หมอดูไพ่ป๊อก (ตอน 5)

คุณ Tonpoti แบ่งปันประสบการณ์ไพ่ป๊อกสไตล์ มาดาม เลอนอร์มองด์ มาลงในช่อง Comment ผมเห็นว่ามีประโยชน์ เพื่อให้อ่านกันได้สะดวกขึ้น เลยเอามาแปะที่หน้านี้ครับ

“จากการลองติดตามอ่านทางเนต เห็นว่า ในสไตล์ของมาดามเป็นที่นิยมแถวยุโรป บางรายให้เริ่มจากง่ายๆ โดยทำเครื่องหมายบนไพ่ป๊อกของเรานี่แหละ เครื่องหมายของมาดามนะครับ เพราะเราจะเอามาใช้กับไพ่เดิมๆที่เรามี..แบบพอเพียง แล้วอย่าเพิ่งวางในรูปแบบ 8X4 หัดใช้แบบ 7 ใบ 9 ใบไปก่อน หัดเชื่อมโยงไพ่ เช่น ได้ไพ่แหวน (การแต่งงาน) อย่าเพิ่งมองว่าดีต้องดูไพ่ที่ใกล้กับแหวน ถ้าเป็นไพ่ในความหมายไม่ดีต้องทายความสัมพันธ์ชักจะเนือยๆลงจากเดิม…”

“ลองเอามาใช้ทายเพื่อน ผมวางแบบ 8X4 ไพ่ที่อยู่บนไพ่แทนตัวหญิง คือ 9 โพแดง บอกเธอไปว่า นี่จะมีเพื่อนที่ไม่ค่อยได้เจอกันมาหานะ วันที่ 21 ที่ผ่านมาเธอไปงานเลี้ยงพบเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยไม่เจอกันร่วม 10 ปีครับ”

ขอบคุณ คุณ Tonpoti ครับ เชื่อว่าต้องมีอะไรดีๆจากคุณอีกเยอะ :-) คนอื่นถ้าใครอยากจะแชร์กันบ้าง โพสต์ไว้ในบล็อกนี้ หรือจะฝากมาทางอีเมลของผม jitpan@hotmail.com หรือ soul_zen@hotmail.com ก็จะยินดีมากครับ ไพ่ 9 โพแดง คือภาพทหารสื่อสาร มีความหมายว่า ข้อความสำคัญ ข่าว หรือแขกผู้มาเยือน คุณ Tonpoti เลือกเอาความหมายมาทายได้อย่างถูกต้อง แสดงว่ามีความชำนาญในการสังเกตโทนของไพ่ การผสมไพ่ใบข้างเคียง และการขยายขอบเขตของความหมายไพ่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบของคำจำกัดความจนเกินไป สำหรับใครที่เริ่มหัดใหม่ๆ จะลองผสมความหมายจากไพ่ 7-9 ใบ ตามวิธีที่คุณ Tonpoti แนะนำก็น่าจะช่วยให้เป็นเร็วขึ้น

สำหรับในตอนนี้ จะขอพูดถึงเทคนิคเพิ่มเติมจากตอนที่แล้วอีกเล็กน้อย คือ การใช้ไพ่ตัวแทนบุคคลอื่นๆ

เรารู้กันแล้วว่า ถ้าเจ้าชะตาเป็นชาย ให้ดูที่ไพ่ เอซโพแดง เป็นตัวแทน, ถ้าเจ้าชะตาเป็นหญิง ให้ดูไพ่ เอซโพดำ ทีนี้มีอยู่กรณีหนึ่ง หากว่าเจ้าชะตามีข้อพิพาทกับใครบางคน กับหน่วยงาน หรือกับองค์กรใดก็ตาม สรุปง่ายๆว่า เจ้าชะตากำลังมี “ศัตรู” หรือมี “ฝ่ายตรงข้าม” นั่นเอง เราสามารถทำนายความเป็นมาเป็นไปของศัตรูได้จากไพ่ เอซดอกจิก และเอซข้าวหลามตัด ที่ปรากฏอยู่ในเซตนั้นครับ

ถ้าเจ้าชะตาเป็นชาย คือเอซโพแดง ไพ่ศัตรูของเจ้าชะตาไม่ว่าจะเป็นเพศใดให้ดูที่ไพ่ เอซดอกจิก, ส่วนเจ้าชะตาที่เป็นหญิง ไพ่ศัตรูของเธอก็คือ เอซข้าวหลามตัด

ace_cards.jpg 

วิธีดูให้ใช้ไพ่เซตเดียวกับที่ดูให้เจ้าชะตา ไม่ต้องเคลียร์ไพ่ใหม่ เพียงแต่เรามาสังเกตไพ่ด้านล่าง, ด้านซ้าย และด้านบนของไพ่เอซดอกจิก หรือเอซข้าวหลามตัด เพื่อทำนายดวงของศัตรู เอามาเปรียบเทียบกับเจ้าชะตา ว่าศัตรูมีการเคลื่อนไหวอย่างไร หรือใครจะมีภาษีดีกว่ากัน

ที่สำคัญ การดูดวงศัตรูนั้น จะดูก็ต่อเมื่อเจ้าชะตารู้อยู่แก่ใจแล้วว่าศัตรูของตนเองเป็นใคร เขาอาจขัดแย้งกับใครบางคนจนเกิดเรื่องขึ้น จึงมาขอรับคำทำนาย เช่น เจ้าชะตามีปัญหาคดีความ ฉะนั้นศัตรูก็คือคู่ความของเขา หรือเจ้าชะตามีปัญหารักซ้อน ศัตรูก็คือคู่แข่งทางความรักนั่นเอง โดยปกติไพ่เอซดอกจิก และเอซข้าวหลามตัด มีความหมายของมันเองอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องศัตรูให้ต้องทาย เราก็อย่าพยายามไปมองหาไพ่สองใบนี้ว่าวางอยู่ตรงไหน อยู่ใกล้หรือไกลตัวเจ้าชะตา อย่าได้ทำอย่างนั้น ไพ่สองใบนี้ไม่ได้มีลักษณะที่ขัดแย้ง หรือเป็นศัตรูกับไพ่เจ้าชะตาเลย ถ้ามันอยู่ติดกับไพ่เจ้าชะตา ก็ขอให้ทายไปตามความหมายเดิมของมันเท่านั้น เพียงแต่ถ้าเจ้าชะตามีศัตรูอยู่อย่างชัดเจน ถึงจำเป็นจะต้องทายแบบ “รู้เขารู้เรา” โดยสมมุติเอาไพ่เอซดอกจิก หรือเอซข้าวหลามตัด มาเป็นตัวเซนเตอร์ชั่วคราว

ถึงตรงนี้ขอให้คุณลองย้อนไปดูตัวอย่างจาก หมอดูไพ่ป๊อก ตอน 4 นะครับ ลองพิจารณาไพ่เอซดอกจิก ซึ่งเป็นศัตรูของคุณทักษิณ และไพ่เอซข้าวหลามตัด ศัตรูของคุณหญิง อันดับแรกให้เดาๆกันก่อนว่าศัตรูของพวกเขาน่าจะเป็นใคร (อาจเป็นองค์กร ไม่จำเป็นต้องระบุตัวบุคคลเสมอไป) จากนั้นก็ลองแปลความหมายไพ่ศัตรูกันดูครับว่า มีการเคลื่อนไหวยังไงบ้างในช่วงที่ผ่านมา น่าสนใจครับ
 

เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 23, 2007 at 4:12 am ความเห็น (5)

ดาวครู

เสร็จงานต้นฉบับได้พักนึง พอจะมีเวลาว่างก็ดันหัวสมองว่างเปล่าซะนี่ ไม่รู้จะเขียนอะไรเลยปล่อยให้บล็อกนิ่งไป… ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเคลียร์เรื่องตอบปัญหาชะตาชีวิตซะเป็นส่วนใหญ่  ถ้างั้นเขียนเรื่องดวงก็แล้วกันนะ :-)

พักหลังๆผมให้กำลังใจใครหลายคนว่าให้รอจังหวะ ดาวพฤหัสบดี ย้ายเข้าราศีธนู แล้วชีวิตจะผ่อนคลายมากขึ้น ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว ดาวพฤหัสฯจะย้ายในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ เวลา 15.11 น. ถือเป็นการย้ายกลับเข้าบ้านตัวเองในรอบ 12 ปี ดาวพฤหัสฯจะมีพลังเต็มที่ เรียกตามภาษาโหรว่าเป็น “เกษตร” แต่ใช่ว่าพอดาวพฤหัสฯ มีพลังดีแล้ว โลกจะหายร้อน คนจะหยุดฆ่าฟันกัน คงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่ดาวดีๆ เมื่อมีกำลังเข้มแข็งขึ้น มันคงพอจะคานกับอำนาจชั่วร้ายได้บ้าง…ไม่มากก็น้อย

jupiter.jpg 

ตามสไตล์ของผมซึ่งไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด คือ เวลาดาวใหญ่ๆย้ายราศีมันมีอะไรที่น่าสังเกต ครั้งนี้ก็ต้องฝากให้รอสังเกตดูอีกเช่นกัน ดาวพฤหัสฯย้ายปุ๊บ ใช่ว่ามันจะดีปั๊บ คงต้องให้เวลามันปรับตัวสักเดือนสองเดือน  ถ้าพูดเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆก็ว่า ดาวมันอยู่ในราศีพิจิกธาตุน้ำ มาประมาณหนึ่งปี พอย้ายเข้าราศีธนูธาตุไฟ ก็ต้องรอให้ไฟขับไล่ความเปียกชื้นไปซะก่อน จากนั้นธาตุไฟของดาวพฤหัสฯ จึงจะแผ่รัศมีได้อย่างเต็มที่… ก็อีตอนที่ไอน้ำมันกำลังฟู่นี่สิ มันจะเกิดเอฟเฟ็คท์อะไรบ้างหรือเปล่า? แล้วยิ่งวันที่ 17 พฤศจิกายน คือหลังจากที่ดาวพฤหัสฯย้ายออกจากราศีพิจิกไปหนึ่งวัน ดาวอาทิตย์ธาตุไฟ ก็ย้ายเข้ามาแทนที่พอดี!  สงสัยว่าสภาพลมฟ้าอากาศของประเทศต่างๆมันจะเป็นยังไงในช่วงนั้น และปัญหาสุขภาพของบุคคลสำคัญก็วางใจไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลาปรับสภาพให้สมดุล

แต่ทั้งหมดที่ว่ามา ภาพมันคงจะไม่ชัดเจนอย่างช่วงที่ดาวเสาร์ย้ายราศี (ดูย้อนหลังได้ที่ตอน พระเสาร์แทรก) เพราะครั้งนี้เป็นดาวพฤหัสฯ ซึ่งเป็นดาวฝ่ายดี เขาว่าเป็นดาวครู ดาวที่มีคุณธรรมความดีงาม ย่อมต้องส่งผลดี หากจะมีเรื่องร้ายๆ ก็ด้วยปัจจัยอย่างอื่นมาแทรก ซึ่งจะมากหรือน้อยแล้วแต่ช่วงนั้นๆ สำหรับครั้งนี้ก็คงจะไม่รุนแรง อันนี้ผมเองก็อยากดูเหมือนกัน… แต่ที่แน่นอนคือ เรื่องดีๆงามๆมันจะตามมาทีหลังในอีกไม่นานล่ะ

sagittarius.jpg 

นี่ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ทำให้ผมนึกถึงคำทำนายประจำปี 2550 เรื่อง “ปีหมูไม่หมู” ที่ผมเขียนลง Heath Plus ฉบับเดือนมกราคม ตัดตอนช่วง 6 เดือนหลังมาให้อ่านครับ

กรกฎาคม-ตุลาคม ช่วง 4 เดือนนี้ การทำมาหากินค่อนข้างหนักเหนื่อย สถานการณ์หลายอย่างไม่น่าไว้วางใจ ควรชลอการลงทุนเอาไว้ก่อน ระวังจะเกิดอุบัติเหตุใหญ่ ภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมต่อเนื่องถึงสิงหาคม ระยะนี้ผู้คนอาจเผชิญกับความเครียด ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนไม่แน่นอน เหตุการณ์รุนแรงทางภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง พ้นกลางเดือนกันยายนไปแล้วความอึมครึมจึงจะเบาบางลงไปบ้าง แต่ในเดือนตุลาคมก็ยังต้องใช้ขันติความอดทนเข้าข่มจิตใจให้ผ่านพ้นช่วงแย่ๆนี้ไปก่อน
 
พฤศจิกายน-ธันวาคม 2 เดือนส่งท้ายปีหมู ปวงประชามีใบหน้าแจ่มใสขึ้นบ้าง ปัญหาต่างๆจะได้รับการแก้ไข หลายฝ่ายหันหน้ามาร่วมมือกัน เป็นช่วงเหมาะกับการแต่งงาน จัดงานเลี้ยง งานมงคล ธุรกิจเกี่ยวกับต่างประเทศมีความก้าวหน้าดี เศรษฐกิจโดยรวมเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเตรียมตัวลุยกันต่อในปีถัดไป ยังงี้เรียกว่าท้ายที่สุด เรื่องก็จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งน่าจะได้มังครับ

อ่ะนะ ก็ยังอุตส่าห์ทำนายให้จบอย่างมีความสุข หวังว่าอีก 2 เดือนข้างหน้าก่อนจบปี 50 ไพร่ฟ้าประชาชีจะมีอะไรให้รู้สึกดีๆ สูดหายใจได้ปลอดโปร่งโล่งปอดกันบ้างนะครับ :-)

เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 20, 2007 at 5:01 am ความเห็น (10)

ตั้งชื่อ

คืนก่อนขับรถจากบางนาไปโรงพยาบาลเซนต์คาร์ลอส ปทุมธานี ไปเยี่ยมเพื่อน เพิ่งคลอดลูกคนแรก ได้เห็นหน้าหลานชายตัวน้อยๆ ก็อดหยิบมือถือมาเก็บภาพไว้ไม่ได้ น่ารักจังครับ

baby1.jpg 

ภาระอีกอย่างของหมอดูอย่างผมคือ… ตั้งชื่อ  พ่อแม่เขาจองคิวให้ตั้งชื่อลูกล่วงหน้ามานานแล้ว แต่ยังไงผมก็ต้องรอวันเวลาตกฟากอยู่ดี ต้องผูกดวงเด็กให้ละเอียดก่อน ปรากฏว่าหนูน้อยเกิดวันจันทร์ ทำให้ตั้งชื่อยากไม่ใช่เล่น เพราะต้องเลี่ยงอะไรหลายอย่างเลย  อย่างแรกคือ ต้องเลี่ยงตัวสระทั้งหมด คนวันจันทร์ห้ามใช้ (ยกเว้นไม้หันอากาศ ตัวการันต์ ใช้ได้), ต้องเลี่ยงดาวอาทิตย์ไม่ให้เด่นเกินไป, เลี่ยงไม่ใช้ดาวเสียๆจากพื้นดวง, เลี่ยงไม่ให้อักษรตัวแรกของชื่อเด็กมาจากวรรคกาลกิณีของพ่อและแม่ ที่สำคัญต้องให้ชื่อมีค่าเลขศาสตร์เท่ากับ 63 เพื่อบวกกับนามสกุลเแล้วได้ผลลัพท์ที่ดีด้วย ซึ่งหายากนะครับ เขาจะเอาด่วน ผมก็คิดได้ชื่อเดียวตอนนี้คือ พงศ์ศรัณย์ แปลว่าเป็นที่พึ่งของวงศ์ตระกูล

คิดว่าน่าจะสรุปที่ชื่อนี้แหละ หรือใครรู้เลขศาสตร์ และเก็บชื่อที่มีค่า 63 เอาไว้เยอะ แต่ต้องไม่ใช้อักษร ก ข ค ฆ ง และ ด ต ถ ท ธ น อยู่หน้าชื่อ หรือถ้ายิ่งมีวรรคเดชของวันจันทร์คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ นำหน้าชื่อก็ยิ่งดีใหญ่ ถ้าจะสงเคราะห์ชื่อมาให้หน่อยจะขอบคุณมากครับ

★★★★★★★★★★★★★★★★★

นานๆเคลียร์รูปที่ถ่ายไว้ในมือถือสักที มีรูปนี้อยู่ด้วย เดือนที่แล้วน้องๆเค้ามาเยี่ยมที่ออฟฟิศ เห็นหน้าใสๆเลยสวมบทไทยมุงตามถนัด :-)

jack.jpg 

แปลก! คนได้แชมป์เอเอฟไม่ยักมีใครไปขอลายเซ็น แต่ถ้าเป็นลูกหมีแจ็คนี่ลุกไปไหนไม่ได้เลย เพราะคิวขอลายเซ็นยาวเหยียด

เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 10, 2007 at 3:21 am ความเห็น (8)

ไพ่ของพลอย (จบ)

ploy2.jpg 

ไพ่สำคัญของ พลอย เฌอมาลย์ คงเป็นใบแรกที่เธอหยิบได้ คือ The Moon อันนี้ต้องชมเค้าคนนั้น (หมอดูยิปซี่ที่ผมไม่รู้จักชื่อ… ขออภัยจริงๆครับ) เขาเห็นไพ่ปุ๊ปก็เลี่ยงไปพูดเรื่องงานได้ทันที ไม่มีสะดุด โดยบอกน้องพลอยว่า น้องพลอยต้องทำงานหนัก ต่อสู้ด้วยตัวเอง, ไพ่ Six of Swords เสริมว่าปัญหาต่างๆต้องใช้ระยะเวลานาน แก้ไขแบบค่อยเป็นค่อยไป, Ace of Wands ก็หนีไม่พ้นเรื่องงานอย่างแน่นอน, The Hermit นี่เข้าท่า เขาบอกน้องพลอยว่า ส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหา เธอชอบอยู่เงียบๆ แล้วคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง ขอให้เชื่อในความรู้สึกตัวเองดีที่สุด, Eight of Swords ก็เตือนให้น้องพลอยระวังอุบัติเหตุ ดวงมีเคราะห์ให้เร่งทำบุญทำทานอะไรประมาณนั้น ทำเอาน้องพลอยขนลุกไปพอสมควร

สำหรับผม ไพ่ The Moon คงหมายถึงอะไรก็ได้ กรณีนี้ถ้ามองเป็นเรื่องงานก็ไม่ผิด เพราะชีวิตของน้องพลอย เต็มไปด้วยผลงานที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน ทั้งการแสดง ถ่ายแบบ ธุรกิจเสริมความงาม ฯลฯ ที่ผมนึกชมหมอดูคนนี้ เพราะเขาสามารถรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี นึกถึงตัวเองถ้าต้องออกรายการทีวี แล้วเจอไพ่ใบแรกเป็น The Moon ผมคงหยุดกึ้กไปนิดนึงก่อน เพราะมันเป็นไพ่ที่อ่านยาก ผมคิดว่า ถ้าเค้าคนนั้น ไม่ได้ออกทีวี และมีเวลานั่งมองไพ่ มีเวลาเรียบเรียงคำพูด เหมือนที่ผมมีเวลานั่งเขียนบล็อกอย่างเชื่องช้า คำทำนายของเขาคงจะต่างออกไป

ถ้าใครถนัดความหมายไพ่สักหน่อย เห็น The Moon กับ พลอย เฌอมาลย์ บางทีเราอาจจะทายแบบเอาใจนิดหน่อยได้ว่า น้องพลอยเหมาะกับการแสดง และวงการมายามาก เพราะไพ่พระจันทร์ ถ้าเป็นนักแสดงก็เป็นดาราเจ้าบทบาท รับรองว่าบทหนังบทละครดีๆจะมีให้เธอได้เล่นอีกเยอะ ปกติแล้วนักแสดงจะอินกับบทที่ตัวเองได้รับ ฉะนั้นไพ่ที่หยิบได้อาจสื่อถึงตัวละคร ไม่ใช่ชีวิตจริงของเธอก็ได้ อันนี้ก็เป็นความยากอย่างหนึ่งของการทำนาย จะปลอดภัยที่สุดถ้าเราจะเริ่มต้นด้วยการทายเรื่องงานซะเลย ซึ่งก็ไม่แน่ว่า เธออาจจะมีผลงานชิ้นใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้

แต่คิดๆอยู่ ถ้าเป็นผมวันนั้น ผมอาจจะมองไพ่ The Moon ว่าหมายถึง “ข่าวลือ” เป็นประเด็นหลักก็ได้นะครับ เป็นไปได้ว่าน้องพลอยอึดอัดกับข่าวล้วงลึกชีวิตรักของเธอเต็มทนแล้ว หรือเธออาจรู้สึกว่า ทำไมใครบางคนไม่ชอบเธอ ชอบให้ร้ายเธอ … หลังจากที่ผมสะดุดกึ้กไปพักหนึ่งเมื่อเห็นเดอะมูน ผมคงจะพูดประโยคแรกกับเธอว่า “น้องพลอย พักนี้โดนกระแสข่าวเยอะเหลือเกิน เห็นมั้ย ไพ่เดอะมูน หมายถึงข่าวลือ จริงบ้าง มั่วบ้าง เยอะไปหมด”

คิดว่าเริ่มที่ประเด็นนี้น่าจะ “ได้ใจ” น้องพลอยมากกว่า เพราะไพ่เดอะมูน ยังแปลว่า “โดนนินทาว่าร้ายให้เสียชื่อเสียง” ผมว่าเธออยากให้คนเลิกสนใจเรื่องรักๆร้างๆของเธอเสียที ไม่อยากให้ใครมาขุดคุ้ยอีก พอออกมายืนยันว่ากลับมาคืนดีกันแล้ว ก็ยังมีประเด็นตามมาอีก แล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานกัน เพราะดูฝ่ายชายก็ไม่มีทีท่าชัดเจนในเรื่องนี้ หากน้องพลอยถามผม “นั่นสิ เมื่อไหร่ข่าวมันจะจบซักกะที” ผมก็จะหยิบไพ่ใบที่สองคือ Six of Swords ขึ้นโชว์แล้วพูดแบบติดๆขัดๆตามประสาต่อไป

6swords.jpg 

ไพ่ 6 ดาบ บอกไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมันก็เงียบไปเอง เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อย สิ่งที่เราควรทำก็คืออยู่กับกระแสข่าวต่างๆด้วยความรู้สึกเป็นปกติให้ได้ เรื่องมันจะจริงจะเท็จก็ช่างมัน ลองดูภาพผู้หญิงใช้ผ้าคลุมศีรษะ นั่งบนเรือที่มีดาบปักอยู่ 6 เล่ม มันหมายถึงน้องพลอยต้องสงบใจกับปัญหาต่างๆให้ได้ แล้วเรือมันก็จะลอยไปจนถึงฝั่งเอง (เป็นการดูดวงแบบ โฟกัสที่ปัญหา มองให้เห็นปัญหาก่อน แล้วพูดคุยปรึกษากัน ส่วนคำทำนายอื่นๆก็ว่ากันทีหลัง หรือเมื่อไหร่ก็ได้)

themoon2.JPG

บรรทัดนี้สำหรับผู้ศึกษาทาโรต์นะครับ ดวงจันทร์ เป็นเหมือนกระจกสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ บางครั้งจันทร์ก็เต็มดวง บางครั้งก็เป็นจันทร์เสี้ยว แม้จะเป็นจันทร์เสี้ยว แต่จริงๆแล้วมันก็ยังเป็นจันทร์ดวงกลมๆเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนรูปทรงไปแต่อย่างใด อยู่ที่ว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะฉายมาทางไหน ดังนั้นภาพที่เราเห็นจาก The Moon อาจเป็นเพียงแสงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือทั้งหมดเรามองไม่เห็น เมื่อคุณเห็น The Moon ต้องระมัดระวังการทำนาย เพราะความรู้สึกจริงๆอาจไม่ได้เปิดเผยออกมา หรือเปิดเผยก็เพียงบางมุมให้เราเข้าใจไขว้เขวไป ดีที่สุดคือควรได้พูดคุยกันไปเรื่อยๆก่อน เพื่อให้เจ้าชะตาไว้ใจเรา และยอมพูดออกมาเองอย่างหมดเปลือก ผมเคยเจอหลายคนที่หยิบไพ่เดอะมูนใบแรก มักมีเรื่องราวที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าที่เจ้าตัวจะยอมเล่าทั้งหมด เช่น ถามว่ารักของฉันกับเขาจะเป็นอย่างไร โดยพุ่งประเด็นไปที่ความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่สิ่งที่ตัวเองได้ก่อเรื่องเอาไว้จนเป็นปัญหามากมาย เจ้าตัวจะไม่ยอมบอก ส่วนใหญ่มักเบี่ยงเบนประเด็นจนเราเข้าใจผิด ซึ่งเป็นไปได้ทั้งที่เจ้าชะตาจงใจจะไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัว หรืออาจเป็นธรรมชาติของเจ้าชะตาเองก็ได้ คือเป็นนิสัยที่ติดตัวมานาน ไม่ชอบเปิดใจกับใคร ไม่ได้มีเจตนาจะทำตัวปกปิดซ่อนเร้นอะไร (The Moon มีรายละเอียดเยอะมาก เอาไว้พูดถึงมันเต็มๆทีหลังดีกว่าครับ)

กลับมาดูไพ่ความรัก 3 ใบ Judgement, Eight of Pentacles, Seven of Wands หมอดูคนนี้บอกว่า Judgement คือการรอคอย หมายถึงความรักของน้องพลอยต้องใช้เวลานาน ต้องทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวกันไปก่อน ผมคิดดูเขาก็พูดตรงกับความเป็นจริงนะ เพราะเท่าที่เห็น ดูเหมือนรักของน้องพลอยไม่ได้ลงเอยกันง่ายๆ มีอุปสรรคเหลือเกิน และต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน

แต่สำหรับผมไพ่ Judgement ไม่ได้แปลว่า “การรอคอย” น่ะครับ มันแปลว่า “สิ้นสุดการรอคอย” คือไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจทำไมความหมายมันตรงข้ามกันไปได้ ไพ่ใบนี้เป็นภาพฑูตสวรรค์มาเป่าแตร ส่งสัญญาณปลุกวิญญาณทั้งหลายที่หลับอยู่ในหลุมฝังศพ เพื่อบอกกับวิญญาณทุกดวงว่า ตื่นได้แล้ว ถึงวันพิพากษาแล้ว วันนี้พระเจ้าจะมาตัดสินว่าใครจะได้ขึ้นสวรรค์หรือใครจะลงนรก

ถ้าอธิบายในแง่ของ “สภาวะ” Judgement มันเป็นอะไรที่รู้สึกโล่งๆน่ะครับ เหมือนได้หลุดพ้นซะที ประมาณนั้น หากจะแปลไพ่ให้น้องพลอย ผมก็จะโยงเข้ากับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาคือ น้องพลอยเพิ่งได้เคลียร์ปัญหากับคนรักมาไม่นานนี้เอง มันทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้น อะไรที่อึดอัดอยากพูดอยากระบาย ก็ได้พูดคุยได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปก็จะเดินหน้าไปตามที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ อะไรยอมได้ อะไรยอมไม่ได้ หรือขอกันไว้สักเรื่องสองเรื่อง ก็ถือว่าทุกอย่างโอเค จากนี้ไปก็จะได้ตั้งใจทำมาหากินต่อไป (Eight of Pentacles)

ส่วนในระยะยาวนั้น ความรักของทั้งคู่ยังมีอุปสรรคอีกพอสมควร คุณจะสังเกตว่าไพ่ Seven of Wands เป็นคนที่ต่อสู้อยู่คนเดียว 1 ไม้เท้าสู้กับ 6 ไม้เท้า ถ้ามองในแง่ความรัก ก็จะมีใครสักคนเพียรพยายามอยู่คนเดียวลำพัง อย่างห้าวหาญ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย ผมต้องแนะนำเธอต่อไปว่า ขอให้จำไว้เถิด ความรักเป็นอะไรที่ต้องร่วมกันฟันฝ่า ขอให้พูดคุยกันบ่อยๆถึงเรื่องนี้ ต้องช่วยกันประคอง ความรักจึงจะดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง ผมต้องยอมรับกับเธอว่า ไพ่ 3 ใบนี้ ไม่มีใบไหนแสดงถึงอารมณ์หวานชื่นเลย ต่อหน้าสาธารณะพวกเขาอาจแสดงออกยังไงก็ได้ วันนี้พรุ่งนี้เขาอาจกลบเสียงวิจารณ์ด้วยการมานั่งสวมแหวนหมั้นให้กันก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญจริงๆคือ ความรู้สึกของทั้งคู่เมื่ออยู่กันตามลำพังต่างหาก…

จบดื้อๆเลยแล้วกันเนอะ :-)

เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 5, 2007 at 4:47 am ความเห็น (5)

ไพ่ของพลอย (1)

ploy.jpg 

คืนวันพุธที่ 27 ก.ย. รายการ “ราตรีสโมสร” ทางช่อง 3 เชิญ พลอย เฌอมาลย์ มาเป็นแขก เผอิญผมเปิดไปเจอพอดี เห็นเขาให้หมอดูไพ่ยิปซีมานั่งดูดวงให้น้องพลอย ขออภัยที่ไม่รู้จักชื่อหมอดูคนนี้ ผมนั่งดูไปจนจบก็กะว่า ว่างๆจะเอาเรื่องนี้มาอัพบล็อก

อย่างแรกคือ หมอดูที่ว่านี้พูดจาคล่องแคล่ว หงายไพ่ปุ๊บก็แปลความหมายปั๊บอย่างลื่นไหล เหมือนเซลแมนพอหยิบสินค้าขึ้นโชว์ ก็สามารถบรรยายสรรพคุณได้ทันทีไม่มีเว้นช่องไฟ ทำให้รู้สึกว่า ตัวผมเองที่ออกทีวีไม่ได้ก็เพราะขาดอะไรแบบนี้แหละ คือพูดไม่เก่ง ถ้าต้องไปออกทีวีคงไปทำรายการเขากร่อย

อย่างที่สอง การดูดวงในรายการทอล์คโชว์ ถ้าเป็นดวงบุคคล เราจะพูดอะไรล้วงลึกเกินไปก็ไม่ได้ จะทายแรงๆให้แขกรับเชิญเกิดความกลัวก็ไม่ควร เพราะคอนเซ็ปต์ของรายการก็ออกแนวบันเทิง นั่งคุยกันสบายๆ ผมรู้สึกว่าหมอดูคนนี้ทำได้ดีตรงที่รู้จักใช้คำพูด รู้จักทายเบาๆ ไม่ทำให้น้องพลอยต้องเครียด แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นการ “ทายโชว์” เพื่อรายการทีวีเท่านั้น ในมุมมองของผม การทายแบบนี้น้องพลอยอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ เพราะเธอไม่มีโอกาสได้ปรึกษา หรือถามคำถามที่เธออยากรู้เป็นการส่วนตัว ผมไม่แน่ใจว่า ก่อนหรือหลังบันทึกเทปรายการ น้องพลอยมีโอกาสได้นั่งดูดวงกับหมอดูคนนี้แบบเต็มๆหรือเปล่า ถ้าเปล่า ผมอยากแนะนำให้หาเวลาว่างๆ กลับไปเช็คดวงขอคำปรึกษากันสักทีก็ดีนะครับ เผื่อหมอเขาจะมีอะไรแนะนำเป็นพิเศษกว่าที่พูดไปแล้วในรายการ
  
อย่างสุดท้าย ผมเห็นว่าแนวทางการทำนายของหมอดูคนนี้ แตกต่างจากของผมพอสมควร ไหนๆน้องพลอยก็หยิบไพ่ออนแอร์ไปทั่วประเทศแล้ว หากจะเอาไพ่ที่เธอหยิบได้มาเป็นกรณีศึกษา ก็คงไม่ผิดอะไรนะ

ไพ่ที่ใช้วันนั้นคือชุด Rider Waite น้องพลอยหยิบ 10 ใบ หมอดูก็หงายขึ้นโชว์ทีละใบแล้วบรรยายไป แต่ด้วยเวลาจำกัด เขาไม่ได้หงายให้เห็นครบทุกใบ เท่าที่ผมจำได้ 5 ใบคือ The Moon, Six of Swords, Ace of Wands, The Hermit, Eight of Swords อาจไม่ได้เรียงตามลำดับทุกใบนะครับ แต่สองใบแรกคิดว่าใช่แน่นอน

themoon.jpg

จากนั้นเขาให้น้องพลอยหยิบไพ่เรื่องความรัก 3 ใบ ออกมาเป็น Judgement, Eight of Pentacles, Seven of Wands

judgement.jpg

8coins.jpg

7wands.jpg 

ช่วงที่ผ่านมาข่าวคราวความรักของน้องพลอย มีปรากฏให้เห็นบ่อยตามสื่อต่างๆ ไพ่ที่เธอหยิบได้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย แต่วันนี้ดึกแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาอัพต่อ :-)

เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 1, 2007 at 4:11 am ความเห็น (7)