รู้ทันจิตสังขาร

forest-of-mind-1.jpg 

จริงแล้วผมทำอะไรคล้ายๆ จิตตานุปัสสนา อยู่เป็นประจำ ที่ต้องบอกคล้ายๆไว้ก่อน ก็เพราะเวลาทำกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับจิตตัวเองนั้น ผมไม่ค่อยให้คำจำกัดความว่าเรากำลังทำอะไร เมื่อมานึกใคร่ครวญภายหลังนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าเข้าข่ายจิตตานุปัสสนา

ลักษณะที่ว่าคือ มักตามดูใจตัวเองเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเกิดอารมณ์วูบวาบ ถ้าเป็นอารมณ์ปกติ ราบเรียบ เฉยๆ ผมก็ปล่อยมันไปธรรมดา หากเมื่อไหร่จิตกวัดแกว่งเห็นชัดเจน เป็นต้นว่าเกิดโทสะ หดหู่ ฟุ้งซ่าน รำคาญใจ ก็จะรู้ทันมันและพยายามปล่อยวางกับอารมณ์นั้น ผมมักเข้าใจอารมณ์ประเภทนี้ว่า เป็นของธรรมดาที่เกิดกับผมได้เสมอ เพราะผมไม่ใช่คนเพอร์เฟ็กท์อะไร อารมณ์ต่างๆมันเกิดขึ้นไม่เลือกเวล่ำเวลา ไม่เจาะจงว่าจะต้องมีสิ่งนั้น สิ่งนี้มากระทบ บางครั้งสิ่งเดียวกันมากระทบ แต่ต่างกรรมต่างวาระกัน อารมณ์ที่เกิดก็อาจเป็นบวกก็ได้ ลบก็ได้ ไม่ได้เหมือนกันเสมอไป พอเข้าใจอย่างนี้ก็เลยไม่ค่อยไปเพ่งโทษเอากับสิ่งที่มากระทบนั้น การวางใจแบบนี้ คงเข้าข่ายรู้เท่าทันจิตสังขาร แล้ววางอุเบกขา

ผมว่าวิธีนี้เหมาะกับจริตของผมนะ… ส่วนคุณๆมีวิธีทำใจกันยังไงครับ

forest-of-mind-2.jpg 

วันนี้สั้นๆ พูดเรื่องจิตใจ นานๆพูดที อยากให้ทุกคนสบายใจน่ะครับ กับบางวันที่อาจไม่ได้ดั่งใจ ผมว่าวางอุเบกขาดีที่สุดเลย

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 3, 2008 at 5:50 am ความเห็น (7)

URI สำหรับ TrackBack ข้อความนี้คือ: http://jitpan.wordpress.com/2008/03/03/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3/trackback/

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้

7 ความเห็น Leave a comment.

  1. มะลิก็ไม่ค่อยจะให้จำกัดนิยามเท่าไหร่ว่าอะไรเกิดขึ้น
    รู้ว่าเกิดขึ้นยังไงก็พอแล้ว หรือบางทีแค่รู้ว่าเกิดขึ้นแค่นั้นก็พอเพียง (หรือเปล่า?)

    เวลาไปหาพระอาจารย์ แล้วมีพูดถึงถึงภาวะอย่างนั้นอย่างนี้เป็นศัพท์บาลี
    มะลิมึนตึบค่ะ ^^”

    อนุโมทนากับการรู้เท่ากันของพี่หนุ่มด้วยนะคะ
    ตัวเองก็เป็นจริตประมาณนี้เหมือนกันค่ะ
    ถ้ารู้ทันจริงจะวางอุเบกขาได้เอง
    แต่อะไรที่รู้ไม่ทันก็ต้องใช้เวลาดูไปเรื่อยๆจนวันหนึ่งพอจะรู้ทันได้อะค่ะ ^^

  2. ใช้วิธีหายใจเข้าลึก ๆ คะ ใช้วิธีการโอนบุญให้เทวดา นายเวร ญาติทิพย์ของเรา

  3. ดีใจครับที่รู้ว่าแต่ละคนก็มีวิธีอยู่ประจำตัว เป็นเครื่องมือคอยดูแลจิตใจ :-)

  4. ทุกครั้งที่ผมมีความรู้สึก “เซ็ง” ซึ่งผมว่ามันแย่กว่าความรู้สึกเศร้าเสียอีก
    ผมจะรู้ว่า เฮ้ย นี่เราไม่ดีแล้วว่ะ … เกิดจากอะไร บางทีความเครียดมันผุดขึ้นมาเองโดนที่เราไม่รู้ตัว ผมจะลองนั่งลิสต์ดูสาเหตุว่าอะไรเป็นปัจจัยให้เกิดอารมณ์นั้นๆ ทุกครั้งที่ผมทำอย่างนี้ เหมือนกับว่าเราเห็นกลไกการทำงานของอารมณ์ตัวเอง (^^ ใช้ศัพท์ยากๆไม่เป็นซะด้วยซี)

    ^_^ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  5. ลมปลายปีก : วิธีของข้าพเจ้า

    ภาพสวยจนอดไม่ได้ขอยิงแทร็คแบ็คสักคราเถิดขอรับท่านจิตปัน

  6. ลมปลายปีก : วิสัชนาท่านคุณนาย

    มาตามคำเรียกร้องขอรับท่านจิตปัน รื้อหาอยู่สองครู่ หวังว่าพอตอบข้องคับข้อง

  7. ไม่ได้แวะมาเสียนาน
    สะดุดในคำว่า จิตตานุปัสนา
    อ๋อ เป็นฉะนี้นี่เอง

    สำหรับผม พอรู้สึกหนัก
    … ก็วาง

    แต่หลายครั้ง ไม่รู้ตนว่าหนัก(หรือเบา)
    … คงเป็นว่า ตามไม่ทัน

    ฝึกต่อไป

    อนุโมทนา สาธุ

    : )


Leave a Comment