คืนอังคาร จะสิ้นเมษา…
รุ่นน้องคลอดหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คออกมาเป็นเล่มที่สอง ไม่นานนักเธอก็โทรมาคุยให้ฟังเกี่ยวกับหนังสือเล่มต่อไป ซึ่งล่าสุดเขียนต้นฉบับเสร็จแล้ว พร้อมลงทุนวาดภาพประกอบเอง เล่มที่จะออกใหม่นี้ก็ยังเป็นแนวโรแมนติกเหมือนเดิม แต่จะให้อารมณ์ลึกซึ้งมากกว่า เราฟังแล้วก็ตั้งตารอให้วางแผงเร็วๆ แล้วก็ถามเธอถึงนิยายผีที่เธอคิดพล็อตเอาไว้แล้วว่าเมื่อไหร่จะลงมือเขียนสักที ดูเหมือนตอนนี้เธอยังยุ่งๆกับแนวโรแมนติกอยู่ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา นัยว่าบางวันต้องปั่นต้นฉบับกันหัวฟูเลย… อิอิ นึกภาพตอนเขียนแล้วคงไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ ต้องรอให้หนังสือมันออกมาเป็นเล่มๆแล้วนั่นแหละ ส่วนเรื่องผีสงสัยก็ยังต้องรอต่อไป เพราะเธอเตรียมจะเขียนนิยายรักฉาวแฉแหลกที่เป็น based on a true story ตอนนี้กำลังรวบรวมวัตถุดิบอยู่
พูดถึงแนวโรแมนติก ได้ฟังเธอเล่าแล้วก็ชักคันๆ ”เออดี เดี๋ยวพี่เขียนบ้างดีกว่า แนวโรแมนติกน่ะ” เธออึ้งไปนิดนึง “หา…พี่หนุ่มอ่ะนะ?”…
ยังไงกันเนี่ย เราดูเหมือนคนเขียนโรแมนติกไม่เป็นรึไง ทำไมคนฟังถึงได้อึ้งไปซะขนาดนั้น (ฮา)
แต่ก็จริงแหละ เราก็บอกน้องไป “เขียนไปเขียนมาพี่คงไปเขย่าตัวให้คนตื่นซะมากกว่า เป็นพวกชอบปลุกให้เขาตื่นจากฝันน่ะ ไม่เหมาะจะเขียนอะไรชวนฝัน”
คิดถึงหนังสือ เดี๋ยวนี้ราคากระดาษแพงขึ้นเรื่อยๆ วงการสิ่งพิมพ์กำลังจะตายอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้รึเปล่าไม่รู้นะ 10 ปี 20 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง ถึงตอนนั้นการอ่านเขียนบนอินเทอร์เน็ตคงแพร่หลายมากกว่านี้ การพิมพ์หนังสือเป็นเล่มๆคงจะมีอยู่ แต่วงจะแคบลงเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าคนไม่อยากอ่านหนังสือจากกระดาษหรอกนะ ยังไงงานเขียนบนกระดาษมันน่าอ่านกว่าบนจอแสงอยู่วันยังค่ำ แต่ว่าราคาต่อเล่มมันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับเศรษฐกิจที่กำลังแย่ลงเรื่อยๆเหมือนกัน เดี๋ยวนี้เริ่มเห็นนิตยสารที่ผลิตใส่แผ่นซีดีแล้ว ชื่ออะไรจำไม่ได้ เห็นที่ร้านซีเอ็ด เหมือนหนังแผ่น เสียบๆไว้บนชั้นหนังสือปนๆกับแผ่นบทสวดมนต์ คาถาร่ำรวยอะไรเทือกนั้น
ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละเราว่านะ สุดท้ายไม่มีทางเลือกแล้วนี่ ก็ต้องจับหนังสือมาใส่แผ่นซีดี ลดต้นทุนไปได้เยอะ ถ้าคนในโลกนี้พร้อมใจกันอ่านหนังสือจากแผ่นซีดีก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องตัดไม้เอามาทำกระดาษอีกต่อไป
แต่เอ… ถ้าอะไรๆก็แผ่นซีดี สุดท้ายซีดีมิกลายเป็นขยะล้นโลกอีกเหรอ…
เอาเป็นว่าเขียนกันบนเน็ตนี่แหละ ดีที่สุด ถึงจะมีขยะก็สามารถลบทิ้งได้ ไม่ทำให้เกิดมลพิษ










