พูดจาประสาดาว

แอบเบี้ยวงานมาอัพบล็อกซะหน่อย เดี๋ยวจะเว้นว่างนานไป ไม่อยากให้ใครๆคลิ๊กเข้ามาแล้วเจอแต่เรื่องเก่าๆ

จุดประสงค์ที่มาเปิดบล็อกจิตปัน เพราะเกิดจากหลายอารมณ์และเหตุผล รูปแบบที่เห็นเลยไม่มีอะไรตายตัว อาจพูดเรื่องส่วนตัว อาจให้ความรู้ หรือมีอะไรพออวดได้ก็เอามาอวด

แต่ความตั้งใจหนึ่ง ซึ่งคิดไว้นานแล้ว คือบางครั้งบางหนเราน่าจะได้ใช้วิชาหมอดูเตือนภัย หรือแนะนำอะไรให้ชาวบ้านได้บ้าง เป็นการแนะนำให้เขาได้ประโยชน์ จับต้องได้ ไม่หวังจะอาศัยจังหวะดวงดาวมาประกาศคำพยากรณ์ให้คนเห็นความเก่งกาจ หรือกล่าวขวัญกันว่าเราทายแม่น เพราะถ้ามีจุดประสงค์แบบนั้น คงเขียนคำพยากรณ์ไว้เรื่อยๆ ยิ่งพักหลังปีสองปีมานี้ จังหวะดวงดาวมันแรง ชัดเจน สถานการณ์บ้านเมืองก็เห็นภาพขัดแย้งชัดอยู่แล้ว พูดอะไร เตือนอะไร มันไม่ยาก อยู่ที่ว่าใครจะชิงพูดก่อน และพูดเสียงดังกว่ากันเท่านั้น…

mars3.jpg 

ช่วงนี้เห็นว่า ดาวอังคาร กำลังโคจรอยู่ในราศีเมษ ทำมุมตั้งฉากกับ ดาวเสาร์ ที่อยู่ราศีกรกฎ ก็เลยพูดเรื่องนี้เสียหน่อย แต่จะไม่พูดคลุมไว้ทุกเรื่องตามความหมายของดาวอังคาร หรือตามสถิติของมัน เพียงจับบางประเด็นขึ้นมาพูดคุย พูดสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิตประจำวันของคนรอบๆตัว ออกตัวไว้ก่อนน่ะ เดี๋ยวจะมีคนรู้สึกว่า เรื่องใหญ่ๆไม่ได้ทาย แสดงว่าทายไม่แม่น หรือมองว่าหลักเกณฑ์เขามีอยู่ก็ไม่พูดให้ครบสูตร อันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเก็บทุกรายละเอียดให้คนย้อนกลับมาเช็คดู แล้วพบว่า โอ้โห! เคยทายเอาไว้แม่นเชียว อะไรแบบนั้น

อีกอย่างหนึ่ง เป็นการดีที่คุณจะได้เข้าใจมากขึ้นกับแนวทางของผม ซึ่งให้ความสำคัญกับการพูดคุยแนะนำ มากกว่าการทำนาย

mars1.gif 

ตามปฏิทินโหราศาสตร์ ระบบสุริยยาตร ของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว ดาวอังคารย้ายเข้าราศีเมษตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะอยู่ในราศีนี้ไปประมาณเดือนครึ่ง ก่อนจะย้ายเข้าราศีพฤษภในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้, ตอนนี้ดาวอังคารทำมุมตั้งฉากกับดาวเสาร์อย่างที่ว่า และดาวสองดวงนี้จะมีองศาถึงกันช่วงองศาที่ 27 ในวันที่ 24 กรกฎาคม คือไม่กี่วันก่อนที่ดาวอังคารจะย้ายราศีไป (ทำให้ช่วงนั้นกระแสดาวส่งอิทธิพลแรงขึ้นหน่อย)

เท่าที่เห็น โหรเตือนราศีที่จะมีเคราะห์คือ เมษ, กรกฎ, ตุล (ถูกดาวอังคารเล็ง), พิจิก (เพราะดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนพิจิก), มังกร (เพราะดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนมังกร), คนเกิดวันอังคาร และคนเกิดวันเสาร์ คือเตือนให้ครอบคลุมทุกส่วนที่จะได้รับอิทธิพลในครั้งนี้ไปเลย เรื่องที่เตือนก็เรื่องสุขภาพ, อุบัติเหตุ, การสู้รบ, ภัยพิบัติ (อังคารธาตุน้ำ เสาร์ธาตุดิน ระวังแผ่นดินไหว ดินถล่ม น้ำทะลัก ฯลฯ) เรื่องแรงๆก็ว่ากันไปให้ครบ (แต่จริงๆแล้วช่วงที่ว่านี้ ดาวไม่ถือว่าแรงสุดๆหรอกครับ เคยมีโหดกว่านี้มาแล้วหลายครั้ง)

mars2.jpg 

สำหรับประเด็นที่จะพูดวันนี้ ขอเป็นเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันดีกว่า คือ เรื่องการงาน และเรื่องอารมณ์…

ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนเป็นต้นมา ใครรู้สึกว่า งานหนักขึ้น หรืออารมณ์โมโห หงุดหงิดง่าย ยกมือขึ้น :-) ยอมรับมาซะดีๆ …บางคนแม้วันที่ 17 มิถุนายนจะเป็นวันอาทิตย์ ก็อาจจะไม่ได้หยุด เพราะมีงานติดพันต้องสะสางให้เสร็จ หรือมีอะไรยุ่งๆให้ทำ

งานหนักจะว่าสนุกก็ได้…จะว่าทุกข์ก็ได้… แล้วแต่คุณวางอารมณ์เอาไว้ยังไงครับ ที่พูดนี่อยากให้คุณสนุกกับงานในช่วงนี้ เป็นห่วงกันนะ

เปรียบให้ฟังอย่างนี้ว่า ดาวอังคารเป็นเจ้าแห่ง “สงคราม” ยามเมื่อเกิดสงคราม คุณตั้งตัวเอาไว้หรือเปล่า? หากคุณเป็น “นักรบ” โดยสายเลือด คุณจะฮึกเหิม กระตือรือร้น พร้อมจะออกไปสู้รบ อยากเอาชนะ ไม่รู้สึกหวั่นไหวต่ออุปสรรค

แต่ถ้าคุณเป็น “ชาวบ้าน” พอเกิดสงคราม เขามาเกณฑ์คุณไปรบ คุณจะรู้สึกเป็นทุกข์ ไม่อยากไปรบ ไม่พร้อมจะสู้ ก็เหมือนคุณทำงานรูทีนอยู่ดีๆ สบายๆ แล้วเขาโยนงานมาให้คุณเพิ่มอีก ต้องทำอะไรหนักมากขึ้นอีก คุณจะเป็นทุกข์ ไม่อยากทำเพิ่ม ไม่อยากเหนื่อย เปรียบอย่างนี้พอจะเข้าใจนะครับ

ดาวอังคารมาแล้ว เราเป็น “นักรบ” หรือ “ชาวบ้าน” ความรู้สึกจะต่างกันครับ ฉะนั้นผมแนะนำว่า เรามาสนุกกับงาน สนุกกับอุปสรรคปัญหากันเถอะ กระตุ้นตัวเองให้เป็น “นักรบ” ขยันขันแข็ง สร้างไฟในการทำงานขึ้นมา พยายามเชื่อว่าตัวเองพร้อมจะลุยกับงานทุกอย่าง ถ้าทำได้อย่างนี้แค่เดือนกว่าๆ คุณจะได้รับประโยชน์จากความพยายามของคุณแน่นอน (เพราะถ้าคุณทำตัวเป็นนักรบ นั่นคือคุณเป็นดาวอังคาร ที่ตอนนี้เป็น “เกษตร” มีพลังมากอยู่ในราศีเมษ แต่ถ้าคุณเป็นชาวบ้าน คุณจะกลายเป็นดาวเสาร์ ที่ตอนนี้เป็น “ประ” หมดเรี่ยวแรงอยู่ในราศีกรกฎ ซึ่งจะทำให้ทุกข์และคิดมากด้วย)

ถัดมาคือเรื่องของอารมณ์ ดาวอังคารในราศีเมษ อาจทำให้ใครหลายคนโมโหง่าย ถ้าเป็นคนขาดการศึกษา กินเหล้าเมายา ก็จะเกิดฟิวขาดทำร้ายร่างกายกัน หรือเลยเถิดไปถึงก่อคดีฆาตกรรมเอาได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณมีวุฒิภาวะ มีวุฒิการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดี คงไม่ไปวิวาทกับใครถึงขนาดนั้น แต่มันอาจจะระบายโทสะออกมาในลักษณะของคำพูดคำจา กิริยาท่าทาง อันนี้ต้องพยายามมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา อย่าตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ตัวเอง อย่าให้มันเผาผลาญใจคุณ

อีกอย่างหนึ่ง แม้ตอนนี้บางคนไม่ได้โดนอิทธิพลของดาวอังคารเหมือนคนอื่นเขา เราก็ควรตระหนักว่า คนอื่นกำลังถูกกระแสของดาวอังคารอยู่ เราต้องเห็นใจเขา บางครั้งเขาอาจอารมณ์เสีย หรือควบคุมตัวเองไม่อยู่ ก็ถือซะว่าเขาโดนดาวอังคารเล่นงานก็แล้วกัน เราเองควรระวังการพูดจาทำนองยั่วโทสะ อย่าทำให้คนอื่นโมโห หรือมีอารมณ์โดยไม่จำเป็น ไม่ใช่เพราะกลัวเขาจะมาทำอะไรเรา แต่เพราะว่าเห็นใจกัน บางครั้งเราก็อาจเคยเป็นแบบนั้นมาเหมือนกัน มันแล้วแต่จังหวะของใครเท่านั้นเอง ถ้าคุณรู้จักเรื่องของดวงดาว สามารถเห็นประโยชน์ของมันได้ มองให้เห็นถึงจิตใจคนอื่นผ่านดวงดาว เท่านี้ก็จะทำให้มีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นครับ

เอาละ มาไหว้พระสวดมนต์กันดีกว่า จะได้มีสติ สมาธิ :-)

reclining-buddha-1.jpg

reclining-buddha-2.jpg

reclining-buddha-3.jpg

reclining_buddha-4.jpg

reclining-buddha-5.jpg 

reclining-buddha-6.jpg

reclining-buddha-7.jpg

reclining-buddha-8.jpg 

คาถาบูชาพระประจำวันอังคาร ปางไสยาสน์ (สวด 8 จบ)

ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง
ยัมหิ เจวานุยุญชันโต รัตตินทิวะมะตันทิโต
สุขัง สุปะติ สุตโต จะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ
เอวะมาทิคุณูเปตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

หรือ

ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิกเขปิ ปาณิโน ปะติฎฐะมะธิคัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา สัพพู
ปัททะวะชาลัมหา  ยักขะโจราทิสัมภะวา คะณะนา นะจะ มุตตานัง ปะริตตันตัมภะณามะเหฯ

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 27, 2007 at 7:22 am ความเห็น (29)

หมอดูไพ่ป๊อก

ก่อนที่ไพ่ยิปซี หรือไพ่ทาโรต์ จะเผยแพร่เข้ามาในเมืองไทย สมัยเด็กๆผมรู้จักแต่ “ไพ่ป๊อก” นี่แหละครับ และก็ใช้งานมันคุ้มจริงๆ คือไว้เล่นทั้งป๊อกเด้ง กบดำกบแดง ฯลฯ เอาไว้เล่นกลให้น้องๆดู ผมชอบเล่นกลมาแต่ไหนแต่ไร สมัยก่อนตอนผมอยู่ ม.ต้น สนามหลวงยังเป็นแหล่งขายหนังสือขนาดใหญ่ (ก่อนที่จะย้ายมาอยู่จตุจักรในปัจจุบัน) ผมก็นั่งรถเมล์สาย 39 จากรังสิตไปสุดทางสนามหลวง เพื่อหาซื้อตำราสอนมายากล มันหาซื้อไม่ได้ตามแผงหนังสือ แต่ที่สนามหลวงจะมีให้คุณได้ทุกอย่าง ผมก็จะซื้อเอามาฝึกเล่นกล กลไพ่เป็นอะไรที่เรียนง่ายและสนุก ผมบังคับให้น้องๆมานั่งดูการแสดงของผมเป็นประจำ

นอกจากนั้น ผมยังเอาไพ่ป๊อกมาใช้ทำนายโชคชะตาราศี ผมศึกษาไพ่ป๊อกพร้อมๆกับเรียนวิชาโหราศาสตร์ เคยเขียนเรื่องวิวัฒนาการของไพ่ จากไพ่ป๊อกสู่ไพ่ทาโรต์ ลงในนิตยสาร Health Plus มาแล้วเมื่อปีก่อน คนที่ใช้ไพ่ทายโชคชะตาในราชสำนักฝรั่งเศสจนโด่งดังไปทั่วโลกก็คือ มารี อาน อาเดอเลด เลอนอร์มองด์ (Marie-Anne Adelaide Lenormand) เกิดเมื่อปี 1772 เธอเป็นโหรที่ พระนางโยเซฟีน มเหสีของ นโปเลียน โบนาปาร์ท จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส เรียกใช้บริการบ่อยๆ ความจริงเธอไม่ได้ใช้ไพ่อย่างเดียว เธอดูลายมือก็เป็น และใช้เซ้นส์ในการทำนายมาก หมอดูสมัยก่อนมักขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีเซ้นส์ คุณจะหาตำราแท้ๆ เกี่ยวกับวิธีการทำนายเพื่อท่องจำความหมายและทายได้อย่างตาเห็นนั้น เป็นไปได้ยากมาก แม้คุณจะให้ มาดาม เลอนอร์มองด์ มาเป็นอาจารย์บอกเล่าความหมายของไพ่แต่ละใบให้ฟังก็เถอะ ถ้าคุณไม่มีเซ้นส์ในการทำนาย ก็ยากที่คุณจะทายได้แม่นอย่างเธอ ดังนั้นหมอดูสมัยก่อนจึงมีบทบาทเหมือนเป็นผู้วิเศษ มีพลังที่เหนือกว่าคนธรรมดา มันเป็นความสามารถเฉพาะตัว เราอาจจะเรียนรู้วิธีการของเธอ แต่เราทำอย่างเธอไม่ได้ง่ายๆ

พูดถึงตำราไพ่ป๊อกเท่าที่จำได้ผมมีอยู่ 4-5 เล่ม แต่วันนี้หาเจอแค่ 2 เล่ม

cards-5.jpg 
คัมภีร์การไข อ่านไพ่พยากรณ์ เรียบเรียงโดย สิงห์คำ โต๊ะงาม เป็นตำราเล่มหนา 329 หน้า รวบรวมเรื่องราวและความหมายของไพ่เอาไว้มากมาย ไพ่แต่ละใบจะมีหลายนัยยะ ให้เราเลือกว่าจะทายแบบเหตุการณ์ทั่วๆไป แบบลึงซึ้งถึงพฤติกรรม หรือจิตวิญญาณ

cards.jpg 

อ่านไพ่ทำนายชีวิต ของ หลุยส์ วู้ดส์ แปลโดย คำทิย์ ไชยธรรม ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 สภาพเยินมากแล้ว เพราะนานหลายปีแล้ว และผมก็ใช้มันคุ้ม คืออ่านจนทะลุปรุโปร่ง ตำราหมอดูของผมส่วนใหญ่จะมีการขีดเส้นใต้ เขียนช็อตโน้ตลงไปเกือบทุกหน้า ถ้าเกิดได้สถิติใหม่ หรือเคล็ดในการทำนายใหม่ๆจากประสบการณ์ตรง ก็จะจดลงไปในตำรานั่นแหละ

cards-1.jpg

มันเป็นหนังสือเล่มบางๆ 126 หน้า แต่มีรายละเอียดครบถ้วนครับ ทั้งความหมายไพ่ การผสมความหมาย การวางไพ่แบบต่างๆ ตัวอย่างการทำนาย และเคล็ดลับที่น่าสนใจ อย่างเช่น มีคำถามว่า “ลูกของคุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่?” หลุยส์ วู้ดส์ ก็มีเคล็ดลับให้เรา คือ “ถ้ามีไพ่หัวใจหลายใบอยู่รอบๆไพ่ตัวแทนเด็ก เขาจะเติบโตเป็นนักแสดงหรือศิลปิน ถ้ามีข้าวหลามตัดอยู่รอบๆ เขาจะชำนาญงานที่ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์วิจัย และงานช่าง แต่อย่าเสียใจถ้าหากมีไพ่โพดำ มันหมายถึงอาชีพที่ไม่มั่นคง และการไม่อยู่ติดบ้าน”

cards-3.jpg 

หรืออย่างคำถามว่า “คุณจะร่ำรวยกับเขาบ้างสักวันไหม?” หลุยส์ วู้ดส์ ก็ไม่ลืมจะทิ้งท้ายด้วยเคล็ดน่าสนใจว่า “จำไว้ว่า 5 ดอกจิก (เอกสารทางกฎหมาย) / 8 ข้าวหลามตัด (การเปลี่ยนแปลงฐานะ) / 8 ดอกจิก (ศาล) ทั้งสามใบมารวมกัน หมายถึง มรดกที่เป็นเงินสด” ซึ่งเท่านี้ก็ทำให้คนที่ฉลาดหน่อย สามารถจะขยายหลักการไปใช้ผสมความหมายไพ่ให้เป็นเรื่องราวต่างๆได้อีกมากมาย

cards-2.jpg 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของความหมายไพ่ ก็มีการพัฒนาไปบ้างตามยุคสมัย เช่น 9 ดอกจิก ตำราว่าหมายถึง การเดินทางในฟากฟ้ากว้าง การเดินทางทางอากาศ ทั้งภายในและต่างประเทศ ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจ ขณะที่เราอยู่บนฟ้าอันสูงโพ้น 9 ดอกจิก ยังบ่งบอกถึงวิญญาณแห่งการท่องเที่ยวที่มีขอบเขตดังเช่นเส้นขอบฟ้า (จากรูป : ผมยังช็อตโน้ตไว้ด้วยว่า อาจหมายถึงการเดินทางสั้นๆ) ที่ว่าความหมายมีการพัฒนาไปก็เพราะว่า สมัยก่อนไม่มีการเดินทางทางอากาศ แม้แต่ มาดาม เลอนอร์มองด์ ก็คงไม่มีคำทำนายแบบนี้ เพราะไม่เคยคิดว่าคนเราจะเดินทางทางอากาศกันได้อย่างไร แต่พอมาถึงยุคของ หลุยส์ วู้ดส์ เขาสามารถที่จะนำจิตวิญญาณของไพ่แต่ละใบมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับเหตุการ์ปัจจุบันได้

cards-4.jpg 

ไพ่ป๊อกที่ผมเอาไว้ดูดวงโดยเฉพาะ หลักๆก็มีอยู่ 2 สำรับครับ ในภาพ ชุดแถวบนเป็นขอบเหลือง ส่วนแถวล่างเป็นขอบทอง จะเห็นว่าแถวบนพลาสติกเริ่มเก่าจนเป็นสีเหลืองแล้ว เพราะซื้อมาใช้เป็นชุดแรก

cards-6.jpg 

ส่วนชุดอื่นๆก็เป็นของสะสม เช่นชุดนี้เป็นไพ่ของนิวซีแลนด์

cards-7.jpg

ชุดนี้ของเยอรมนี ไพ่คอร์ตมีหน้าตาสวยงาม ทั้งสำรับมีจำนวน 26 ใบ คือจะไม่มีไพ่เบอร์ 2-6 เหมาะอย่างยิ่งกับการนำมาใช้ดูดวงแบบไทย ที่เราอาจคุ้นตากับการวางไพ่เป็นรูปวงกลม การดูดวงแบบไพ่ป๊อกไทยนั้น หมอดูจะต้องเอาไพ่เบอร์ 2 ถึงเบอร์ 6 ออกจากสำรับไปซะก่อน ไม่ได้เอามาใช้ทำนายด้วย

cards-8.jpg 

สำหรับชุดนี้ภูมิใจเสนอครับ ไพ่ทาโรต์ยุคโบราณ ที่มีรูปร่างหน้าตาแบบไพ่ป๊อก เพื่อนซื้อมาฝากจากฝรั่งเศส คนที่นั่นเขาเอาไพ่ทาโรต์แบบนี้มาเล่นเป็นเกม เหมือนเราเอาไพ่ป๊อกมาเล่นสลาฟ เล่นป๊อกเด้งอะไรแบบนั้น ไพ่ชุดนี้จะมีเอกสารวิธีเล่นเกมแนบมาให้ด้วย (เป็นภาษาฝรั่งเศส)

cards-11.jpg 

cards-9.jpg 

cards-10.jpg 

หน้าตาของมันจะมีไพ่ป๊อกหรือไพ่ไมเนอร์ 40 ใบ ไพ่คอร์ต 17 ใบ และไพ่เมเจอร์อีก 21 ใบ ซึ่งไพ่เมเจอร์จะมีรูปภาพเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน ไพ่หัวตั้งและหัวกลับของแต่ละใบจะมีรูปภาพไม่เหมือนกัน ทำให้ได้ความหมายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 19, 2007 at 3:21 pm ความเห็น (86)

จดหมายถึงบก.

เดือนนี้ผมส่งต้นฉบับช้าไปหน่อย (ประมาณ 5 วัน) สาเหตุเพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนผมไปติดเกาะอยู่หลายวัน ดังภาพที่บก.จะได้เห็นต่อไปนี้ครับ

samui1.jpg 

สนามสไตล์ภูเขา ท้าทายฝีมือนักกอล์ฟมาก ต้องไต่ขึ้นลงตลอดเวลา ถ้า บก.ได้มาสัมผัสต้องชอบเหมือนผม

samui2.jpg

ทุกคนต้องใช้รถกอล์ฟครับ เป็นกฎของสนาม เพราะขืนปล่อยให้เดินข้ามภูเขากัน มีหวังตีไม่จบ 18 หลุมแน่ 

samui3.jpg

อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นผมนะครับ วงสวิงผมไม่สวยอย่างนี้

samui4.jpg 

เสร็จจากสนามกอล์ฟ ผมต้องระหกระเหินมาพักรีสอร์ทที่มีสภาพอย่างที่ บก. เห็นนี่แหละครับ, ประตูหน้าห้องมีลวดลายสวยงาม

samui5.jpg 

ถ้าเมื่อยขาก็นั่งพักบนเก้าอี้หวายนุ่มๆ อาจจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ดูทีวีไปด้วยก็ไม่ผิดกติกาของโรงแรมครับ

samui6.jpg 

ถ้าง่วงนอนตรงนี้

samui7.jpg 

หรือถ้าร้อนก็เข้าไปอาบน้ำได้ทุกเมื่อ ซึ่งประตูห้องน้ำมีลวดลายเช่นกัน (ผมเป็นคนชอบลวดลายน่ะครับ :-) )

samui8.jpg 

มีอ่างให้แช่น้ำเล่นด้วย

samui9.jpg 

หรือจะลงไปโชว์มัดก้าง เล่นน้ำในสระก็ได้ ถ้าไม่อาย

samui10.jpg 

สระของเขายาวตลอดสองฝั่งเลย น่าลงไปตีขาให้น้ำกระจายมากครับ บก.

samui11.jpg

ยามว่างไม่รู้จะทำอะไร ลองขึ้นไปทอดอารมณ์บนที่สูงๆ เหม่อมองยอดมะพร้าวที่ขึ้นพรืดเต็มเกาะ

samui12.jpg 

samui13.jpg 

หรือจะลงไปเยียบทราย สูดกลิ่นอายทะเลก็ได้บรรยากาศอีกแบบครับ

ความจริงเกาะนี้ผมเพิ่งจะมาเยือนเมื่อปลายเดือนก่อน แต่ต้องมาอีกและพักอยู่ยาวหน่อย เลยทำให้งานส่วนอื่นต้องล่าช้าไปตามๆกัน กะว่าจะซื้อกาละแม ของฝากมีชื่อของที่นี่ไปฝาก บก. เป็นการติดสินบน เอ๊ย.. เป็นการไถ่โทษ แต่ไม่สมความตั้งใจ หนึ่ง กลัวมันจะบูดก่อนที่ผมจะได้เจอตัวเป็นๆของบก. สอง ผมกินเองเพลินไปหน่อย มันหมดแล้วครับ แต่บอกได้เลยว่า กาละแมของเขาอร่อยมาก ขนาดคนที่ไม่ชอบกินกาละแม พอได้กินยังชมว่าอร่อยเลย คิดดู

samui141.jpg 

ก่อนจบ โฆษณาให้เขาหน่อย :-)

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 18, 2007 at 3:48 am ความเห็น (1)

จดหมายถึงผู้อ่าน

suriyanchantra.jpg 

กลับมาอัพบล็อกได้เพราะเคลียร์งานไปพอสมควรแล้ว หลายวันมานี้งานยุ่งทั้งงานราษฎร์งานหลวง แต่แปลก พักหลังมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น ถ้าเป็นแต่ก่อนงานยุ่งประมาณนี้คงทำไปทุกข์ไป แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกสนุกกับมัน ทั้งที่ก็ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นอะไร ธรรมดาๆ คงเพราะไม่ค่อยมีอะไรมากดดันล่ะมั้ง

อีกอย่างหนึ่งเหมือนรู้ว่าดวงดาวกำลังย้าย รู้ว่าดาวจะส่งผลอะไรบ้าง เลยเตรียมรับมือรับใจไว้ก่อนแล้ว อย่างช่วงวันสองวันนี้ก็เตือนเพื่อนๆว่าอย่าไปเครียดกับคำพูดของคนอื่น อย่าฟังข่าวประเภทสร้างกระแส ปั่นหัวชาวบ้าน เพราะไม่มีผลดีอะไรกับเราเลย พวกนักเคลื่อนไหวก็ดูเหมือนจะรู้วิชาโหราศาสตร์กันหมดแล้วมั้งบ้านนี้เมืองนี้ เพราะจะปลุกระดมเคลื่อนไหวที ก็อาศัยจังหวะดาวกันจริง เหมือนรู้ว่าช่วงไหนเหมาะ ไม่เหมาะ ก็ดีเหมือนกันครับ ต่างฝ่ายต่างรู้วิชา ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ชาวบ้านอย่างผมพอมีวิชาติดตัวก็เอาไว้ตั้งหลักไม่ให้เครียดไปตามกระแสนั่นแหละ

มีอีเมลที่ผมต้องตอบอยู่บ้าง อาจจะช้าหน่อยแต่จะตอบให้ครับ แฟนคอลัมน์ Healing Tarot จะมีบางส่วนที่อยากให้ตอบเป็นการส่วนตัว และปัญหาชีวิตของบางคนก็ “แรง” เกินกว่าจะตอบในที่สาธารณะได้ กองบก.นิตยสาร Health Plus เขาจะคอยดูให้ด้วย ถ้าเป็นปัญหาชีวิตที่แรงเกินไปจะไม่เข้ากับคอนเซ็ปต์หนังสือ แต่คุณก็อย่ากังวล เพราะยังไงผมก็จะตอบให้เป็นการส่วนตัว ส่วนที่ถามว่าผมรับดูหมอเป็นการส่วนตัวรึเปล่านั้น สำหรับตอนนี้ยังไม่ว่างพอครับ ใครที่ส่งอีเมลมาถามไว้ แล้วถ้าเซิร์ชมาเจอบล็อกจิตปันด้วย ก็รับทราบนะครับ จะทยอยตอบกลับไปครับ ความจริงผมก็ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ว่ามีบล็อกจิตปัน บอกเฉพาะพี่ๆน้องๆและคนรู้จักกันเท่านั้น รู้สึกว่ายังไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ จะชักชวนใครเข้ามาอ่านก็ดูกระไรอยู่ คุณที่เขียนมาจากบรูไน ผมได้รับเรื่องของคุณแล้ว จะอีเมลตอบกลับไปเช่นกัน อาจจะเป็นช่วงต้นเดือนหน้า ช้าหน่อยอย่าว่ากันนะครับ ผมต้องจัดตารางเวลาดูหมอให้เป็นรายๆไป เพราะชอบจะดูตอนที่จิตว่าง และดูให้เคลียร์เลย

เขียนรวมๆไว้ที่นี่ทีเดียว เผื่อใครเผอิญเข้ามาอ่านครับ

จิตปัน สิทธิธาดา

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 16, 2007 at 12:54 am ความเห็น (4)

หมู่บ้านพลัม

thichnhathanh1.jpg

เมื่อคืนเพื่อนสนิทที่ได้ดูรายการ ชีพจรโลก ของคุณ สุทธิชัย หยุ่น เกี่ยวกับ หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ โทรมาหาด้วยความตื่นเต้นและประทับใจว่า เรื่องราวของหลวงปู่ช่างดีเหลือเกิน วัตรปฏิบัติที่น่าเลื่อมใส กิริยาท่าทางที่สงบและเบิกบาน การตอบคำถามด้วยวิธีการตอบแบบเซน ได้ดูได้ฟังแล้วจับจิตจับใจ เธอว่าคนอย่างหลวงปู่ติช นัท ฮันท์ นี่แหละถึงจะเอาเธออยู่ มีไม่กี่คนหรอกที่จะทำให้เธอศรัทธาและเชื่อฟังได้

ผมฟังเพื่อนแล้วก็กลุ้มใจแทนขึ้นมาทันที แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ หลวงปู่ไม่ได้อยู่เมืองไทยซะด้วย หลวงปู่เป็นพระเซนชาวเวียดนามที่ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ฝรั่งเศส และตั้งชุมชนที่เรียกว่า “หมู่บ้านพลัม” (Plum Village) ขึ้นที่นั่น

หลังจากคุยกับเพื่อนเสร็จ ด้วยความที่ผมเองก็อยากจะรู้จักหลวงปู่มากขึ้น เพราะเคยอ่านงานเขียนของท่านมาน้อยเหลือเกิน คือได้อ่านจาก “บาทวิถีสู่ความเบิกบาน คู่มือในการเดินสมาธิ” กับ “สายแดดและใบเขียว” ซึ่งอย่างหลังอยู่ในหนังสือรวมบทความของนักคิดนักเขียนหลายๆคนในชื่อ “ปาฏิหาริย์อันเรียบง่าย” ยังไม่เคยติดตามผลงานของท่านแบบคลุกวงใน เลยตัดสินใจเซิร์ชจาก GooGle เพิ่มข้อมูลให้ตัวเองซะหน่อย ทำให้ได้รู้ว่าบ้านเรามีกลุ่มที่ปฏิบัติแนวนี้อยู่เรียกว่า “กลุ่มสังฆะ” กับเว็บไซต์ที่เป็นเครือข่ายของหมู่บ้านพลัม คือ http://www.thaiplumvillage.org/ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยอย่างเราๆ แม้อาจไม่ได้ไปกราบหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ถึงต่างประเทศ แต่เมืองไทยก็มีวิทยากรจากหมู่บ้านพลัมมาให้ความรู้ คือ ภิกษุณี นิรามิสา และพระครูใบฎีกาพิทยา ฐานิสสโร

thichnhathanh2.jpg 

เข้าไปอ่านหลายๆเรื่องในเว็บไซต์นี้แล้ว รู้สึกว่าตัวเองพลาดสิ่งดีๆมาตั้งนาน : ขอบคุณเพื่อนสนิทที่เป็นผู้จุดประกายให้ได้เจอสิ่งดีๆ :-)

thichnhathanh03.jpg 

thichnhathanh4.jpg

thichnhathanh5.gif

thichnhathanh6.jpg

thichnhathanh7.gif

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 5, 2007 at 5:30 am ความเห็น (16)