เด็กสวนฯ

ปกติท้ายรถผมจะเตรียมไว้พร้อมทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า เผื่อว่างเมื่อไหร่ก็จะแวะไปวิ่งออกกำลังกายได้ทันที เดี๋ยวนี้ต้องดูแลสุขภาพตัวเองเป็นพิเศษน่ะครับ โชคดีที่ออฟฟิศผมมีฟิตเนสให้เล่นฟรี และไม่นานมานี้ที่คอนโดก็เพิ่งทำห้องฟิตเนส  ทำให้โอกาสวิ่งมีมากขึ้น เพราะเวลาว่างของผมไม่แน่นอน ถ้ามีอันต้องนอนดึกตื่นสาย ก็มักไปวิ่งที่ออฟฟิศเอาตอนเที่ยงๆ หรือบางวันเลิกค่ำ เกินเวลาจะวิ่งที่ออฟฟิศได้ก็จะกลับมาวิ่งที่คอนโด แต่ถ้าวันไหนรู้ตัวว่านอนน้อยเกินไปก็จะงด ไม่ออกกำลังกายเลย  หลังๆค่อนข้างเซฟตัวเองเหมือนกันครับ 

แต่ที่เป็นความชอบส่วนตัวจริงๆคือ พยายามนอนให้พอแล้วตื่นแต่เช้าๆ ออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักผมเท่าไหร่ ที่สวนสาธารณะบรรยากาศตอนเช้าสดชื่น คึกคัก ผมชอบมากกว่าตอนเย็นๆ อารมณ์มันคนละแบบนะ สวนสาธารณะตอนเย็นๆ บรรยากาศดีตรงความสงบ แต่เรื่องความสดชื่นสู้ตอนเช้าไม่ได้

วันนี้ไปทำงานข้างนอก เสร็จงานก็รีบฝ่ารถติดกลับมาถึงสวนฯสัก 5-6 โมงเย็น ได้เวลาวิ่งพอดี  คุณก็อย่าลืมออกกำลังกายกันนะครับ :-)

park1.JPG

park2.JPG

park4.JPG

park3.JPG

park5.JPG

park6.JPG

park7.JPG

เผยแพร่ใน: on กันยายน 27, 2007 at 1:03 am ความเห็น (3)

วันทำงาน

ก่อนนี้นึกอยากไปเที่ยวไหน ไปทำอะไร ก็จะรอ ร้อ รอให้ถึงวันหยุด ก้มหน้าก้มตาทำงานไป 6 วัน แล้วคอยว่าเมื่อไหร่จะถึงวันหยุดซะทีนะ จะได้มีอิสระเสรี ไปเที่ยวไหนต่อไหนตามใจอยาก  แค่วันเดียวก็ยังดี  ดีกว่าไม่ได้หยุดเลย

พอเดี๋ยวนี้เริ่มคิดได้ ชักกลัวหรือยังไงก็ไม่รู้ เริ่มรู้สึกว่าชีวิตคนเรามันไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือขนาดนั้น อยากจะทำอะไรก็รีบทำเข้า อย่าเอาเวลาไปผูกติดกับงานอย่างเดียว… เปล่า ไม่ได้นึกเบื่องานหรืออะไร แต่คิดว่า คนเราทำงานไปด้วย ทำอย่างอื่นไปด้วยก็ได้นี่นา

พักหลังๆผมเลยพยายามจัดสรรเวลา ให้แต่ละวันมีอะไรทำมากกว่าการทำงาน โดยเฉพาะทำในสิ่งที่คิดว่ามันจรรโลงใจเราเอง อย่างวันนี้นึกอยากไหว้พระ ก็เลยออกจากบ้านเร็วหน่อย แวะกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย เจ้านี้เห็น หมึกแดง มาการันตีให้สองหนแล้ว แต่ความจริงผมก็รู้ตั้งนานแล้วแหละ ว่าเขาอร่อย :-)    พออิ่มท้อง ก็กะว่าจะกราบพระ ให้อาหารปลา ทำบุญทำทานเสียหน่อย

คนฝั่งปทุมรู้จักดีครับ วัดมะขาม กับ วัดศาลเจ้า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดแฝดติดกัน คืออยู่ปนๆกันไปเลย ไม่มีรั้วกั้น ไม่รู้โบสถ์วิหารหลังไหนเป็นของวัดไหน (ถ้าไม่สังเกตดีๆ) บางคนบอกไปกินก๋วยเตี๋ยววัดมะขาม บ้างก็บอกก๋วยเตี๋ยววัดศาลเจ้า จริงๆแล้วก๋วยเตี๋ยวและของกินทั้งหลายแหล่อยู่ในเขตวัดศาลเจ้า

แต่งานนี้ไม่ได้ถ่ายร้านก๋วยเตี๋ยวมา ขออภัยด้วยครับ ผมออกจะขาดพรสวรรค์ในการถ่ายรูปอาหาร ตอนกินก็ไม่เคยคิดจะถ่ายรูปเก็บไว้  ปกติจะกินอย่างเดียว ไม่พูดไม่จาว่างั้นเถอะ และถ้าให้ถ่ายจริงๆก็คงจะดูไม่น่ากินหรอกผมว่า ก็เลยไม่มีรูปของอร่อยๆมาอวดกัน :-)

 

อิ่มแล้วแวะไปกราบหลวงพ่อสังกัจจายน์

 

แผ่นทองเต็มองค์ ของผมก็เยอะอยู่นะ เพราะมาบ่อย

ไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ก็เดินตรงไปท่าน้ำวัดมะขาม

 

ศาลาริมน้ำมักมีคนนอนเอกเขนก นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นวันทำงาน ก็จะไปท้าแข่งเอกเขนกกับเขาซะหน่อย ไม่มียอมใครอยู่แล้วเรื่องแบบนี้

 

เดี๋ยวนี้หลายวัดนิยมทำโป๊ะยาวๆไว้ให้อาหารปลา ไม่รู้วัดไหนเริ่มก่อนนิ

 

ถังใหญ่ 50 บาท แต่ถ้าเป็นวันหยุดเห็นมีมาขายกันเป็นกระสอบๆเลย

 

 

วัดศาลเจ้าก็มี จตุคามรามเทพ ให้เช่าด้วยครับ

เหตุผลคงเพราะต้องการระดมทุนบูรณะโบสถ์ที่ชำรุดทรุดโทรม

ถ้าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปีสองปีมานี้ เป็นเจตนารมณ์ขององค์จตุคามรามเทพ ผมก็ขออนุโมทนาด้วยครับ อย่างน้อยเงินบางส่วนได้มาช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา มาสร้างวัดวาอาราม สำหรับเงินก้อนโตที่ไหลไปอยู่กับนายทุนทั้งหลายนั้น ก็จะไม่ขอเก็บเอามาคิด ถือเป็นเรื่องของเขา ถ้าใจเขาบริสุทธิ์ เขาก็ได้บุญไป ถ้าเขาทำไปด้วยใจโลภ เขาก็จมอยู่ในความโลภนั้นเอง อันนี้แล้วแต่กรรมของเขา 

ส่วนผมได้บุญแล้วก็เข้าออฟฟิศ ทำงานดีกว่า :-)

เผยแพร่ใน: on กันยายน 25, 2007 at 6:24 am ความเห็น (7)

หมอดูไพ่ป๊อก (ตอน 4)

วิธีหนึ่งของการดูดวงสไตล์ มาดาม เลอนอร์มองด์ ขั้นแรกคัดเอาเฉพาะไพ่เบอร์ 6 ขึ้นไปถึงไพ่เอซจำนวน 36 ใบ ส่วนเบอร์ 2-5 คัดออกเพราะไม่ใช้

จากนั้นเมื่อสับไพ่และอธิฐานเสร็จแล้ว ไม่ต้องตัดไพ่อีก เอาไพ่วางหงายทีละใบ เรียงตามแนวนอนแถวละ 8 ใบ จะได้ 4 แถว และเศษอีก 4 ใบ ก็วางเรียงเป็นแถวที่ 5 ให้อยู่ตรงกลางไม่ต้องชิดขอบ อย่างในภาพแรก

card1.jpg 

ไพ่เจ้าชะตากำหนดไว้ตายตัว ถ้าเจ้าชะตาเป็นผู้ชายให้ดูที่ไพ่ เอซโพแดง, ถ้าเจ้าชะตาเป็นผู้หญิงดูที่ไพ่ เอซโพดำ, หากเจ้าชะตาเป็นชายมีภรรยาแล้ว ไพ่เอซโพดำก็คือภรรยาของเจ้าชะตา, กลับกันถ้าเจ้าชะตาเป็นหญิงที่มีสามีแล้ว ไพ่เอซโพแดงก็คือสามีของเจ้าชะตา, ถ้าเจ้าชะตายังไม่แต่งงาน แต่สนใจใครอยู่ เวลาทายก็สามารถโฟกัสไปที่ไพ่คู่ของเจ้าชะตาได้เหมือนกัน เข้าใจนะครับ

วิธีดูเราจะใช้ไพ่ที่อยู่ติดกับไพ่เจ้าชะตาเฉพาะด้านล่างลงไป, ด้านซ้ายมือ และด้านบนขึ้นไปเท่านั้น (ด้านขวามือของเจ้าชะตาไม่ใช้) ไพ่ติดด้านล่างเจ้าชะตาคืออดีต, ไพ่ติดด้านซ้ายเจ้าชะตาคือปัจจุบัน และไพ่ติดด้านบนเจ้าชะตาคืออนาคต เราสามารถอ่านเชื่อมโยงไพ่ใบถัดๆไปตามแนวตั้งและแนวนอน เพื่อแปลเรื่องราวให้ละเอียดขึ้นก็ได้ หรือจะทายเป็นเรื่องที่ไกลตัวออกไปก็ได้ เพราะไพ่อดีตนั้น ใบที่อยู่ถัดลงไปข้างล่าง ถ้าห่างออกไปก็หมายถึงอดีตไกลๆ เช่นกัน ถ้ามีไพ่แถวบนเจ้าชะตาถัดขึ้นไปอีก ก็หมายถึงอนาคตที่ไกลออกไป

ดังตัวอย่างนี้ ผมได้อธิฐานขอดูดวง คุณทักษิณ และภรรยา ปรากฏว่า ไพ่เอซโพแดง แทนตัวคุณทักษิณ อยู่ใบที่ 5 แถวบนสุด ส่วนไพ่เอซโพดำ แทนตัวภรรยาของท่านนั้นอยู่ใบที่ 7 แถวที่ 3

เริ่มจากคุณทักษิณก่อนนะครับ

card2.jpg 
ไพ่อดีต : จะสังเกตเห็นว่าไพ่ที่ต่อจากเอซโพแดงลงไปข้างล่างก็คือ 10 โพดำ และ ควีนดอกจิก เมื่อเปิดความหมาย (ดูจากตอนที่ 3)

10 โพดำ : (เรือทะเล) สิ่งใหม่ๆกำลังจะเข้ามาในชีวิตคุณ บางครั้งหมายถึงการเดินทาง ส่วนใหญ่แล้วมีความหมายในทางที่ดี + ควีนดอกจิก : (งู) ศัตรู จงระวังในคำพูดและการกระทำของคุณเอง

ก็ทำให้พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่า ในอดีตนั้นคุณทักษิณมีศัตรู ต่อมาก็มีการเดินทาง ซึ่งการเดินทางของเขานั้น ไม่ใช่ไม่ดีสำหรับตัวคุณทักษิณเอง มองว่าเป็นการหนีจากสิ่งร้ายๆก็คงจะได้

ไพ่ปัจจุบัน : ไพ่ด้านซ้ายของเอซโพแดงคือ 7 ดอกจิก และ 10 โพแดง

7 ดอกจิก : (หนู) ทรัพย์สมบัติเสียหาย + 10 โพแดง : (สุนัข) มิตรแท้ ความสำเร็จ

เห็นไพ่สองใบนี้แล้วอยากจะถามคุณทักษิณว่า ณ วันนี้คุณบอกได้มั้ยใครเป็นมิตรแท้ และใครที่เข้ามาผลาญทรัพสมบัติของคุณ? ไพ่มิตรแท้ของคุณทักษิณนั้น (10 โพแดง) อยู่ถัดออกไปจากตัวเขา แสดงว่าเขาเองก็มีมิตรแท้นะครับ คุณทักษิณย่อมจะมีคนที่รักและห่วงใยเขาจริง เพียงแต่ไพ่ที่อยู่ติดกับตัวเขานั้น (7 ดอกจอก) คือหนูที่กำลังแทะเล็มสมบัติของเขาอยู่ คุณทักษิณต้องจ่ายให้ใครบ้าง และคนที่ได้เงินเขาไปนั้นมีใครที่จริงใจกับเขาบ้าง หรือบางทีเขามองพรรคพวกของเขาเป็นมิตรแท้ทุกคน และมองว่าคนที่แทะเล็มสมบัติของเขาคือ คตส. อันนี้ก็สุดแท้แต่ตัวเจ้าชะตาจะคิดได้เอง

ไพ่อนาคต : เนื่องจากไพ่เอซโพแดงอยู่แถวบนสุดแล้ว ไม่มีไพ่อนาคตที่ต่อขึ้นไปอีก อย่างแรกต้องบอกว่า อนาคตของคุณทักษิณยังไม่เปิดเผยชัดเจน มันยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน กรณีนี้เราสามารถพักเรื่องของคุณทักษิณไว้สัก 1 เดือน แล้วค่อยมาเช็คดูความคืบหน้าก็ได้ แต่หากอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม หรือแนวโน้มในช่วงนี้ ให้ดูไพ่ข้างด้านขวามือไปพลางๆก่อนครับ

ไพ่ด้านขวามี ควีนโพดำ และแจ็คโพแดง เรามาดูความหมาย

ควีนโพดำ : (ดอกไม้) อารมณ์ดี บางครั้งหมายถึงความรัก + แจ๊คโพแดง : (หัวใจ) ความรัก มิตรภาพ ความสนุกสนาน ความสามัคคี บางครั้งหมายถึงความสัมพันธ์ใหม่ๆ รักครั้งใหม่

เดาๆได้ว่าคุณทักษิณยามนี้ ดวงความรักกำลังขึ้น ได้พบเพื่อนใหม่ ชีวิตดูมีความสุขว่าอย่างงั้นเถอะครับ และก็ไม่รู้ได้มอบดอกไม้ให้ใคร หรือมีใครมอบดอกไม้ให้เขาบ้างหรือเปล่า ในรายละเอียดอื่นๆนั้น ก็ยังมีเทคนิคอีกมากมายครับ ผมคงเอามาถ่ายทอดได้ไม่หมดในทีเดียว

ทีนี้มาดูดวงคุณหญิงกันบ้าง

card3.jpg 

ไพ่อดีต : ไพ่ถัดจากเอซโพดำลงไปคือไพ่ 9 ข้าวหลามตัด

9 ข้าวหลามตัด : (โลงศพ) ความตาย ความเจ็บป่วย ปัญหายุ่งยาก

อันนี้เห็นชัดว่าก่อนหน้านี้ คุณหญิงมีปัญหามากแค่ไหน ชีวิตของเธอเหมือนจบสิ้นลงทีเดียว แถมมีเรื่องของความเจ็บป่วยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โปรดสังเกตนะครับ ดวงของคุณทักษิณ กับภรรยา อาจไม่เหมือนกันก็ได้ เพราะในความรู้สึกของแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่นตัวอย่างนี้ เราจะเห็นว่าคุณหญิงนั้น ต้องมีอาการเครียดกว่าคุณทักษิณแน่นอน ผมดูแล้วคุณทักษิณน่าจะรู้จักแสวงหาความสุขให้ตัวเองได้ดีกว่า

ไพ่ปัจจุบัน : ไพ่ด้านซ้ายของเอซโพดำคือ 7 โพดำ และ ควีนดอกจิก

7 โพดำ : (จดหมาย) เอกสารทางการ + ควีนดอกจิก : (งู) ศัตรู จงระวังในคำพูดและการกระทำของคุณเอง

เรื่องนี้คงจะแปลกันไม่ยาก เพราะไพ่ชัดซะขนาดนั้น ณ เวลานี้คุณหญิงก็ได้ถูกออกหมายจับไปแล้วด้วย เอกสารทางราชการที่มาจากศัตรูของคุณหญิง ก็คือหมายศาลในคดีต่างๆนั่นเอง ถ้าทายแบบไม่รู้จักกันมาก่อน เราจะเห็นว่าเมื่อเอาไพ่อดีตมาเชื่อมโยงกับปัจจุบัน ก็พอจะทายได้ว่าเจ้าชะตามีคดีความอยู่ เพราะว่าเขากำลังมีปัญหา มีศัตรู และมีเอกสารทางราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง (ไพ่ยังเตือนว่า “จงระวังในคำพูดและการกระทำของคุณเอง” นะครับคุณหญิง)

ไพ่อนาคต : ไพ่ถัดจากเอซโพดำขึ้นไปคือ 6 ดอกจิก และแจ็คโพแดง

6 ดอกจิก : (ไม้กางเขน) ยุ่งยาก ทางออกที่ยากลำบาก + แจ๊คโพแดง : (หัวใจ) ความรัก มิตรภาพ ความสนุกสนาน ความสามัคคี บางครั้งหมายถึงความสัมพันธ์ใหม่ๆ รักครั้งใหม่

ในอนาคตอันใกล้คุณหญิงยังคงแก้ไขปัญหาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางซะทีเดียว เพราะใบถัดไปเป็นไพ่ที่มีความหมายดี ยังมีคนพอจะช่วยคุณหญิงได้ ถ้าใครบางคนอยากเห็นถึงขนาดให้คุณหญิงต้องเข้าไปอยู่ในคุก ไพ่ก็บอกให้อุ่นใจว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ หากแม้คุณหญิงจะเคลียร์ปัญหาที่เมืองไทยไม่สำเร็จ คุณหญิงและครอบครัวก็สามารถจะสร้างสัมพันธ์ใหม่ๆที่ต่างประเทศ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร

นี่เป็นตัวอย่างการทำนายไพ่สไตล์ มาดาม เลอนอร์มองด์ ลองเอาไปใช้งานดูนะครับ เชื่อว่าคุณจะสนุกกับการฝึกเชื่อมโยงความหมายไพ่ ผมเองไม่พยายามทายให้พิสดารเกินไป เพราะแค่ต้องการจะอธิบายวิธีการเท่านั้น ถ้าคุณฝึกฝนบ่อยๆ และรู้จักเอาเทคนิคของตัวเองมาใช้งาน ก็เชื่อว่าคุณจะสามารถทายได้อย่างละเอียดทีเดียว

อาจมีคนสงสัยว่า พวกเราสามารถจะหยิบไพ่ขึ้นมาเช็คดวงคุณทักษิณกันได้หมดทุกคนเลยหรือไม่ อันนี้ขอตอบว่าแล้วแต่ความชำนาญในการใช้ไพ่ และความสามารถทางจิตของแต่ละคนครับ แม้ผมเองก็ไม่อวดอ้างว่าผมมีพลังจิตที่ดี ไพ่ตัวอย่างที่ยกมานี้ อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ได้  อย่าเพิ่งเชื่อ… จนกว่าจะได้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง :-)

เผยแพร่ใน: on กันยายน 19, 2007 at 2:53 am ความเห็น (10)

Special Moment

อีเมล jitpan@hotmail.com เป็นภาษาต่างดาวมานานมาก เพิ่งจะรู้วิธีแก้ไขง่ายๆ คือให้เปลี่ยนจาก hotmail ธรรมดา ไปใช้ windows live แทน แค่นี้เอง ผมก็โง่ซะนาน :-)

พอเช็คเมลได้รู้เรื่องก็เห็นว่า อาจารย์ถาวร บุญญวรรณ เขียนมาหาเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา น่าสนใจเลยเอามาฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ครับ

ix.jpg 

หลายเดือนก่อนผมไปขี่มอเตอร์ไซค์เล่นที่พุทธมณฑล กำลังจะกลับบ้าน ตอนขี่ออกมาก็มาพบพระองค์หนึ่งมายืนรอตรงก่อนทางออกสักสองกิโลได้ พระองค์นั้นใส่ชุดสีกลัก ท่านถอดหมวกทรงแหลมออกแล้วหันมายิ้มให้ผมแล้วโบกมือให้ ผมก็ชลอรถแล้วหันไปสวัสดีท่าน ท่านก็ยิ้มให้ แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน มาทราบภายหลังว่าคืออาจารย์ติช พระเวียดนามแห่งหมู่บ้านพลัม

แปลกดีนะ

ถาวร

วันนี้อัพสั้นๆ เพราะยังปั่นงานไม่เสร็จ :-)

เผยแพร่ใน: on กันยายน 16, 2007 at 9:27 pm ความเห็น (1)

9/11

กำลังเจ็บแปล๊บๆแล่นถึงหน้าอก ก็พอดีเข้า hotmail เห็นผู้อ่านนิตยสาร Health Plus เมลตอบมาขอบคุณ อวยพรย้อนกลับให้ผมมีสุขภาพดีเช่นกัน พร้อมๆกับที่คุณ Jub ก็เมลมาถามไถ่ด้วยความห่วงใย และแนะนำยาสมุนไพรดีๆมาให้ผมพิจารณา อ่านแล้วรู้สึกโล่งสบายขึ้นทันตาเห็น…ขอบคุณมากนะครับทั้งสองท่าน

the-tower.jpg 

ผมว่าคนเราแม้ไม่ได้อยู่ใกล้ แต่ก็มีสายใยโยงถึงกันได้ เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) เป็นวันครบรอบตึกเวิลด์เทรด เซนเตอร์โดนถล่ม ร่างกายผมก็บังเอิญจะต้องมีอาการอ่อนแอกระทันหันพอดี (เนื่องจากสุขภาพไม่ดีมานานแล้วน่ะครับ) ลองเปิดปฏิทินโหราศาสตร์ดู ก็เป็นไปตามคาด ดาวจันทร์ โคจรเข้าร่วมวงไพบูลย์กับดาวน้อยใหญ่ที่ราศีสิงห์ ซึ่งมีดาวอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเล็งตรงมาจากราศีกุมภ์ด้วย แค่ดาวจันทร์ถูกดาวบาปเคราะห์รุมยำก็แย่พอแล้ว ดาวจันทร์ยังทับกับดาวอาทิตย์ เวลา 14.52 น. และเป็นจันทร์ดับในเวลา 19.41 น. เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผมรู้สึกอึดอัดมาตลอดบ่ายถึงเย็น สุดท้ายทำงานต่อไปไม่ไหว ต้องหนีกลับบ้านก่อน แต่เฝ้าดูอาการตัวเองแล้ว ยังไม่ร้ายแรง กะว่าขอนอนพักสักคืนก่อน รุ่งขึ้นลาหยุดไปหาหมอดีกว่า… และแล้วผู้อ่านทั้งสองก็เหมือนจะสื่อได้ พร้อมใจกันส่งเมลมาหาพอดี :-)

การห่วงใยซึ่งกันและกัน เป็นยาวิเศษอย่างหนึ่ง มันทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ (ปกติแล้วโลกไม่น่าอยู่หรอกนะครับ) ผมเองแสดงความห่วงใยคนอื่นอยู่ตลอด แม้ไม่คาดหวังอะไร แต่ส่วนใหญ่เขาจะห่วงใยตอบมาเสมอ ผมไม่แน่ใจว่าหมอดูต้องมีลักษณะอย่างนี้รึเปล่านะ เป็นคนดี ห่วงใยคนอื่น ฯลฯ หมอดูต้องเป็นคนดีรึเปล่าถึงจะเรียกว่าหมอดูที่เก่ง!? เดี๋ยวนี้มีคนข้องใจอะไรแบบนี้กันแล้ว ในเว็บไซต์เพื่อนบ้านผมกำลังมีคนเข้าไปป่วน คุณคงเคยเห็นคนที่ชอบป่วนในเว็บบอร์ด ส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตัวเองพูดอยู่ในประเด็น เถียงอยู่ในเหตุผล (เพราะคิดเข้าข้างตัวเองยังงี้ไงถึงเถียงไม่ยอมเลิก) ตัวเองพูดจายียวนกวนประสาทคนอื่นไม่เป็นไร พอมีคนมาต่อว่าบ้าง ก็เลี่ยงไปพูดแต่สิ่งที่ตัวเองอยากจะพูด

ผมแนะนำอย่างนี้ครับ เราบังคับให้ใครเป็นคนดีไม่ได้หรอก มันเป็นปัญหาของเขาเอง เขาจะต้องเผชิญกับตัวตนเขาเองไปตลอดชีวิต เราเพียงแต่เลือกคบคนที่เราอยากคบได้ เราอยากอยู่ในสังคมดีๆ อยากให้สังคมของเราน่าอยู่ เราต้องลงมือทำ จะรอให้ใครบางคนกลายเป็นคนดีขึ้นมาเห็นจะไม่ได้ เราต้องเลือกผูกมิตรกับคนดีๆครับ พยายามปฏิเสธคนไม่ดีออกไปจากชีวิตเรา (ถ้ามันสุดวิสัยจริงๆ) อย่างน้อยก็ไม่ต้องสนใจใยดีเขา พระพุทธเจ้าตรัสให้เลือกคบหาแต่บัณฑิต อย่าคบคนพาล คนที่พยายามแสดงตัวเป็นผู้มีเหตุผล แต่พูดจายียวนกวนประสาท ไม่ใช่บัณฑิตหรอกครับ

the-magician.jpg

the-hermit.jpg

พูดถึงหมอดูแม่นๆ กับเรื่องจรรยาบรรณโหร สมัยนี้ผมก็เพิ่งเห็นว่าเขาจับแยกออกจากกัน ตั้งแต่โบราณกาลมา ใครเป็นโหรเขาจะมี “ครู” คอยชี้ทางเดิน และกำกับไม่ให้ศิษย์ประพฤตินอกลู่นอกทาง โดยเฉพาะยิ่งถ้าเอาวิชาโหรไปใช้ในทางที่ผิด เขาสาปแช่งเอาไว้เลย ต่อไปจะไม่เจริญ ความแม่นก็จะไม่มี เรียกว่าของเสื่อมหมด หรือถ้าใครไม่มีครูเป็นตัวเป็นตน ส่วนใหญ่ก็จะมีครูทางใจ เคารพศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในศีลในธรรม อย่างน้อยก็ไม่เบียดเบียนคนอื่น ฉะนั้นคำว่า “หมอดูที่ไม่มีจรรยาบรรณ แต่ทายแม่นมาก” มันมีแต่คำกล่าวอ้างเท่านั้นแหละครับ ผมไม่เคยเห็นคนเลวที่ไหนเป็นหมอดูแม่นมาก ประเภทเก่งมากแต่ไร้จรรยาบรรณไม่เคยเห็นเลย นี่พูดจริงๆ อยู่ที่ไหนบอกด้วยจะไปพิสูจน์ ที่ผมเห็นมีแต่พวกชอบแอบอ้าง หลอกลวงชาวบ้าน หรือพวกฟลุ๊คทายแม่นครั้งเดียวก็เที่ยวเอาไปโพนทะนาซะกลายเป็นตำนาน หมอดูไร้จรรยาบรรณที่ผมเห็นมีแต่เสื่อมลงๆทั้งนั้นแหละครับ มันจะแม่นอยู่ได้ยังไง

เผยแพร่ใน: on กันยายน 12, 2007 at 4:21 am ความเห็น (8)