วันนี้แวะซุ้มขายน้ำสั่งลิ้นจี่ปั่นอีกแล้ว แม่ค้าคงทนสงสัยต่อไปไม่ไหว เลยถาม แต่ก่อนเห็นกินกาแฟเย็นไม่ใช่เหรอคะ? เราก็ยิ้มแล้วตอบ “ต้องลดๆหน่อยน่ะครับ”… แค่นั้น ไม่รู้จะทำให้แม่ค้าขาประจำของเราหายข้องใจได้บ้างมั้ยนะ
วันเสาร์เป็นวันหยุดงาน เรามาจอดรถนั่งเล่นที่วัด รอเวลาไปรับน้องปลาที่จะเลิกงานห้าโมงเย็น น้องปลาทำงานไม่ไกลจากวัดที่ว่านี่เท่าไหร่หรอก ส่วนใหญ่ก็มาฆ่าเวลาที่วัดนี้แหละ ถ้าไม่รู้จะไปไหนก็มาที่นี่เพราะมีของกินเยอะด้วย ครั้นจะไปนั่งกินอะไรกับเพื่อนที่อยู่ฝั่งปทุมด้วยกันก็มีเวลาไม่พอ กลัวติดลม
เดี๋ยวนี้หน้าวิหารหลวงพ่อสังกัจจายน์ ที่เราแวะเข้าไปกราบบ่อยๆ ปรากฏว่ามีหมอดูไพ่ยิปซีมาตั้งโต๊ะแล้วนะ เป็นผู้ชายอายุสัก 50 เห็นจะได้ ใช้ไพ่ไรเดอร์ เวท ค่าดู 99 บาท ตอนเราไปไหว้หลวงพ่อ เห็นมีผู้หญิงมาขอตรวจดวงชะตา ได้ยินหมอดูทายทำนองว่า ดวงเกี่ยวข้องกับธุรกิจอิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ต, เรื่องคู่มีโอกาสเจอพวกนักการเมืองหรือข้าราชการใหญ่ๆ… แหม ช่างเป็นคำทำนายที่คุ้นหูเหลือเกิน มันมาจากตำรา อ.ขุนทอง อสุนีฯ น่ะ แค่ได้ยินแว่วๆ ไม่ต้องหันไปมองหน้าไพ่ก็รู้ว่า “ธุรกิจอิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ต” คือไพ่ Two of Wands ส่วนนักการเมืองหรือข้าราชการใหญ่ๆ ก็คือไพ่ The Emperor
อันนี้เป็นความหมายที่ท่องจำกันจนกลายเป็นพื้นฐานไปแล้ว แต่ถ้าเป็นทาโรต์รีดเดอร์ที่สื่อสารกับรูปภาพโดยตรง เราจะไม่ได้ยินคำทำนายที่เป็นฟอร์มเดียวกันอย่างนี้หรอก แต่ละคนก็จะพูดไปตามสไตล์ของตัวเอง ไม่ค่อยซ้ำกัน ก็ไม่ตัดสินหรอกนะว่าอะไรดีกว่ากัน บางครั้งเราไปเดินตลาดที่ไหนแล้วเห็นหมอดูนั่งเหงาๆ เรายังอยากอุดหนุนเขาบ้างเลย ถึงจะเดาออกว่าจะได้ฟังคำทำนายแบบไหนก็เถอะ ก็อยากจะช่วยให้เขามีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว แต่อีกใจก็เป็นห่วงลูกค้าคนอื่นๆอยู่เหมือนกัน เพราะเราไม่รู้ว่าคำทำนายจากปากหมอดูจะมีผลต่อชีวิตลูกค้ามากน้อยแค่ไหน จะไปในทางดีหรือร้ายก็ไม่รู้…
ฟ้าครึ้มตั้งแต่เที่ยง บางช่วงลมกระโชกแรงดูน่ากลัว พวกแม่ค้าพากันเดือดร้อนต้องรีบเก็บแผงเร็วหน่อย ได้ยินเสียงราวแขวนเสื้อถูกลมพัดล้มดังเคร้งๆอยู่เป็นระยะ แต่สุดท้ายฝนไม่ยักตก ดูสิ ว่าจะล้างรถซะหน่อยก็เลยไม่ได้ล้าง กลัวฝนจะตกอยู่เนี่ย
ช่วงเย็นๆเดินไปท่าน้ำได้เห็นภาพน่าสลดใจอีกแล้ว ใครเคยปล่อยปลาที่แม่น้ำบ้างเอ่ย? ที่วัดนี้จะมีคนมาปล่อยปลาทุกวัน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีคณะทำบุญขนปลามาเป็นคันรถปิกอัพ มีพระสงฆ์จากวัดชื่อดังนำญาติโยมมากันเป็นหมู่คณะ บอกชื่อวัดต้องร้องอ๋อ คือเสร็จจากงานบุญนั่งสมาธิที่วัดของเขาแล้ว แต่ละกลุ่มก็จะแยกย้ายกันไปปล่อยปลาตามวัดต่างๆ ซึ่งก็มีมาปล่อยที่วัดนี้ด้วย เพราะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็ไม่เฉพาะจากวัดชื่อดังที่ว่าหรอก คนทั่วๆไปก็มากันเยอะเหมือนกัน
ที่อยากจะบอกก็คือ อย่าเอาปลาดุกมาปล่อยที่แม่น้ำกันอีกเลย ปลาดุกมันจะอยู่ตามพื้นดิน ฉะนั้นน้ำต้องไม่ลึกมาก เช่น ตามคลอง หนอง บึง อะไรพวกนี้ปลาดุกจะอยู่ได้ แต่สำหรับแม่น้ำมันลึกเกินไป พอปล่อยลงท่าน้ำมันก็ไปไหนไม่ได้หรอก มันก็จะมาออกันอยู่แถวริมฝั่งนั่นแหละ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นดินเลนอะไรเลย มีแต่เศษหินเศษปูนซะเป็นส่วนใหญ่ ทุกวันนี้ปลาดุกอยู่กันลำบากมาก ไม่รู้จะกินอะไรเป็นอาหาร เพราะอาหารเม็ดกับขนมปังที่คนโยนลงแม่น้ำก็เสร็จพวกปลาสวายหมดแล้ว
ภาพที่ผมเห็นในวันนี้ก็ชวนให้เวทนาจนต้องเอามาเขียนบอกกัน คือปลาแต่ละตัวชูหัวพ้นน้ำพะงาบๆ ตามเนื้อตัวก็มีแต่แผลเหวอะหวะ มีอยู่ตัวหนึ่งเหมือนตั้งใจจะให้ผมดู มันทำตัวตั้งตรง 90 องศา เอาปากโพล่พ้นน้ำทรงตัวนิ่งอยู่ในสภาพนั้น ซึ่งผิดวิสัยของปลาดุกอย่างมาก สภาพอย่างนี้ถ้าเป็นปลาชนิดอื่นคงตายไปนานแล้ว แต่ว่าปลาดุกมันทรหด ตายยาก มันก็เลยลำบากแสนเข็ญกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าใครใจบุญจริง ขอให้พาคณะมาช่วยกันช้อนพวกมันขึ้นมาให้หมด เอาไปเลี้ยงไว้ในบ่อบำบัดให้แผลเหวอะหวะทุเลาซะหน่อย จากนั้นก็เอามันไปปล่อยตามหนอง หรือตามท้องนาก็ว่ากันไป มันจะมีความสุขมากกว่านี้
ปล. ปลาดุกอยู่กันเต็มเลยที่ใต้บันไดนี่แหละครับ เสียดายถ่ายด้วยมือถือซูมมาให้ดูไม่ได้
