ปรับสมดุล

เลิกงานหัวค่ำ  ผมกลับมาวิ่งสายพานเล่นฟิตเนสที่คอนโด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ได้เผาผลาญแคลอรี่ไปพอสมควร แต่ก็ไม่ลืมจะปิดท้ายด้วยการฝึกชี่กง… เป็นท่าพื้นฐาน 4 ท่า เคลื่อนไหวแขนขาช้าๆ สอดคล้องกับลมหายใจเข้าออก มีจุดตันเถียน อยู่ใต้สะดือลงไป 2 นิ้ว เป็นจุดศูนย์รวมพลัง

ฝึกง่ายๆด้วยตัวเองครับ ไม่คิดอะไรมาก ชี่กงไม่ต้องใช้แรง ทำซ้ำๆ ช้าๆ ไปเรื่อยๆ แต่เหงื่อออกมากอย่างไม่น่าเชื่อ แค่อยากจะเสียเหงื่อ อยากมีสมาธิกับท่วงท่าและลมหายใจ แค่นี้ก็มีประโยชน์มากแล้วสำหรับผม หากจะเกิด “พลังภายใน” ซึ่งเป็นผลดีกับด้านอื่นๆด้วยนั้น ก็ถือเป็นของแถม

ผมว่าช่วงนี้ เป็นช่วงที่ใครหลายคนกำลังปรับสภาพ… ผมมองว่าดาวพฤหัสฯย้ายราศี คนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางดีหรือไม่ดี มักจะมีการปรับสภาพตัวเอง อาจกำลังพักฟื้นจากความเจ็บป่วย วิถีชีวิตต้องเปลี่ยนไปจากเดิม หรือปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ๆ หากมันจะมีเอฟเฟ็คท์ด้านลบบ้าง ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกิดกับตัวคุณ ก็อย่าไปใส่ใจกับมันเลยนะครับ เพราะอย่างที่ผมบอกไว้ ต้องให้เวลาดาวมันปรับสภาพสัก 2 เดือน พอถึงปีหน้าคงจะมีอะไรดีๆมากขึ้นล่ะ

การฝึกชี่กงของผม ก็เป็นวิธีปรับสภาพร่างกายและจิตใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน มันปรับสภาพหยิน-หยางให้สมดุล เขาว่ามันช่วยให้พลังชี่ไหลเวียนทั่วร่างกาย สุขภาพจะแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ อันนี้เป็นการปรับสภาพของผม ส่วนคนอื่นๆ ผมเชื่อว่าคงจะมีวิธีเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน การปรับสภาพคืออะไร? สำหรับผมคือการปรับสภาวะให้เกิดความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพร่างกาย จิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ทั่วๆไป พูดง่ายๆคือ ถ้าอะไรมันมากไปก็ปรับลดลง แล้วไปปรับสิ่งที่น้อยอยู่ให้มากขึ้นมา

ถ้างานมันหนักไป ก็ปรับลดความรู้สึกรับผิดชอบงานลงบ้าง ผมว่างานมันคงไม่เสียหาย ถ้าเราจะปล่อยๆมันบ้าง, ถ้าเราเหลวไหลเกินไป อันนี้แน่นอนต้องลดความเหลวไหลลง เพิ่มความเอาใจใส่เข้าไป, สาวๆบางคนสนใจเรื่องความรัก คิดถึงแต่เขาคนนั้น ไม่เว้นแม้แต่เขามีครอบครัวแล้ว อันนี้ผมว่าคงต้องลดความคิดเรื่องรักๆใคร่ๆลงบ้างแล้วล่ะ หันไปสนใจเรื่องอื่นๆแทน หรือถ้ารู้สึกว่ากำลังสนใจแต่ “เขา” ไม่เคยคิดถึง “เรา” คือไม่ค่อยจะคิดถึงตัวเองสักเท่าไหร่ ผมว่าได้เวลาหันมาดูแลเอาใจใส่ตัวเองให้มากขึ้นแล้วครับ มันจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และไม่อยากที่จะลดคุณค่าของตัวเองลง

temperance1.jpg 
พูดถึงการปรับสมดุล ทำให้นึกถึงไพ่ Temperance ผมว่ามันเหมาะกับสภาวะในช่วงท้ายปีนี้แหละ บางคนมองว่า Temperance เป็นการผสมผสานกันอย่างมีศิลปะ เลยทำให้นึกไปถึงช่วงเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลผสมอะไรไปโน่นเลย ใครจะรู้ สิ่งที่ไม่น่าจะเข้าพวกกัน มันก็เข้ากันได้ถ้ามีศิลปะในการผสมผสาน หรือมีศิลปะในการหาเหตุผลมาอ้างอ่ะนะ :-)

temperance2.jpg

จากตำรา The Enchanted Tarot ของ Amy Zerner & Monte Farber พูดถึงไพ่ Temperance ในแง่ของการรอคอยสิ่งดีๆที่จะมาช้าหน่อย แต่ว่ามาแน่ ซึ่งมันย่อมเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า เขามีพิธีกรรมเล็กๆสำหรับการรอคอยอย่างสบายใจ และช่วยให้อารมณ์ความรู้สึกและพลังงานในร่างกายสอดประสานกลมกลืน ด้วยเครื่องดื่มอุ่นๆสักถ้วย ซึ่งทำจากน้ำแร่ธรรมชาติ เติมน้ำแอปเปิ้ลหมัก (Apple Cider) ลงไป 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นั่งจิบไปพลางนึกไปด้วยว่า…”ฉันเตรียมพร้อมสำหรับการเยียวยารักษาตัวเอง ซึ่งเวลานั้นกำลังมาถึงในไม่ช้านี้แล้ว”…

เอาละ… ผมว่าผมได้เวลาดื่มชาเห็ดหลินจืออุ่นๆสักถ้วยก่อนนอนแล้วล่ะ

ห่วงใยสุขภาพน่าดู อิอิ  :-)

เผยแพร่ใน: on พฤศจิกายน 21, 2007 at 4:31 am ความเห็น (14)

สรุปข่าวดาวครู

เขียนเอาไว้ในตอน ดาวครู ผมฝากให้ผู้สนใจคอยสังเกตจังหวะที่ ดาวพฤหัสบดี จะย้ายเข้าราศีธนูในวันที่ 16 พ.ย.2550 ว่าจะเกิดเอฟเฟ็คท์อะไรบ้าง ก็ปรากฏว่าเกิดข่าวใหญ่ขึ้นจริงๆ สำหรับผมแล้ว มีทั้งที่คาดเอาไว้ และที่ผิดคาดเล็กน้อยครับ

ที่คาดเอาไว้คือ ดาวธาตุไฟอย่างพฤหัสฯ เมื่อย้ายออกจากราศีพิจิกธาตุน้ำ แล้วเข้าสู่ราศีธนูธาตุไฟ ผมกะว่าน่าจะทำให้สภาพอากาศแปรปรวนทำนองเกิดพายุฝนกระหน่ำอะไรแบบนั้น ก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ คือ เกิดพายุไซโคลนถล่มอ่าวเบงกอล ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. ทำให้ชาวบังกลาเทศ ต้องเสียชีวิตจำนวนมากที่สุดในรอบ 10 ปี ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ USAtoday ณ เวลานี้สูงถึง 1,723 คนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้าที่พายุจะขึ้นฝั่ง ทางการก็ได้แจ้งเตือนและอพยพชาวบ้านไปก่อนแล้วกว่า 6 แสนคน แต่ก็ยั้บยั้งการสูญเสียไว้ไม่ได้ เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก

bangladesh.jpg

จากประเทศแถบเอเชียใต้ ข้ามไปแถวๆแอฟริกาตะวันออก ในคืนวันเดียวกัน คือวันที่ 15 พ.ย. ที่กรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา รวมไปถึงเขตชานเมือง โดนฝนถล่มหนักตลอดทั้งคืนจนน้ำท่วมใหญ่ ผู้คนต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน ยอดผู้ไร้ที่อยู่อาศัยนับพันคน และตอนนี้พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนแล้ว ภาพข่าวจาก Reuters

uganda.jpg 

ส่วนที่ว่าผิดคาดไปเล็กน้อยคือ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ บริเวณเทือกเขาแอนดีส ทางภาคเหนือของชิลี ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ไม่น่าเชื่อว่าแรงสั่นสะเทือนจะไปไกลถึง 1,200 กม. ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน และไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 15,000 คน แถมมีอาฟเตอร์ช็อคใหญ่ๆในวันถัดมาอีก 2 ครั้ง สะเทือนไปถึงเอกวาดอร์ และเปรู ทีเดียว ภาพ AFP ข่าว BBC News

chile.jpg

งานนี้ผมไม่ทันได้นึกถึงเรื่องแผ่นดินไหว แต่ก็คงต้องบันทึกเป็นสถิติต่อไป เวลาดาวใหญ่ๆย้าย ไม่เฉพาะดาวเสาร์ที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนของดาวพฤหัสฯ ก็ทำให้แผ่นดินไหวได้ อาจเพราะพักหลังๆรอยแยกของเปลือกโลกมีการเคลื่อนตัวบ่อย พอมีแรงสั่นสะเทือนนิดหน่อยก็เกิดแผ่นดินไหวง่าย แต่ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เป็นแผ่นดินไหวใหญ่ 7.7 ริกเตอร์ ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ถ้าเรามองว่า ดาวพฤหัสฯกำลังจะย้ายทำมุมตรีโกณกับดาวเสาร์ ซึ่งปกติดาวสองดวงนี้ขัดแย้งกัน ฝ่ายหนึ่งเป็นประธานศุภเคราะห์ อีกฝ่ายเป็นประธานบาปเคราะห์ จึงเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ก็ดูมีเหตุผลนะครับ

ยังไงก็แล้วแต่ ถ้ามองให้เป็น เรื่องร้ายๆไม่ว่าไกลตัวหรือใกล้ตัว ไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้เราเพียงอย่างเดียว  มันทำให้เรารู้จักชีวิตมากขึ้นด้วย  การเรียนรู้โลก ไม่ว่าจะเป็นโลกภายนอกหรือภายในตัวเรา ทำให้ผมนึกไปถึง The World ไพ่ใบสุดท้ายของทาโรต์  มันเกิดขึ้นเมื่อเราเข้าใจอะไรๆอย่างแจ่มแจ้ง เราเรียนรู้ว่า โลกใบนี้มีทั้งสุขและทุกข์สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป มันเปลี่ยนสภาพไปตลอดเวลา ไม่มีอะไรยั่งยืน  แม้แต่ความรู้สึกของเราเอง วันนี้สมหวัง พรุ่งนี้ผิดหวัง จริงจังอะไรกับชีวิต คิดมากอะไรกับคำชมหรือคำด่า เมื่อเราเดินทางผ่านประสบการณ์ดีร้าย และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เมื่อนั้นแหละ สภาวะเดอะเวิร์ดจะปรากฏ…

theworld.jpg

เผยแพร่ใน: on พฤศจิกายน 18, 2007 at 4:27 am ความเห็น (5)

พาเดอะซันเที่ยว

“ไม่รอเวลาว่าง ทุกวันคือวันพักร้อน” คอนเซ็ปต์ใหม่ของผมพาตัวเองออกไปเยือนลพบุรี เที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ไปกลับวันเดียวเที่ยวได้หลายจุด ภาคกลางของเรานี่ก็มีอะไรดีๆอีกเยอะนะครับ

pasuk.jpg

นั่งรถรางกินลมชมเขื่อนคนละ 20 บาท ขบวนรถเคลื่อนตัวไปบนสันเขื่อน มีเด็กนักเรียนชั้นประถมชาย-หญิงผลัดกันทำหน้าที่มัคคุเทศก์ เสียงแจ้วๆผ่านเครื่องขยายเสียงให้ข้อมูลที่น่าสนใจ แถมร้องเพลงให้ฟังอีกต่างหาก

pasuk1.jpg

ขบวนไปสุดที่พระพุทธรูปองค์โต เรียกสั้นๆว่า “หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก”

pasuk2.jpg 

pasuk3.jpg 

พระพักตร์อิ่มเอิบงดงาม มองแล้วมีความสุขจัง

sunflowers1.jpg 

ออกจากเขื่อนแวะทานข้าว เสร็จแล้วไม่ลืมเลี้ยวเข้าทุ่งทานตะวันที่ช่วงนี้กำลังบานสะพรั่ง

sunflowers2.jpg

sunflowers3.jpg

ทำงานกับไพ่ทาโรต์มานาน น่าจะพาเค้าออกมารับพลังธรรมชาติบ้าง โดยเฉพาะสถานที่อย่างนี้ The Sun ชอบเป็นที่สุดเลย

sunflowers4.jpg

ใบอื่นๆก็พลอยแฮปปี้ไปด้วย… ขอพลังหน่อย ๆ

phrabuddhachay1.jpg

ขากลับผ่านสระบุรี ก็เลยแวะวัดพระพุทธฉาย กราบไหว้รอยจารึกของพระพุทธเจ้า

phrabuddhachay2.jpg

รอยพระพุทธฉายนี้ค้นพบในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าทรงธรรม จากนั้นก็ได้มีกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ เสด็จมานมัสการ จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระองค์ก็ยังเสด็จมาที่นี่ก่อนที่อยุธยาจะเสียกรุงได้ 3 ปี ในสมัยกรุงรัตนโกสิน ร.5 และในหลวงกับพระราชินีองค์ปัจจุบันของเราก็เคยเสด็จมาที่นี่เช่นกัน เป็นความรู้สึกตื้นตันที่อธิบายไม่ถูกจริงๆครับ

thehermit.jpg

ไม่ไกลกันนักมีถ้ำฤาษี เขาว่าถ้าปวดเมื่อยตรงไหนอยากให้ปู่ฤาษีช่วยรักษา ก็เข้าไปบีบนวดที่องค์ท่านบริเวณเดียวกับที่เราปวด ผมปวดหลังอยู่เป็นพักๆ ก็เลยเข้าไปกราบหลวงปู่ แล้วบีบๆกดๆ แถวหลังท่าน บอกหลวงปู่ผมปวดตรงเนี้ยๆอ่ะครับ… ทำเป็นเล่นไป ขณะกำลังเขียนอยู่นี่อาการที่เคยปวดหลังยังไม่ปรากฏเลยนะ

phrabuddhabart1.jpg

เสร็จแล้วก็เดินขึ้นบันไดชันๆ ไปอีก 4 ร้อยกว่าขั้น ฝ่าฝูงลิงขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทที่ประทับอยู่บนยอดเขา เหนื่อยน่าดู แต่พอถึงแล้วก็เย็นสบายหายเหนื่อย

phrabuddhabart2.jpg 

โบราณเล่าขานเป็นคำคล้องจอง “พระบาทตีนซ้าย พระฉายตีนขวา” จึงเป็นเบาะแสให้ทางวัดพระพุทธฉายค้นจนเจอรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ที่นี่จริงๆในปี 2537 หลังจากที่เรามีพระพุทธบาทเบื้องซ้ายอยู่ที่วัดพระพุทธบาท มาก่อนนานแล้ว

buddha.jpg

มองจากยอดเขาลงไปเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังคงต้องทำอะไรกันอีกมาก ทั้งการสร้างมณฑป และการปรับแต่งภูมิทัศน์ ซึ่งต้องใช้งบประมาณอีกไม่น้อย

pla.jpg

ปิดทิปด้วย “เดอะ ซัน” ตัวจริงของผม  นานๆจะเอามาเข้าฉากที :-)

เผยแพร่ใน: on พฤศจิกายน 11, 2007 at 11:55 am ความเห็น (10)

เวลาที่เหลือ

พอใกล้จะสิ้นปี ผมชอบทำเหมือนใครหลายๆคน  คือนึกย้อนดูสิ่งที่ผ่านมา ถามตัวเองคล้ายๆว่า เราได้รับหรือสูญเสียอะไรบ้าง… ก็ไม่รู้หรอกนะ คิดแล้วจะมีประโยชน์อะไร เท่าที่จำความได้ การใคร่ครวญถึงเรื่องต่างๆ ไม่เคยแปรเปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจ หรือผลักดันให้ผมเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆในปีต่อไปได้เลย…บางปียิ่งคิดถึงอดีตก็ยิ่งทำให้ท้อแท้

สองสามปีมานี้ผมพบว่า ถ้าอยากจะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสดชื่น กระชับกระเฉง ผมต้องคิดแต่สิ่งดีๆเอาไว้เนิ่นๆ อย่าคิดถึงเรื่องร้ายๆและแสร้งทำเป็นโยนมันทิ้งไปพร้อมกับปีเก่า…

แต่ก็นะ วันนี้พอตั้งท่าจะนึกปุ๊บ ความรู้สึกสูญเสียมันก็ผุดขึ้นก่อนทันที…… ปีนี้ผมสูญเสียอะไรไปบ้าง?

อา… ผมรู้สึกสูญเสีย… ต้นปีคุณยายผมเสีย พอเดือนสิงหาคม พระมหาต่วน สิริธมฺโม ท่านมรณภาพ ถัดมาเดือนตุลาคม อาจารย์นิยม ฤทธิ์เสือ ก็ถึงแก่กรรม ไล่ๆกับการมรณภาพของ หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ

3 คนหลังนี่เป็นการสูญเสียของวงการพระพุทธศาสนาไทยนะครับ

อยากจะวกเข้าเรื่องดวงดาวนิดเดียว ความจริงผมคิดไว้ในใจตั้งแต่ต้นปีแล้วล่ะว่า ช่วงครึ่งปีหลังจะมีการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการพระพุทธศาสนา แต่ผมไม่ได้บอกใคร ไม่อยากพูดให้เป็นอัปมงคล และก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริงด้วย เลยไม่ทายออกไป ผมรู้ว่าช่วงก่อนที่ดาวพฤหัสบดีจะย้ายเข้าราศีธนูในกลางเดือนพฤศจิกายนนั้น จะมีผู้ที่เป็น “พุทธแท้” ต้องจากไปก่อน เรียกว่าถึงวาระจะต้องไปว่ายังงั้นเถอะ…

receptivity.jpg

ผมคิดถึง อาจารย์นิยม ฤทธิ์เสือ… ผมเป็นแฟนประจำของอาจารย์ ติดตามฟังรายการวิทยุที่ท่านจัด รวมทั้งที่เป็นวิทยากรตามสถานีต่างๆมาหลายปีแล้ว ถึงไม่เคยไปเข้าอบรมวิปัสสนากับท่าน แต่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง พอรู้ข่าวว่าท่านถึงแก่กรรม มันเป็นความรู้สึกเหมือนสูญเสียญาติผู้ใหญ่ไปอีกคน

ยังไงก็แล้วแต่ ผมว่าทุกท่านที่ผมเขียนถึงนี้ไปดีกันแล้วทุกคนนะครับ ผมน่าจะดีใจกับพวกท่านสิถึงจะถูก…

อีกแค่เดือนกว่าเองก็จะปีใหม่แล้ว ผมว่าคงพอแล้วนะ…

สำหรับการสูญเสียของปีนี้…

ผมไม่อยากสูญเสียอะไรอีกแล้วล่ะ…

เผยแพร่ใน: on พฤศจิกายน 8, 2007 at 2:35 am ความเห็น (4)