วันหนักๆ กับยิ้มน้อยๆ

ช่วงนี้มีสองปัญหาหลักๆประดังเข้ามาหาผม

ปัญหาแรก คนพากันซื้อรถใหม่ ต้องการสีรถและเลขทะเบียนที่ถูกโฉลก แถมหาวันออกรถให้ด้วย ผมรับสายคนโน้นคนนี้ให้วุ่น ไม่รู้ช่วงนี้เป็นฤดูกาลซื้อรถใหม่รึเปล่าครับ แปลกจัง…

ปัญหาที่สอง มีอยู่ไม่กี่ราย แต่เป็นปัญหาหนักจริง เป็นเรื่องชีวิตครอบครัวที่เราแก้ไขอะไรให้เขาไม่ได้มากนัก รับสายพูดคุยกันวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ก็ยังต้องปรับทุกข์กันต่อไป…

หมอดูรูปร่างสันทัดธรรมดาๆคนนึงน่ะครับ คงปัดเป่าอะไรไม่ได้มากไปกว่าชี้ชวนให้เขาได้คิด ได้สติบ้าง กับสิ่งที่เกิดขึ้น คุณจะเชื่อมันยังไงล่ะ? ถ้าคุณมองเป็นเรื่องเวรกรรม ผมก็จะพูดเรื่องเวรกรรมกับคุณ อย่างรายหนึ่งที่คิดว่าใครสักคนคงเป็น “เจ้ากรรมนายเวร” ที่ตามมาเอาคืนในชาตินี้ ถ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ คุณต้องปล่อยวางได้สิ เพราะคุณอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว ว่าเพราะเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน ถ้างั้นทำไมคุณยังทุกข์อยู่ ยังแค้นเคืองเขาอยู่ ในเมื่อเขามาเอาคืนในชาตินี้ ก็ต้องเจ๊ากันไป

ผมพยายามชวนให้ทำใจ บางครั้งเราก็ต้องยอมให้กรรมส่งผลบ้าง นี่เราเกิดมาใช้กรรมนะ ไม่งั้นเราก็นิพพานไปแล้ว เราจะหนีวิบากกรรมทุกอย่างโดยไม่ยอมรับอะไรเลย มันดูจะผิดหลักกฎแห่งกรรมไปหน่อย ถ้าคิดได้ว่ามันเป็นกรรมเก่า ก็ยอมให้มันเกิดแล้วปล่อยให้มันผ่านไปเร็วๆเถิด อย่าไปแค้นเคืองสร้างเวรกรรมให้ยืดยาวต่อไปอีกเลย สิ่งที่เราควรทำคือ ทำกรรมดีในชาตินี้ให้มากๆ กรรมดีที่ทำนั้นส่งผลให้แน่นอนในชาติหน้า แต่สำหรับชาตินี้ ผลของกรรมดีจะช่วยให้บรรเทาเบาบางแค่ไหน ก็แล้วแต่กรรม เราไปกำหนดมันไม่ได้

แล้วคุณรู้มั้ย กรรมปัจจุบันที่เราควรทำที่สุด และได้ผลดีที่สุดสำหรับคุณคืออะไร?

ฝึกจิตไงล่ะ… การอบรมจิตใจให้มีสติ มีสมาธิ ไม่สัดส่ายไปหาทุกข์ ก็คือการทำกรรมปัจจุบันที่ได้รับผลความสุขทันทีที่คุณทำ ทำมากก็ทุกข์น้อย ทำน้อยก็ทุกข์มาก ยิ่งทำมากเท่าไหร่ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น…

วันก่อนผมเตือนใครคนหนึ่งว่า ขอให้คุณเป็น The Lovers อย่าเป็น The Devil เป็นอันขาด เพราะจะไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเลย

วันนี้เธอคนนั้นโทรกลับมา บอกว่าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว คงต้องเป็น Devil แล้วล่ะ ผมนิ่งไปนิดนึง กำลังคิดว่าจะช่วยห้ามทัพยังไง

เมื่อเอาไพ่สองใบมาเทียบกัน The Lovers จะเป็นความรักที่ผสมกลมกลืน แต่หากไปผิดทางจะกลายเป็น The Devil มันจะไม่ใช่อารมณ์รักใคร่เพียงอย่างเดียว มันเต็มไปด้วยอารมณ์ต่างๆ หึง หวง โกรธ แค้น เกิดขึ้นได้สารพัด มันจะยิ่งห่างไกลจากความรักไปทุกที คนบางคนขาดความรักไม่ได้ ความรักจะเกาะกุมหัวใจเขาตลอดเวลา แน่นอนความรักไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ถ้าคุณอ่อนไหวง่าย คุณจำเป็นต้องรักษาใจให้พอดี อย่างน้อยให้อยู่กับ The Lovers ยังดีกว่า The Devil พยายามเข้าไว้ครับ…

ดูเหมือนวันนี้ผมต้องรับรู้อะไรหลายเรื่อง ความจริงที่ทำงานของผมเองก็มีเรื่องหนักๆอยู่นะ มันเกิดปัญหาขึ้น แล้วทุกคนก็โทษกันไปมา

จนค่ำๆนั่นแหละ ริงโทนเพลงโดเรมอนดังขึ้น… อ้า น้องปลาโทรมาแล้ว น้ำเสียงแจ่มใสทำให้ผมอดยิ้มน้อยๆไม่ได้เลย

วันหนักๆผ่านไปอีกวันแล้วนะ คุณว่ามั้ย :-)
 

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 26, 2008 at 3:58 am ความเห็น (7)

มุมที่อบอุ่น

seung.jpg 

เมื่อเสาร์ที่แล้วเปิดไทยพีบีเอส ดูรายการ ดนตรี กวี ศิลป์ เอาบทเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร มาย้อนอดีตให้ฟัง ทำให้ผมรำลึกถึงมนต์เสน่ห์เมืองเหนือขึ้นมาจับใจ…

จำได้ดี เกือบสิบปีก่อน ตัวเองไปเยือนเชียงใหม่บ่อยหน จวนจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว พอนึกถึงก็อดไม่ได้ที่จะหยิบซึงมาดีดบรรเลง กุหลาบเชียงใหม่, น้อยใจยา, กุหลาบเวียงพิงค์… ไม่ได้เล่นซะนาน แทบจะลืมทำนองไปหมด ต้องค้นเอาโน้ตมากางเล่น

ช่วงหลังมานี้ ไม่มีเหตุต้องขึ้นเหนือเลย คุยกับเจน (ใครคนหนึ่งที่บ้านอยู่เชียงใหม่) เธอมักจะกลับบ้านช่วงเทศกาลวันหยุด ผมก็จะถามไถ่ว่า แม่เจนเป็นยังไง สบายดีมั้ย อยากขึ้นไปเหมือนกัน ไม่มีโอกาส… ว่าจะ ว่าจะ ก็ไม่ได้ไปสักที

ความจริงไปเชียงใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่แปลกนะ อารมณ์มันต่างจากสมัยโน้น ผมเคยได้ยินว่าใครบางคนอยู่กรุงเทพ กึ่มๆขึ้นมาก็ตะลุยขึ้นเหนือได้ทันทีในคืนนั้น อารมณ์มันอยากแอ่วเหนือขึ้นมา ถ้าใครมาพูดทำนองนี้ให้ฟังอีก ผมจะเข้าใจเขาดีเลย เพราะอารมณ์นี้เคยมาแล้วเหมือนกัน

แต่กับอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนไป ทำให้ผมต้องมานั่งนึกดู เป็นเพราะอะไร… ผมทบทวนถึงมุมต่างๆในเมืองเชียงใหม่ที่คุ้นเคย พบว่าเกินกว่าครึ่งเป็นเมรัยสถาน แหล่งร่ำสุราอันสุนทรีย์ อ้า…ใช่ หลายครั้งความกระหายในบรรยากาศแห่งวงสุราชวนให้ผมขึ้นเหนือ ความผูกพันธ์กับผู้คนก็ส่วนหนึ่ง วัดวาโบราณสถานที่ผมต้องไปแน่ๆ ก็ส่วนหนึ่ง แต่ผมว่าจริงแล้วไม่มีอะไรกระตุ้นผมได้มากเท่ามุมอันอบอุ่นที่ได้นั่งสังสรรค์กับคนรู้ใจ

เดี๋ยวนี้ผมไม่ใช่ปีศาจสุราอีกแล้ว อย่าว่าแต่แอลกอฮอล์เลยครับ คาเฟอีนร้อนๆสักถ้วยยังเหมือนเป็นของแสลง ผมต้องเพลาๆทุกอย่างที่บั่นทอนร่างกาย วันก่อนเพื่อนรักโทรมาชวนไปดื่มกันที่บ้านเขา ผมต้องสารภาพตรงๆว่าร่างกายไม่ค่อยฟิต ขอพักผ่อนดีกว่า เพื่อนรู้ยังงั้นก็เต็มใจให้ผมได้พัก

ไปเชียงใหม่คราวหน้า ผมคงไม่ได้ไปด้วยอารมณ์คึกคักเหมือนแต่ก่อน คงต้องเสาะหามุมใหม่ๆกันแล้ว อาจเป็นมุมสงบๆ มุมที่มีแสงแดดส่อง ไม่ใช่มุมใต้แสงไฟยามค่ำคืน มุมใหม่ของผมอยากให้เป็นมุมอันอบอุ่นเหมือนเดิม แต่เครื่องดื่มคงต้องเปลี่ยนไป… ไม่รู้สินะ เพื่อนคนไหนจะยินดีขึ้นเหนือไปนั่งจิบชาสมุนไพรด้วยกันบ้างล่ะ

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 21, 2008 at 1:14 am ความเห็น (6)

คิดจะปลูกต้นกกสักกอ

sedge.jpg 

วันนี้ตื่นเช้า (กว่าปกติ) ลืมตามาเห็นแสงจ้าที่ระเบียง ม่านตาค่อยๆปรับแสง พร้อมกับสติสตังของผมค่อยๆกลับมารับรู้สัมผัสต่างๆ เสียงนกร้อง อากาศสดชื่น เริ่มสังเกตเห็นยอดต้นกกพริ้วไหวน้อยๆตามแรงลม… เท่านั้นเอง ผมสะดุ้งโหยง รีบกระเด้งตัวออกจากเตียงทันที นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เติมน้ำในกระถาง!

สองเดือนก่อนผมแวะร้านขายต้นไม้แถวบ้าน ถามหาต้นกกสูงๆ และกระถางใส่ไม้น้ำทรงสูง อยากจะได้สัก 5 กระถาง คนขายบอกมีแต่ต้นกกพันธุ์เตี้ย ส่วนกระถางอย่างที่ว่ามีแค่ 2 ใบ แต่ถ้าสั่งเอาไว้อีกอาทิตย์นึงทุกอย่างน่าจะได้

ผมรอจนครบอาทิตย์ก็ได้ทุกอย่างตามสั่ง ขนต้นกกกอใหญ่ๆในกระถางพลาสติก 5 ใบ พร้อมด้วยกระถางหนักๆ เป็นดินเผาสีน้ำตาลทรงสูงอีกจำนวนเท่ากัน ใส่รถกลับมาจัดแจงทำทุกอย่างตามที่คิดเอาไว้ ผมขนทั้งหมดไปที่ระเบียง ทั้งดึงทั้งแงะต้นกกที่ติดหนึบกับกระถางพลาสติกอย่างทุลักทุเล ย้ายมันลงไปในกระถางดินเผา ใส่น้ำให้เต็ม จัดเรียงให้สวย ล้างระเบียงที่เปื้อนเขลอะไปด้วยดินจนสะอาด ทำทุกอย่างคนเดียวนี่เหนื่อยมากนะครับ ขอบอก

ตกเย็นขับรถไปตลาดนัด ภารกิจผมยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องซื้อปลาหางนกยูงมาเลี้ยงในกระถางด้วย เพราะไม่อยากให้กระถางไม้น้ำสวยๆของผมเป็นที่เพาะพันธุ์ยุงลาย ผมได้ปลากลับมา 5 คู่ ใส่กระถางละคู่ก็พอ ผมรู้ว่าอยู่ๆไปมันต้องออกลูกเต็มกระถาง ถึงเวลานั้นคงต้องย้ายสมาชิกส่วนเกินไปไว้ที่อื่น จะไว้ที่ไหนค่อยคิดกันอีกที อาจเลี้ยงใส่ตู้ปลาจริงจังไปเลย หรือเอาไปให้ร้านขายปลาที่ผมซื้อมาก็ได้ ให้เขาฟรีๆ เขาเอาอยู่แล้ว

ผ่านพ้นไปหนึ่งคืน ตื่นมาดูตอนสายๆ ผมถึงกับชะงัก กระถางดินเผามีน้ำซึมออกมาตามผิวทีละนิดๆ มันเก็บน้ำไม่ได้นี่นา! ถ้าใส่น้ำไว้เต็มจะอยู่ได้ประมาณ 36 ชั่วโมง ก็จะต้องเติมน้ำใหม่อีกแล้ว เอ… เป็นผมหรือคนขายต้นไม้ที่เข้าใจผิดกันเนี่ย (เริ่มคิดหนัก) ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญการซื้อกระถาง และคนขายน่าจะรู้ดีกว่าผม ผมสั่งต้นกกและกระถางไม้น้ำ เขาต้องรู้สิว่าผมจะเลี้ยงไม้น้ำ กระถางมันต้องเก็บน้ำได้สิ แต่นี่เป็นกระถางดินเผาสีน้ำตาลแบบน้ำซึมได้ หรือเขาคิดว่าผมรู้เรื่องนั้นแล้วหว่า คิดว่าผมยินดีจะเติมน้ำบ่อยๆ ผมงง

สาเหตุที่ผมเลี้ยงไม้น้ำ ก็เพราะอาชีพการงานที่บางครั้งผมต้องไปต่างจังหวัดเป็นอาทิตย์ๆ ปลูกต้นไม้ถ้าไม่มีใครรดน้ำกลับมาก็ตายหมด ดีที่สุดคือเอาต้นไม้แช่น้ำไว้ซะเลย จะได้ไม่ต้องคอยลดน้ำ แต่มาเจอแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกัน แถมปัญหาใหม่คือ ปลาหางนกยูง จะทำยังไงกับมันดีล่ะ ถ้าไม่ได้เติมน้ำไว้เสมอ น้ำจะลดลงเรื่อยๆ ท้องปลาจะติดดิน มันจะกลายเป็นปลาดุกไปน่ะสิ

ความลำบากเรื่องการขนย้ายกระถางยังทำให้ผมขยาดอยู่ ก็เลยยังไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้ ทุกวันผมขับรถไปไหนก็จะมองดูร้านกระถาง พยายามหากระถางใส่น้ำขนาดพอดีกัน ยังหาไม่เจอเลยครับ กระถางน้ำทรงสูงหายากนะ อาจเพราะผมไม่ได้ไปที่แหล่งขายก็เป็นได้ ยังไม่ว่างด้วย ตอนนี้ก็คอยเติมน้ำใส่กระถาง มองดูหางนกยูงที่ออกลูกมาแล้วสองคอก

เมื่อคืนได้เวลาต้องเติมน้ำ แต่เพราะเวียนหัวเลยเผลอหลับไปก่อน สะดุ้งตื่นมาได้ก็รีบเอาน้ำไปเติม โชคยังดี หางนกยูงยังไม่กลายเป็นปลาดุก -_-’
 

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 18, 2008 at 12:05 pm ความเห็น (16)

ไม่มีชื่อเรื่อง

the-fool.jpg 

ไปๆมาๆ การสนทนาในบอร์ด Thaitarotmaster พักนี้ ทำให้รู้สึกว่า บางคนแสดงความเห็นเหมือนมีอะไรในใจมากเกินไป ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการถามตอบในกระทู้ สิ่งที่อยู่ข้างในมันแสดงตัวออกมาเอง สำหรับผมนั้น ไม่ค่อยตัดสินคนโพสต์กระทู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร จะดีหรือไม่ดีกว่าผมหรือไม่ บางครั้งเราวัดกันที่ข้อเขียนไม่ได้ หรือถึงจะวัดได้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปตรวจวัดอะไรใคร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแสดงความคิดเห็นแตกต่าง เพราะคนเห็นแตกต่างกันย่อมเป็นสิ่งดี ไม่เห็นน่ากลัวอะไรที่จะได้รับฟังความเห็นที่แตกต่าง แต่ห่วงว่าคนในชุมชนนี้ส่วนใหญ่เป็นหมอดูที่จะต้องให้คำแนะนำคนอื่น คอยช่วยชี้ทางออกให้คนอื่น ถ้าเกิดในใจมีอคติมากเกินไปจะไม่เป็นผลดีต่อผู้มาปรึกษา ตรงนี้ไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษครับ ขอให้ปรับอารมณ์ให้สบายๆ

อยากพูดเรื่องอคติสักหน่อย เราควรโยนอคติทิ้งไปให้เป็นนิสัย แม้แต่กับเรื่องสนทนาเล็กๆน้อยๆในเว็บบอร์ด แค่รู้จักรับฟังและคิดตามคนอื่นบ้าง เพื่อให้เข้าใจมุมมองและความรู้สึกของคนอื่นอย่างแท้จริง ฝึกบ่อยๆเราจะได้อยู่ตรงกลางได้ง่ายขึ้น เป็นผู้รับฟังที่ดีขึ้น เพราะหมอดูควรจะอยู่ตรงกลาง และเป็นผู้รับฟังที่ดี เมื่อมีคนมาถามปัญหาชีวิต การอยู่ตรงกลางน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถามที่สุด เพราะพวกเขาก็ไม่เป็นกลางกันอยู่แล้ว จึงได้เกิดทุกข์ใจกันขึ้นมา มันเป็นสภาวะที่เกิด “ตัวฉัน” กับ “ตัวเขา” ขึ้นมาอย่างไม่สอดคล้องกัน ส่วนการพยายามรับฟังก็จะทำให้เราเข้าถึงจิตใจเขาได้ดีขึ้น ในสภาวะที่พวกเขากำลังสับสนอยู่นั้น การสื่อสารย่อมติดขัด ไม่รื่นหู มีอารมณ์อยู่ในนั้นมากมาย ถ้าเราเองก็สับสนไปด้วย ก็จะยิ่งไปกันใหญ่ กลายเป็นว่าเขาก็อัตตา เราก็อัตตา

เราเดินทางมากันไกล ถึงหลักกิโลเมตรเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้นะครับ จนบางทีอาจลืมนึกถึงก้าวแรกของเราไป… The Fool ย้อนกลับมาไปดูมันหน่อยก็ดีเหมือนกัน

ป.ล. รู้สึกจะอัพเรื่องหมอดูติดต่อกันมานาน สงสัยต้องหาเรื่องอื่นมาเขียนบ้าง :-)

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 14, 2008 at 1:21 pm ความเห็น (2)

รักพอดีๆ

บ่ายแก่ๆวันอาทิตย์ ผมขับรถเข้าออฟฟิศ ระหว่างนั้นก็เปิดเอเอ็ม. 963 ฟังรายการสารพันปัญหาธรรมะ ของ อ.สมชาย รัตนร่มโพธิ์ทอง ที่มี พระมหาแกะ ฐิตญาโณ จากวัดอัมพวัน มาเป็นผู้ตอบปัญหา

เกิดสะดุดใจนิดหน่อย นานๆจะเห็นมีคนถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องรักๆใคร่ๆสักที ส่วนใหญ่ถ้าพระมหาแกะมาตอบ ญาติโยมนักปฏิบัติมักจะถามด้วยศัพท์แสงในเชิงพระอภิธรรมกัน

ชายหนุ่มคนหนึ่ง ฝากคำถามเอาไว้ประมาณว่า “ผมรักผู้หญิงคนหนึ่งมาก แต่เธอไม่ได้รักผมเลย จะทำอย่างไรดีครับ?”

ข้อนี้พระมหาแกะท่านตอบสั้นๆ แล้วก็ขยายความให้แบบสั้นๆตามคำตอบ เพราะมันชัดเจนในตัวอยู่แล้ว ท่านว่า “ให้รักแบบพอดีๆ… ถ้าไม่รักมากก็จะไม่ผิดหวังมาก…”

ในใจผมรู้สึกว่า ท่านตอบได้ตรงประเด็นที่สุด คือท่านมองข้ามช็อตเรื่องรักๆใคร่ๆไปแล้ว ฟังท่านตอบ แม้ผมไม่ได้มีปัญหาความรัก ก็สามารถเอาคำตอบนั้นไปใช้กับปัญหาอื่นๆได้เลย

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ชายคนนั้นจะเข้าใจที่ท่านตอบรึเปล่าน้อ… ปกติคนร้อนรุ่มกลุ้มใจในรัก มักจะสลัดความทุกข์ใจออกไปได้ยาก ท่านมหาแกะก็ตอบไปนิดเดียวเอง ไม่ได้ใช้เวลาพูดชักแม่น้ำทั้งห้าให้เขาสบายใจขึ้นหน่อยก่อน เขาจะฉุกคิดได้บ้างรึเปล่า?…

คิดมาคิดไป ผมก็สรุปแบบเอาใจช่วยตามประสาว่า เขาถามมาด้วยศรัทธาต่อพระมหาแกะ ด้วยแรงศรัทธานั้น เมื่อได้คำตอบแล้ว เขาน่าจะรับฟังท่านมากกว่าใครเป็นไหนๆ เขาคงจะดีขึ้นไม่มากก็น้อยล่ะน่า…

คิดแล้ว สบายใจแล้ว ก็เกิดรู้สึกว่า เรื่องนี้มีประเด็นน่าเขียนบล็อก อิ อิ :-)

hearts.jpg

ผมนึกไปถึงหมอดูด้วยกันน่ะครับ ถ้าใครเกิดเจอคำถามแบบนี้จะตอบอย่างไร

เขาถามว่า “ผมรักผู้หญิงคนหนึ่งมาก แต่เธอไม่ได้รักผมเลย จะทำอย่างไรดีครับ?”

ผมเดาว่า หลายคนใจดี ต้องเอาเรื่องนี้เป็นธุระ คือขบคิดหาทางช่วยเขา ตามแต่วิชาของตัวเองจะช่วยเหลือได้ เพื่อให้เขามีวิธีเอาชนะใจผู้หญิงคนนั้น

อีกหลายคนคงให้กำลังใจ เมื่ออ่านดวงเขาแล้ว พบว่ายังพอมีโอกาสจะสมหวัง (กี่เปอร์เซนต์ก็ว่ากันไป) ก็จะพูดเชียร์และสร้างกำลังใจให้เขาสู้ต่อ

ขณะที่อีกหลายคน หากเห็นว่าดวงทั้งคู่ไม่สมพงศ์กัน หรือดูดวงเขาแล้ว เห็นว่าลักษณะเนื้อคู่ ไม่ตรงตามลักษณะของหญิงคนนั้น ก็จะยืนยันฟันธงไปว่าไม่มีหวัง เพื่อให้เขาเลิกเสียเวลากับเธอ

จะมีใครบ้างก็ไม่รู้นะครับ ที่ตอบว่า “ให้รักแบบพอดีๆ ถ้าไม่รักมากก็จะไม่ผิดหวังมาก”

ที่พูดนี่ไม่ได้ชี้ถูกผิดว่า เมื่อคุณเป็นหมอดูควรจะต้องตอบอย่างไร ผมว่าแต่ละคนเป็นมืออาชีพกันทั้งนั้น ประสบการณ์มีกันมากมาย แต่พูดเพื่อให้เราฉุกคิดถึงแก่นแท้ของชีวิตบ้าง เล็กๆน้อยๆก็ยังดี ตามแต่โอกาสจะสามารถทำได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะให้หมอดูทายแบบข้ามช็อตไปถึงแก่นธรรมเลยทันที ทำอย่างนั้นลูกค้าอาจปรับอารมณ์ตามไม่ทัน เพราะเขาย่อมคาดหวังเอาไว้แล้วประมาณหนึ่งว่าจะได้รับคำแนะนำแบบไหน ในเมื่อเขาเดินมาหาหมอดู ไม่ใช่มาหาพระ

ผมสังเกตตามเว็บหมอดูหลายที่ ไม่ค่อยแตกต่างกันหรอกครับ มักจะมีสมาชิกส่วนหนึ่งที่ตั้งคำถามเรื่องความรักซ้ำๆ คือถามแล้ว มีคนเข้ามาตอบให้แล้ว จะรู้สึกพอใจหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ก็ยังเข้ามาถามซ้ำอีก เพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีถามเสียใหม่ หรือตั้งคำถามในแง่มุมใหม่เพื่อไม่ให้ซ้ำคำถามเดิม แต่ผู้อ่านส่วนใหญ่ก็รู้ดีว่า ผู้ถามยังอารมณ์ค้างอยู่ ยังไม่สบายใจในเรื่องความรักอยู่ดี หยิบไพ่ก็แล้ว ดูดวงก็แล้ว คำตอบก็ได้ไปแล้ว ปรากฏว่าพรุ่งนี้มีสัญญาณบางอย่างจาก “เค้าคนนั้น” จะบวกหรือลบก็แล้วแต่ ก็เอามาขบคิด สุดท้ายก็ต้องเข้ามาถามในบอร์ดอีกว่า สรุปเค้าคนนั้นคิดยังไง?…

ส่วนตัวผมเองไม่ได้เข้าไปโพสต์ตอบดวงตามเว็บบอร์ดมานานหลายปี เดี๋ยวนี้ตอบดวงเฉพาะคนที่เขียนอีเมลมาถามเท่านั้น ได้เข้าไปอ่านคำถาม-คำตอบแล้ว ส่วนใหญ่ตอบดีนะครับ คิดว่าถ้าคนถามมีเวลามานั่งคุยกับคนตอบแบบเห็นหน้ากัน คงได้รับความสบายใจไปแล้วล่ะ

แต่ถ้ายังไม่มีเวลา ผู้ถามน่าจะยืมคำตอบ “ให้รักแบบพอดีๆ ถ้าไม่รักมากก็จะไม่ผิดหวังมาก” ไปพิจารณาดูพลางๆก่อน ก็ดีเหมือนกันนะครับ

:-)

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 9, 2008 at 11:56 pm ความเห็น (4)