ได้รับความช่วยเหลือทางด้านการเงิน หรือประสบความสำเร็จ
5 ดอกจิก : มิตรภาพใหม่ๆ ร่วมเป็นพันธมิตรกัน
4 ดอกจิก : ระวังการทุจริต หลอกลวง หลีกเลี่ยงการทำสัญญา หรือทำข้อตกลงใดๆกับคนที่ยังไม่รู้จักดีพอ
3 ดอกจิก : ความรัก และความสุข การแต่งงานประสบความสำเร็จ มีการตกลงกันในระยะยาว โอกาสครั้งที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอกาสทางการเงิน
2 ดอกจิก : อุปสรรคขัดขวาง การนินทาว่าร้าย
ข้าวหลามตัด
เอซข้าวหลามตัด : การเปลี่ยนแปลง ได้รับข่าวสาร บ่อยครั้งเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆ ซึ่งมักจะเป็นข่าวที่ดี
คิงข้าวหลามตัด : ผู้ชายผมทองหรือผมสีดอกเลา หรือผู้ชายที่มีลักษณะของคนธาตุดิน คนที่มียศศักดิ์ มีอำนาจ หรือมีความมั่งคั่งร่ำรวย
ควีนข้าวหลามตัด : ผู้หญิงผมทอง หรือผู้หญิงที่มีลักษณะของคนธาตุดิน เรื่องซุบซิบนินทา
แจ๊คข้าวหลามตัด : คนหนุ่ม(สาว) ส่วนใหญ่เป็นคนในเครื่องแบบ อาจหมายถึงคนขี้อิจฉา ไม่จริงใจ คนที่นำข่าวมาบอก มักเป็นข่าวทางลบ แต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ
10 ข้าวหลามตัด : สถานะทางการเงินกำลังเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
9 ข้าวหลามตัด : เจรจาเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ๆ เดินทางไม่ได้หยุดหย่อน โยกย้ายที่อยู่อาศัย
8 ข้าวหลามตัด : งานใหม่ เปลี่ยนตำแหน่งงาน อาจได้พบรักระหว่างการเดินทาง (อาจเป็นรักต่างวัย)
7 ข้าวหลามตัด : ขัดแย้งกันในเรื่องเงินๆทองๆ หรือโต้งเถียงกันในการทำงาน ซึ่งเรื่องราวต่างๆมักคลี่คลายไปในทางที่ดี
6 ข้าวหลามตัด : ปัญหาความสัมพันธ์ ทะเลาะเบาะแว้ง แยกทางกัน
5 ข้าวหลามตัด : ความสุขและความสำเร็จ มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การให้กำเนิด หรือได้รับข่าวดีเกี่ยวกับบุตร เป็นฤกษ์ดีที่จะเริ่มต้นโครงการใหม่ๆ
4 ข้าวหลามตัด : การเงินอยู่ในช่วงขาขึ้น คนที่สูงวัยกว่าจะให้คำแนะนำที่ดี
3 ข้าวหลามตัด : เอกสารทางกฏหมาย ทำอะไรต้องคำนึงถึงกาลเทศะ ควรหลีกเลี่ยงการโต้เถียง
2 ข้าวหลามตัด : หุ้นส่วนทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ เรื่องซุบซิบนินทา
ความหมายทั้งหมดนี้ หลายใบคล้ายกับไพ่ทาโรต์ แต่ก็มีหลายใบที่กลับแสดงความหมายในทางตรงกันข้าม หรือถ้าเทียบกับตำราไพ่ป๊อกเล่มอื่นๆ ก็อาจจะพบความขัดแย้งกันอีกหลายจุด อันนี้ขอผู้อ่านอย่าได้สับสนตามไปด้วย ขอให้ยึดแนวทางใดแนวทางหนึ่งแล้วทำนายไป โดยรู้จักนำไพ่แต่ละใบมาผนวกกันเป็นคำทำนาย
มีเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่งคือเรื่องระบบธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ จะเห็นว่าไพ่คนนั้น ถ้าอยู่ในระดับ คิงและควีน จะแสดงลักษณะของความเป็นธาตุออกมาชัดเจน ส่วนไพ่แจ๊คยังไม่ปรากฏความเป็นธาตุชัดนัก เพราะเป็นสภาวะที่กำลังเติบโต บางครั้งธาตุก็อ่อนแอ หรือแปรปรวน ปกติการทำนายด้วยไพ่ป๊อกนั้น ถ้ารู้จักสังเกตระบบธาตุของไพ่จะทำให้เข้าใจสถานการณ์ได้มากขึ้น เพราะไม่ใช่ว่าเห็นไพ่โพแดงออกมาแดงเต็มไปหมดแล้วจะทายว่าดีทุกอย่างไม่มีข้อเสียเลย อันนี้ผมเคยทายมาแล้ว สุดท้ายกลับโดนลูกค้าบ่นมาว่าทำไมไม่เห็นดีอย่างที่ทาย เพราะกลายเป็นว่าดีหรือไม่ดีนั้นอยู่ที่อารมณ์ของลูกค้าซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้ตามธรรมชาติของธาตุน้ำที่มากเกินไป คนนอกอาจมองเห็นว่าชีวิตเขาก็ดีอยู่แล้ว แต่เจ้าตัวบางวันเกิดไม่พอใจหรือเบื่อหน่ายขึ้นมาก็บอกว่าชีวิตตัวเองไม่ดีเอาเสียเลย
ที่เป็นอย่างนี้เพราะเรื่องที่ถามกับธาตุของไพ่นั้นมีความเกี่ยวพันกันอยู่ คือต้องดูว่าเรื่องนั้นๆควรจะเหมาะกับธาตุอะไร เป็นต้นว่าถ้าเรื่องความรัก อารมณ์ความรู้สึก ก็ย่อมจะเหมาะกับธาตุน้ำที่เป็นไพ่โพแดง แต่ถ้าเรื่องของวัตถุสิ่งของก็จะเหมาะกับธาตุดินหรือไพ่ข้าวหลามตัด เช่น ถามเรื่องฐานะเงินทอง ถ้าดูแล้วองค์ประกอบมันครบ คือมีไพ่ข้าวหลามตัดหลายใบ และมีไพ่โพแดงใบดีๆมาช่วยหนุนด้วย อย่างนี้มั่นใจได้ว่าฐานะเงินทองอยู่ในเกณฑ์ดี ถ้าตอนนี้ฐานะดีอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังถามต่อไปอีกว่าจะรวยกว่านี้มั้ย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเหลือเกินของคนเราที่ไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่มีอยู่ คนเป็นหมอดูก็ต้องสังเกตว่า การที่เงินทองจะงอกเงยต่อไปอีกนั้น ก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ คือนอกจากจะมีดินดีแล้ว ยังต้องรู้จักเพาะปลูก มีเรี่ยวแรงในการพรวนดินหว่านเมล็ด ซึ่งก็คือต้องเป็นคนมีธาตุไฟในตัวพอสมควรด้วย จะมีแต่ธาตุดินกับธาตุน้ำเท่านั้น ก็เหมือนเกิดมากินบุญเก่า ชาตินี้อาจสบายไปทั้งชาติ แต่หากอยากจะรวยขึ้นกว่านี้ ก็ต้องบอกเขาว่าคุณต้องเหนื่อยขึ้นอีกหน่อยนะ เพิ่มไฟในตัวเองขึ้นมาอีกหน่อย ปัจจัยอื่นๆพร้อมอยู่แล้ว ถ้าคุณมีไฟคุณรวยกว่านี้แน่
เท่าที่ผมสังเกตมาหลายปี พบว่าการใช้ระบบธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ กับไพ่ป๊อกนั้นมีประโยชน์มาก อาจจะมากกว่าไพ่ทาโรต์ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า ไพ่ป๊อกนั้นถูกแยกออกเป็น 4 เซต และแต่ละเซตก็มีธาตุกำหนดเอาไว้ชัดเจน ฉะนั้นถ้าคุณไม่รู้จักเอาเรื่องธาตุมาผสมผสานก็เหมือนใช้งานไพ่ป๊อกไม่เต็มที่กับศักยภาพของมัน ส่วนไพ่ทาโรต์นั้น แม้จะมีไพ่ไมเนอร์ อาคานา ที่แบ่งเป็นระบบธาตุทั้ง 4 ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องใช้ปนกับไพ่เมเจอร์ อาคานา ซึ่งในจังหวะที่แปลความไพ่นั้น เราไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงระบบธาตุของไพ่มากนัก อาจจะนึกถึงมันเมื่อมันแวบเข้ามาก็ได้ เพราะไพ่ทาโรต์หนึ่งใบนั้น ไม่ได้พูดแต่เรื่องระบบธาตุเป็นหลัก มันสามารถพูดถึงระบบอื่นๆได้อีกมากมาย การดูไพ่ทาโรต์จำเป็นจะต้องเปิดใจให้กว้างเข้าไว้ อย่าเอาแต่ระบบธาตุ หรือระบบอะไรก็ตามมาเป็นกรอบเพียงอันเดียว เมื่อเห็นหน้าไพ่แล้วมีอะไรกระโจนเข้ามาก็พร้อมจะจับมันเอาไว้ อันนี้คือวิธีใช้ที่แตกต่างกันระหว่างไพ่ป๊อก กับไพ่ทาโรต์ ที่ผมพอจะอธิบายให้เห็นภาพได้เลาๆ
ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดของไพ่ป๊อกอีกมากมาย ที่คงถ่ายทอดให้ได้ไม่หมด เช่น นอกจากเรื่องระบบธาตุแล้ว ไพ่ป๊อกยังสัมพันธ์กับ “กาลเวลา” อย่างลึกซึ้งมาก ผู้อ่านอาจทราบว่า ไพ่ป๊อกนั้นเหมือนปฏิทินโบราณ ไพ่ 4 เซต หมายถึงฤดูกาลทั้ง 4, ไพ่แต่ละเซตมีจำนวน 13 ใบ ก็หมายถึงจำนวน 13 สัปดาห์ในแต่ละฤดู หรือจำนวน 13 เดือนทางจันทรคติ, จำนวนไพ่ทั้งสำรับมี 52 ใบ หมายถึงจำนวน 52 สัปดาห์ในหนึ่งปี, หมายเลขของไพ่ทุกใบรวมกันได้เท่ากับ 365 ก็เท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี
เมื่อมันเกี่ยวข้องกับฤดูกาลและวันเวลาอย่างนี้แล้ว ก็ย่อมจะหนีไม่พ้นเรื่องของจักรราศีในทางโหราศาสตร์ด้วย ซึ่งผู้อ่านอาจไม่จำเป็นต้องไปเรียนโหราศาสตร์มาทั้งระบบ แต่ถ้ารู้จักบุคคลิกลักษณะและธรรมชาติของราศีต่างๆ และรู้ว่าจะผนวกเข้ากับไพ่ป๊อกได้อย่างไรก็จะสามารถเล่นอะไรต่อไปได้อีกเยอะ (ซึ่งนี่อาจเป็นคำตอบด้วยว่า ทำไมรูปไพ่ทาโรต์ในยุคต่อๆมาถึงได้มีการนำสัญลักษณ์ในทางโหราศาสตร์ใส่เข้าไปในไพ่แต่ละใบ) ตรงนี้ผมอยากให้มองว่าการดึงความรู้ทางโหราศาสตร์มาใช้กับไพ่ป๊อกนั้น ไม่ใช่ว่าเรากลายเป็นหมอดูประยุกต์ หรือเป็นหมอดูที่ผสมผสานทั้งไพ่ป๊อกและดวงดาว แต่อยากให้เข้าใจว่าความรู้พื้นฐานทางจักรราศีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิชาไพ่ป๊อกด้วยเลยทีเดียว อย่าปล่อยให้ไพ่ป๊อกคือการเสี่ยงทายแบบเซียมซีเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้ไพ่ป๊อกจำเป็นต้องขวนขวายหาอะไรมาเพิ่มเติมให้ตัวเองอยู่เสมอ อันนี้ฝากไว้ให้สืบค้นกันเองต่อไปครับ

