Buddha Discovery Deck

buddhadeck1.jpg
 

The Buddha Discovery Deck by Osho ซื้อมาจากร้านเอเชียบุ๊คส์ ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้ เป็นผลงานเกี่ยวกับไพ่อีกชุดหนึ่งของอาจารย์โอโช่  แต่ชุดนี้ไม่ใช่ไพ่ทาโรต์เหมือนกับชุด Osho Zen Tarot  และ  Transformation Tarot เพราะชุดนี้เน้นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยตรง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เหยียบเรือสองแคมอย่างผม คือจะเข้าวัดเจริญวิปัสสนาไปเลยก็ไม่เอา หรือจะเป็นหมอดูสะเดาะเคราะห์ให้ชาวบ้านไปเลยก็ไม่ยอม ชอบทำตัวครึ่งๆกลางๆ Buddha Discovery Deck จึงเป็นอะไรที่ใกล้เคียงจริตผมมากอยู่

ไพ่ชุดนี้มี 53 ใบครับ ทุกใบจะเป็นภาพพระพุทธรูปเก่าแก่ของประเทศต่างๆ ด้านหลังไพ่ทุกใบจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือข้อธรรมคำสอนดีๆ ถ้าอ่านหลังไพ่ไม่จุใจ ก็สามารถตามไปอ่านในหนังสือเพื่อขยายความได้อีก วิธีใช้ก็ง่ายๆ คือให้เราทำจิตให้ว่าง หลับตาแล้วสับไพ่ จากนั้นตัดไพ่หนึ่งครั้งเลือกเอาไพ่ใบบนของกองที่ตัดมาอ่านดู แล้วนำไปปฏิบัติตาม หรือจะทำสมาธิด้วยการเพ่งภาพพระพุทธรูปที่เราเลือกมาสักพักก่อนก็ได้ จะช่วยให้สงบและเป็นสุขมากขึ้น ระหว่างดูภาพจะว่าโศลกธรรมสั้นๆที่อยู่ใต้ภาพไปด้วยก็ได้เช่นกัน ไม่ผิดกติกา

อีกวิธีหนึ่งที่หนังสือแนะนำคือ ถ้าไม่อยากเลือกไพ่ ก็ให้เปิดไพ่เรียงไปเลยสัปดาห์ละหนึ่งใบ ให้ปฏิบัติตามไพ่ใบนั้นไปตลอดสัปดาห์ พอครบสัปดาห์ก็เปิดดูใบต่อไป ทำอย่างนี้จนครบ 53 ใบ ใช้เวลาหนึ่งปีพอดี ถ้าปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัดรับรองว่าจิตคุณ “สะอาด-สว่าง” ขึ้นแน่ เพราะถ้อยความในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เพี้ยนไปจากธรรมะของพระพุทธเจ้าเลย เพียงแต่เขาพูดให้เห็นภาพง่ายๆ ไม่ลงลึกเป็นวิชาการ เพราะทำอย่างนั้นฝรั่งคงไม่เข้าใจแน่ เช่น ไพ่บางใบอาจพูดถึงวิธีขจัดความโกรธ, การมีสติระลึกรู้ทุกขณะ, การสร้างความรักแทนความเกลียดชัง ฯลฯ

ที่ว่าไพ่ชุดนี้เหมาะกับจริตของผมก็เพราะผมเชื่อว่า ใจคนเราจะยอมรับอะไรได้ดีที่สุดนั้น ต้องให้จิตใต้สำนึกทำหน้าที่เลือกให้, จิตใต้สำนึกจะรู้ดีที่สุดว่า ณ สภาวะนั้นเราต้องการธรรมะข้อไหนกันแน่ เหมือนกับวันนี้มีผู้รู้มาบอกให้คุณเชื่อเรื่อง “กรรม” คุณรู้ว่ากฏแห่งกรรมเป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน แต่คุณก็รู้สึกเฉยๆกับคนที่พูด ไม่คิดอะไร จู่ๆวันหนึ่งมีใครก็ไม่รู้ มาพูดกับคุณว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” แค่นั้นเอง คุณปิ๊งถึงกฏแห่งกรรมขึ้นมาทันที คิดได้ว่ากรรมที่ทำไปนั้นย่อมต้องส่งผลแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง ทำให้มีกำลังใจสร้างกรรมดีต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ…

ผมเชื่อว่า บ่อยครั้งแม้คำแนะนำง่ายๆ ที่แสนจะธรรมดา ซึ่งจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม หากมันมาได้ถูกที่ถูกเวลา มาในจังหวะที่จิตใต้สำนึกกำลังเรียกหา คุณจะยอมรับคำแนะนำนั้น และรู้สึกว่าตัวเองได้พบทางออก

การที่เราตั้งคำถามขึ้นในใจ หลับตาแล้วสุ่มหยิบไพ่มาสักใบ นั่นเรากำลังเปิดโอกาสให้จิตใต้สำนึกได้ทำหน้าที่ของมัน จิตใต้สำนึกไม่ต้องใช้ตาเนื้อ มันมีศักยภาพสูงกว่าตาเนื้อและมันสมองมากมาย แม้หลับตาอยู่ หรือไพ่ทุกใบถูกคว่ำหน้าลง แต่จิตใต้สำนึกที่ยามปกติเราใช้งานมันไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ จะถูกกระตุ้นให้เลือกคำตอบที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้นให้กับคุณ เหมือนคุณหยิบหนังสือปรัชญาที่มีแต่ข้อความดีๆอยู่เต็มเล่มขึ้นมาเวลาสับสน ไม่รู้จะอ่านตรงไหนดี ก็ให้หลับตาลง ขอคำแนะนำจากหนังสือเล่มนั้น แล้วสุ่มเปิดขึ้นมาสักหน้า คุณจะพบข้อความที่ยิงตรงเข้าสู่ปัญหาของคุณอย่างประหลาด

วันนี้ผมลองถามไพ่ดูสดๆ …สับไพ่แล้วกำหนดจิตถามว่า… “ขอคำแนะนำด้วย ผมควรจะฝึกจิตอย่างไรดีในระยะนี้?”

ปรากฏได้ไพ่ใบที่ 35

 buddhadeck2.jpg

Look within – The rising and the falling. What happiness! How sweet to be free!

มองดูภายใน – พองหนอ ยุบหนอ. สุขอะไรเช่นนี้! ความหลุดพ้นช่างปีติเหลือเกิน!

The rising and falling of your breath: that is the way of looking within. Many have said: Look within. Socrates has said: Look within, know thyself, but nobody has given the exact method. Buddha gives you the exact method: the rising and the falling of the breath. It is through the breath that you are bridged. Breath is the bridge between your soul and your body. If you can watch your breath rising and falling, slowly slowly you will be able to see the body as separate from yourself and also the breath as separate from yourself, because the watcher cannot be the watched, the observer cannot be the observed. Suddenly one day you will realize that you are the witness of it all. And the witness is certainly transcendental to all that it witnesses. In that very moment freedom has happened to you.

สังเกตอาการพองและยุบของลมหายใจ: นี่คือวิธีการมองเข้าสู่ภายใน. หลายคนเคยกล่าว: ให้มองดูข้างใน. โสเครติส ก็กล่าวไว้:  จงมองดูภายใน, รู้จักตัวท่านเอง, แต่ไม่เคยมีใครบอกวิธีที่ถูกต้องเอาไว้เลย. พระพุทธเจ้าทรงประทานวิธีที่ถูกต้องให้คุณ: สังเกตอาการพองและยุบของลมหายใจ ลมหายใจทำให้คุณข้ามผ่าน. ลมหายใจเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจิตและกายของคุณ. ถ้าคุณสามารถเฝ้าดูอาการพองและยุบของลมหายใจ, อย่างช้าๆ คุณอาจจะเห็นกายแยกออกจากตัวคุณ และลมหายใจได้แยกออกจากตัวคุณด้วย, เพราะว่าผู้ดูไม่อาจเป็นผู้ถูกดู, ผู้เฝ้าสังเกตไม่อาจเป็นผู้ถูกสังเกต. กระทั่งวันหนึ่งคุณพลันกระจ่างแจ้งทุกสิ่งทุกอย่าง. เป็นการเห็นแจ้งที่เหนือกว่าการเห็นทั้งปวง. ในทุกขณะแห่งความหลุดพ้นจะบังเกิดกับคุณ.

หมายเหตุ : อย่าซีเรียสกับการแปลของผม :-)

เผยแพร่ใน: on เมษายน 29, 2007 at 12:58 am ให้ความเห็น

คุณยาย

ช่วยพ่อแม่จัดบ้านอยู่หลายวัน ก็ถึงกำหนดทำบุญเลี้ยงพระให้คุณยาย… วันนี้ครบร้อยวันที่ท่านเสียน่ะครับ

วันเผาคุณยายนั้น ผมต้องไปทำงานต่างประเทศ เลยไม่ได้บอกข่าวเพื่อนๆ ไม่คิดว่าเพื่อนจะว่ากระไร วันหนึ่งหลังจากเผาคุณยายไปแล้ว สหายเอ๋ พาแฟนมาเช็คดวงที่บ้าน เห็นกรอบรูปยายตั้งอยู่ ผมเฉลยว่าคุณยายเสียแล้ว เอ๋เลยว่า อ้าว…ทำไมไม่บอกล่ะ ผมได้แต่แก้ตัวว่าไปต่างประเทศพอดี ไม่ได้อยู่วันเผา คือจริงๆผมเกรงใจเพื่อนน่ะ ตัวเราไม่ได้อยู่รับรองเพื่อน ก็เลยไม่คิดว่าจะต้องบอกให้เพื่อนมาร่วมงาน แต่หลังจากนั้นรู้ตัวเลยว่า คิดผิดไปแล้ว

คุณยายเป็นคนแก่ใจดี ลูกหลานรักยายทุกคน เพื่อนสนิทสมัยมัธยมก็รู้จักยายเป็นส่วนใหญ่ คนแก่รุ่นยายมักเป็นคนกลัวบาป ไม่กล้าทำบาป แม้แต่จะคิดไม่ดีกับคนอื่นก็ไม่กล้า กลัวตกนรก ผมนึกไม่ออกว่าตลอดชีวิตของยายจะเคยไปทำความเดือดร้อนให้ใครบ้าง จะมีก็แต่เรื่องจับปลามากินที่เป็นบาปผิดศีลห้า สมัยก่อนยายเป็นชาวนา และทำขนมพายเรือขาย ชาวบ้านสมัยนั้นเขาก็จับปลากินกันเองทั้งนั้นแหละ แม้ว่าเรื่องนี้ถือเป็นบาป แต่ชาวบ้านเขาทำบุญชดเชย เขาตักบาตรสวดมนต์ฟังธรรมกันเป็นเรื่องปกติ เรียกว่าตลอดชีวิตยาย บุญมากกว่าบาปแน่นอน

มีเรื่องแปลกๆที่แม่เล่าให้ฟัง คือหลังจากเผาคุณยายได้ 7 วัน แม่และน้าๆก็นำเถ้ากระดูกยายไปลอยอังคาร เสร็จพิธีแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน หัวค่ำนั้นแม่เอาถุงขยะออกมาทิ้งลงถังหน้าบ้าน ปรากฏว่า แม่หอมกลิ่นน้ำอบไทยที่หน้าบ้านแรงมาก ดูรอบบริเวณแล้วก็ไม่เห็นว่าใครจะทำขวดน้ำอบตกแตกแถวนั้น และยิ่งไม่ใช่ช่วงสงกรานต์ด้วย คิดได้อย่างเดียวคือ ยายมาหาที่บ้าน! แม่รีบไปจุดธูปบอกศาลพระภูมิให้อนุญาตยายเข้าออกบ้านลูกๆได้ตามสะดวก แล้วโทรไปบ้านน้าสาวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง น้าฟังแล้วก็ว่าแม่อุปทานไปเอง คงบังเอิญมีใครเอาน้ำอบผ่านมาแถวนั้น น้าวางหูไปไม่ถึง 10 นาที ต้องรีบโทรกลับมาด้วยอาการตื่นเต้น บอกเมื่อกี้ออกไปหน้าบ้านได้กลิ่นธูปหอมแรงมาก หน้าบ้านไม่มีใครจุดธูปผ่านมาแน่ๆ …ว่ากันว่าเทวดาจะมาด้วยนิมิตดีๆ เช่น เสียงดนตรี หรือกลิ่นหอม

ลูกหลานเชื่อตรงกันนะครับ คุณยายไปสวรรค์…

hierophant.jpg

Tarot Root of Asia By Amnart Klanprachar & Thaworn Boonyawan

เผยแพร่ใน: on เมษายน 24, 2007 at 12:21 am ความเห็น (2)

ป่วย, อ.ถาวร และ April Story

ถึงไม่ใช่หมอดู แต่เชื่อว่าหลายคนเคยสังเกตชีวิตในรอบปีของตัวเอง มันจะมีบางเดือนที่ชีวิตคุณค่อนข้างแย่เป็นประจำ เรียกว่าช่วงดวงตกก็ได้ ของผมจะอยู่ประมาณเดือนเมษา-พฤษภานี่เลย เข้าหน้าร้อนทีไรทำไมมันตกระกำลำบากชอบกล สงกรานต์ที่ผ่านมาไม่ได้ไปไหนหรอก อยู่เวรออฟฟิศตลอด พอหมดสงกรานต์จะได้หยุดบ้างก็ดันป่วยซะนี่ เพิ่งได้เข้าเน็ตวันนี้เองครับ

ได้รับอีเมล์ตอบจาก อ.ถาวร บุญญวรรณ เป็นข้อความที่มีประโยชน์ อยากฝากให้พี่ๆน้องๆที่รู้จักกับอาจารย์และอาจจะอยากทราบว่าอาจารย์ทำอะไรอยู่ตอนนี้

“ผมไม่ได้ดูทาโรต์แล้ว แต่ก็ใช้ทาโรต์ในรูปแบบอื่น คือเอามาแอพพลายด์ วาดรูป เล่นดนตรีแจ๊ส ทำกับข้าว ฝึกมวย และศิลปการต่อสู้ทุกรูปแบบ เป็นประโยชน์มากๆ และสนุกดีครับ ทาโรต์ทำให้เรามีความละเอียดมากขึ้น และทำให้เราสามารถดึงเอาพลังงานของจิตมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ คุณก็ทำได้ครับ ไม่ได้มหัศจรรย์อะไรถ้าเราเข้าถึงมัน…”

ถือวิสาสะตัดทอนมาแปะในนี้โดยไม่ได้ขออนุญาตอาจารย์ล่วงหน้า :-)

สัปดาห์นี้ยังเป็นวันหยุดของผมอยู่ จะกลับทำงานตั้งแต่วันจันทร์ ระหว่างพักฟื้นร่างกายอยู่บ้าน ไม่รู้ทำอะไรเลยค้นหนังเก่าๆมาดู เดือนเมษายังงี้หยิบ April Story มาเปิดให้เข้าบรรยากาศ :-)

april_story1.jpg

april_story2.jpg 

ดูทีไรก็ไม่เบื่อนะ หลายคนว่างั้นๆ มันไม่ใช่หนังชั้นเลิศหรอก ดูแล้วสบายอารมณ์มากกว่า ยิ่งถ้าใครคุ้นกับพล็อตสั้นๆแบบการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แล้วก็จะอินง่าย ถึงหนังจะสั้น ประมาณชั่วโมงนึง แต่ทุกนาทีเหมือนได้ยินเสียงหัวใจหญิงสาวเต้น ตุบ ๆ ๆ  แล้วมาเต้นแรงยิ่งขึ้นในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งนางเอกเล่นได้น่ารักมาก

วันนี้เลยอัพสั้นๆแล้วกัน เข้าบรรยากาศ

เผยแพร่ใน: on เมษายน 20, 2007 at 6:54 am ความเห็น (3)

Live Without YouTube

ผมต้องรอด… ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่มี YouTube ให้ได้ :-)

เว็บ YouTube เป็นความบันเทิงชิ้นใหม่ในชีวิตใครหลายคน รวมทั้งผม นึกดูสิ มันดีกว่านั่งโซฟาอยู่บ้านแล้วกดรีโมทเปลี่ยนช่องสัญญาณดาวเทียมที่มีเป็นร้อยๆช่องไปเรื่อยๆ หารายการทีวีน่าดูสักรายการ

แต่ YouTube เป็นอะไรที่เราจะดูเฉพาะสิ่งที่เราอยากดู เมื่ออยากดูแล้วก็ต้องได้ดูด้วย ผมว่าถ้าเราไม่รู้จะไปไหน ก็ลองอยู่กับบ้าน search หาหนัง เพลง เอ็มวี คลิป ภาพเหตุการณ์สำคัญ ฯลฯ อะไรที่อยากดูก็จะได้ดูไม่เคยพลาด ข้อจำกัดของมันคือสิ่งที่เราได้ดูมันมาเป็นท่อนๆ ไม่ยาวมาก เช่น เราคงไม่ได้ดูหนังทั้งเรื่องในนี้ แต่ผมว่าความสนใจของคนเราเดี๋ยวนี้มันก็สั้นเหลือเกิน บางทีถ้าเราอยากดูเฉพาะบางท่อนที่เรานึกถึงมัน ลอง search ดูก็จะพบว่ามีคนชอบท่อนนั้นของหนัง หรือคอนเสิร์ต เหมือนกับเรา แล้วเขาก็ใจดีตัดส่วนนั้นมาโหลดไว้ให้ดูกันทั่วหน้า

ผมมักค้นเพลงเก่าๆ คอนเสิร์ตเก่าๆ ของนักกีต้าร์เก่าๆมาดูและฟัง ท่อนโซโล่กีตาร์ที่ใครๆก็ชอบ (รวมทั้งผม) เซิร์ชชื่อนั้นลงไปจะพบว่ามันมีให้ดูเสมอ บ่อยครั้งที่ไม่คิดว่าใครจะชอบเหมือนกัน ยังหาเจอ

นั่งทำงานหน้าคอมพ์ที่ออฟฟิศ อยากหลบไปอีกโลกหนึ่ง ก็แค่เอาหูฟังใส่หู แล้วเปิด YouTube ผมชอบย้อนไปฟังคอนเสิร์ตของร็อคเกอร์เก่าๆ อย่างเช่น Van Halen ชอบคอนเสิร์ต Live Without a Net เป็นพิเศษ มีหลายท่อนที่ยังฟังไม่เบื่อ คอนเสิร์ตนี้ สมัยผมยังเด็กๆ เคยลงทุนซื้อวิดีโอมาสเตอร์มาเก็บไว้เลย ระทึกใจมาก ภาพ-เสียงคมชัดมากในความรู้สึกสมัยนั้น ฝีมือของ Eddie Van Halen ก็ฉกาจฉกรรจ์มาก (ทั้งสมัยนั้นและสมัยนี้) มาสเตอร์ม้วนนั้นไม่มีแล้ว ถูกเพื่อนดาบไปแล้ว (ศัพท์วัยรุ่นสมัยก่อนเดี๋ยวนี้ยังใช้กันรึเปล่า) คนโน้นคนนี้ยืมกันไปมาสุดท้ายไม่รู้จะไปตามคืนจากใคร เสียดายมาก นึกๆอยู่ว่าคงไม่มีโอกาสได้ดูมันอีกแล้วชาตินี้ จนเมื่อมี YouTube นี่แหละ ทำให้ความทรงจำเก่าๆย้อนกลับเหมือนเขื่อนแตก นึกถึงอะไรได้ก็เซิร์ชลงไป ผมมีชื่อกีต้าร์ฮีโร่หลายสิบคนในหัว รอเวลาดึงเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

eddievh1986.jpg 

ถึงวันนี้ YouTube ถูกเมืองไทยบล็อคไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่ผมฟังแล้วก็เห็นด้วยกับไอซีที ใครจะว่ายังไงไม่รู้ล่ะ ถ้าเกี่ยวกับสถาบันของเรา เขาควรจะรับฟังกันบ้าง ถ้าไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกกันเลยก็ไม่ต้องคบกัน ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยไม่มี YouTube… ก็คงเหมือนกับ YouTube ที่เปิดบริการต่อไปได้โดยไม่ต้องมีประเทศไทยในแผนที่โลก เขาคงคิดแบบนี้เหมือนกัน ติดใจอยู่อย่างเดียวคือสิ่งที่เรารู้สึกว่าเขาทำร้ายจิตใจ เราจะมีวิธีดำเนินการยังไงให้มันมากกว่านี้มั้ย ให้มันได้รู้สึกรู้สากันบ้าง

เผยแพร่ใน: on เมษายน 12, 2007 at 10:45 pm ความเห็น (1)

ชีวิตสรุปไม่ง่าย

เธออายุ 39 ปี ดูดวงกันครั้งแรกเมื่อเดือนพ.ย.ปี 49 ด้วยปัญหาที่ว่าสามีหนีไปทำงานต่างจังหวัดไกลๆ พร้อมพาเมียน้อยไปอยู่ด้วย ตอนนั้นไพ่ 10 ใบของเธอมีทั้ง ตึกพัง (The Tower), แฮงก์แมน (Hanged Man), เดอะมูน (The Moon), 9 ดาบ (Nine of Swords) และไพ่ดาบอื่นๆอีก 2-3 ใบ สรุปว่าไพ่ส่วนใหญ่แย่มากทีเดียว เผอิญว่าไพ่เมเจอร์อย่างตึกพัง และแฮงก์แมน ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญ (ในมุมมองของผม) ส่วนเดอะมูน เตือนผมเสมอว่าควรจะเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงให้มากๆ และไพ่ใบสุดท้ายก็ชวนให้รู้สึกว่าเรื่องยังไม่จบง่ายๆ

แม้เธอจะตกอยู่ในสภาพบ้านแตก ถูกสามีทิ้ง แต่เธอยังมีลูก 2 คนเป็นภาระ จะตัดสินใจทำอะไรลำบากมาก ดีหน่อยที่พ่อแม่สามีรับส่งเสียเธอและลูก ส่วนสามีก็ไม่ทิ้งขาดเสียทีเดียว ยังโทรมาหาอยู่ อ้างว่าต้องทำงานหาเงิน อยู่ทางโน้นก็ลำบากมากเหมือนกัน และยังเป็นห่วงลูกอยู่เสมอ โทรมาหาลูกเป็นระยะ

มีคำถามเป็นชุดที่เธออยากให้ตอบ
1. สามีจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกมั้ย ?
2. จะกลับมาเมื่อไหร่ ?
3. เขายังรักเธออยู่มั้ย ?
4. ผู้หญิงคนนั้นจะพัวพันกับสามีอีกนานแค่ไหน ?

จริงแล้วเราไม่ต้องตอบทุกคำถามแบบถามมาตอบไป ผมสรุปประเด็นสำคัญที่สุดไปว่า เรื่องนี้ยังคาราคาซังต่อไปอีกพักใหญ่เลย คือเขาคงยังอยู่กับเมียน้อย จะโทรติดต่อมาบ้างเป็นระยะ ปีหน้าก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่

เสียงเธอเริ่มสั่นเครือ พูดไปร้องไห้ไป เธอว่าถ้ารู้ว่าสามีจะไม่กลับมาอีกแล้วก็จะได้ตัดใจ จะหย่าขาดกันให้สิ้นเรื่องไป เธอพูดในเชิงขอความเห็น ผมบอกให้เธอใจเย็นๆ แล้วค่อยๆอธิบายความหมายของไพ่ 10 ใบให้เธอฟังว่าหน้าไพ่ออกมาแย่มาก เป็นไพ่ของคนครอบครัวแตกแยก ถึงเขากลับมาความรู้สึกของทั้งคู่ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่แปลก ดูไพ่มันยืดเยื้อ ไม่ยอมสรุปง่ายๆ ทำไมเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้ ? (ผมพูดเชิงขอความเห็นเธอบ้าง)

เธอว่าเธอห่วงลูก ไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ

ผมสรุปว่าเมื่อไพ่ยังไม่ลาขาดกัน ทำไมไม่ให้โอกาสทั้งสองฝ่าย เราไม่จำเป็นต้องเด็ดขาดอะไรตอนนี้ เราจะรีบไปทำอะไรที่ไหนหรือ หย่าขาดกันแล้วจะหายเศร้าโศกหรือ (ผมรู้ว่าอีกเหตุผลที่เรื่องไม่จบง่ายๆ เพราะใจเธอตัดเขาไม่ได้ โอกาสจะหย่าจริงๆมีน้อย) ช่วงท้ายของการสนทนา เธอรับว่าแค้นผู้หญิงคนนั้นมาก เพราะเธอเคยถูกหล่อนโทรมาหาเรื่อง ผมชวนให้เธอแผ่เมตตา และเตือนว่าอย่าลดคุณค่าของตัวเองด้วยการไปต่อปากต่อคำกับหล่อน แนะให้เธอสวดมนต์ ทำบุญทำทานดีกว่า คนชีวิตตกต่ำก็ควรสร้างกรรมดีมากๆ เผื่อกรรมดีจะช่วยผยุงชีวิตเราได้ อย่าสร้างกรรมไม่ดีเพิ่มให้ชีวิตทรุดไปมากกว่านี้ เธอว่าช่วงนี้ทำบุญบ่อยมาก ผมว่าดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินเยอะๆ แต่ให้เน้นทำบุญบ่อยๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ ทำบุญกระเบื้องอิฐหินดินทราย สร้างโบสถ์วิหารถาวรวัตถุ เป็นการสร้างความมั่นคงให้ชีวิต แก้เคล็ดไพ่ตึกพัง (ผมใช้ภาษาชาวบ้านพูดกับชาวบ้าน) จากนั้นก็นัดเธอว่าประมาณกลางปีหน้าค่อยมาดูกันใหม่ เผื่อว่าจะมีอะไรคืบหน้า

จนเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เธอขอเช็กดวงกับผมอีกครั้ง ได้ไพ่ 10 ใบมีดังนี้

case1.jpg

1. 3 เหรียญ (Three of Pentacles)
2. 2 ไม้เท้า (Two of Wands)
3. อัศวินถ้วย (Knight of Cups)
4. เท็มเพอแรนซ์ (Temperance)
5. 10 ดาบ (Ten of Swords)
6. ราชาดาบ (King of Swords)
7. ราชินีดาบ (Queen of Swords)
8. 7 ไม้เท้า (Seven of Wands)
9. 6 เหรียญ (Six of Pentacles)
10. อัศวินไม้เท้า (Knight of Wands)

ผมบอกเธอว่า มีไพ่ 10 ดาบ หมายถึงความสัมพันธ์ที่จบสิ้นอยู่ในตำแหน่งของอดีต หมายความว่าเรื่องที่ผ่านมานั้น อยู่ในระดับหนักที่สุดแล้ว คงไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้ เธอเล่าว่าความสัมพันธ์ยังคงเป็นแบบเดิม เขาอยู่กับเมียน้อย และโทรมาหาลูกทุกวัน ปกติเธอจะไม่เป็นคนรับสาย เพราะคุยกันทีไร ทะเลาะกันทุกที แม่สามีเข้าข้างเธอ และให้กำลังใจเธอว่าอดทนหน่อย ลูกชายคนนี้มันเอาแต่ใจ เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เห็นฤทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น คงอยู่กันไม่ยืดหรอก สุดท้ายก็จะกลับมาเอง สั่งเธอว่าห้ามแอบไปหย่ากันเด็ดขาด

เธอถามเหมือนเดิมว่า เรื่องมันจะยืดเยื้อไปอีกถึงเมื่อไหร่ ขอให้ผมตอบตามตรงเถอะ อย่ากลัวเธอจะเสียใจ (ฟังดูเธอหนักแน่น)

ผมบอกอย่างนี้ครับ ผมรับรองว่าจะตอบตามตรงแน่นอน ไพ่ว่ายังไง ผมจะบอกเธออย่างนั้น อย่าห่วงว่าผมจะปิดบังความจริง แต่ผมขอถามอะไรเธอสักหน่อยก่อน ให้เธอตอบตามตรง จากนั้นผมจะตอบความจริงให้

ผมถามว่า ถ้าเกิดไพ่บอกว่าเขาไม่มีวันกลับมาอีก คุณต้องหย่าขาดกับเขาแน่แล้ว คุณจะทำยังไงต่อไปครับ ?

เธอเริ่มสะอื้น พูดไปร้องไห้ไปเหมือนเดิม (ทาโรต์รีดเดอร์ควรจะฝึกรับมือกับการร้องไห้ของลูกค้าเอาไว้ด้วยนะครับ คุณต้องเจอบ่อยๆแน่ อย่าตกอกตกใจไป พึงยึดคติว่า นอกจากการหัวเราะแล้ว การร้องไห้ก็คือพลังเยียวยาที่วิเศษไม่แพ้กันเลย) เธอว่าก็จะได้ไม่ต้องรอเขาอีก ผมถามต่อว่าแล้วลูกล่ะ ? เธอว่าก็จะเลี้ยงเองต่อไป

ผมสรุปว่า แล้วมันจะต่างอะไรกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ คุณเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว ส่วนเขาอยู่ทางโน้น โทรมาหาลูกบ่อยๆ ถึงไม่จดทะเบียนหย่ากันชีวิตมันก็ออกรูปนี้อยู่แล้ว (ผมพยายามชี้ให้เห็นว่า คำตอบแบบฟันธงมีประโยชน์อะไรหรือ เห็นอยากได้กันจัง เพราะแท้จริงในคำถามของเธอ ไม่ได้ต้องการฟังคำตอบที่ว่า เรื่องมันจบแล้ว เธออยากฟังข่าวดีต่างหากว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกกับหญิงคนนั้นแล้วกลับมาหาเธอ)

ผมอธิบายไพ่ 10 ใบให้เธอฟังอย่างนี้ครับ มันมี ไพ่เท็มเพอแรนซ์ในใบที่สี่ ผมเอามาแทนตัวสามีของเธอ (เธอและสามีรุ่นเดียวกัน คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน) ถ้าดูกันเฉพาะผิวเผินก็หมายถึงสามีได้โยกย้ายไปอยู่ที่ไกลๆ ไพ่ 2 ไม้เท้า หมายถึงติดต่อกันทางโทรศัพท์ แต่ถ้ามองให้ลึกเข้าไปอีก ไพ่เท็มเพอแรนซ์ เป็นสภาวะจิตใจของสามีที่ยังเปลี่ยนแปลงไปมาได้ เขาอยู่ตรงกลางระหว่างความดีกับความชั่ว วันนี้เขาทำร้ายจิตใจเธอ รุ่งขึ้นเขาอาจไม่แน่ใจว่าที่ทำไปนั้นถูกหรือไม่ เขาคิดถูกหรือผิดที่หนีลูกเมียมาอย่างนี้ ถ้าเธออยากรู้ว่าใจเขาเปลี่ยนไปหรือยัง แน่นอนใจเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่รักเธอเหมือนเดิมแล้ว แต่ใจคนมันก็เปลี่ยนไปมาทั้งนั้นแหละ เราสรุปใจเขาในวันนี้ได้ วันข้างหน้าใจเขาเป็นยังไงไม่มีใครพยากรณ์ได้ บอกได้แต่ว่าใจเขายังไม่นิ่ง มันยังคิดหน้าคิดหลังอยู่… ไพ่ 2 ไม้เท้า ช่วยสนับสนุนว่าเขายังจับปลาสองมือ แม้เขาจะคว้าไม้เท้าอันใหม่ แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งอันเก่า ถ้ามองในแง่ร้าย ชีวิตรักของเธอพังแล้ว (10 ดาบ) โอกาสที่เขาจะกลับมาเริ่มต้นใหม่มีแค่ 50-50 แต่ถ้ามองในแง่ดี เธอก็ยังเหลือโอกาสอยู่นะ เธอไม่ควรเฝ้าแต่ถามว่าดวงมันบอกอะไรในอนาคต เพราะดวงนี้อนาคตจะเป็นยังไงอยู่ที่การกระทำในปัจจุบันตั้ง 50 % ขอเพียงเธอรู้ว่าตัวเองยังมีโอกาส ก็ให้บริหารโอกาสนั้นให้ดีที่สุดเถอะ ถ้าเธอจะยอมรับว่ายังผูกพันธ์กับเขาอยู่มาก ก็ควรบอกให้เขารับรู้ความรู้สึกของเธอ บอกให้เขาเห็นแก่เธอและลูก

เธอว่าแม่สามีแนะให้ทำแข็งๆกับเขา (ราชินีดาบ) เชื่อว่าถ้าช่วยกันทำเป็นไม่สนใจเขา แล้วเขาจะกลับมาเอง แต่ผมเห็นว่าเวลาของเธอเหลือน้อยขนาดนี้แล้วยังจะเล่นละครอะไรกันอีก เธอควรจะเปิดใจให้เขาเห็นความรู้สึกของเธอดีกว่า อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ชั่งใจดู อย่าให้เขาคิดเอาเองว่าทางนี้ไม่สนใจใยดีเขาแล้ว นั่นเท่ากับปิดโอกาสตัวเองอย่างสมบูรณ์

ผมดูช่วงอายุเธอเห็นว่าแม้จะไม่หย่าขาดกัน แต่ช่วงอายุ 40-43 เธอจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอยู่ดี (ราชินีดาบ) ส่วนไพ่ใบอื่นๆทำให้ผมรู้สึกว่า เรื่องความรักจะลดความสำคัญลงไปในอนาคต ชีวิตเธอน่าจะมีอะไรอย่างอื่นเข้ามาแทนที่บ้าง เป็นต้นว่าเรื่องการทำงาน เลยถามว่าตอนนี้ทำงานอะไรรึเปล่า เธอว่าพ่อสามีกำลังฝากให้ทำงานบริษัทของเพื่อน เป็นธุรกิจในวงการบันเทิง (3 เหรียญ, ราชาดาบ, อัศวินถ้วย, 6 เหรียญ) ผมทายว่าได้ทำแน่ จะได้ทำในลักษณะติดต่อประสานงาน (2 ไม้เท้า) (ผมรู้สึกถึงเรื่องงานจากไพ่ชุดนี้อันดับแรก แต่เธอมาด้วยเรื่องสามี เลยต้องโฟกัสเรื่องนั้นให้เคลียร์ไปก่อน)

หลังจากทำให้เธอสบายใจขึ้นแล้ว (ความจริงเพราะเธอได้ร้องไห้ออกมาตั้งมากมาย) เธอถามว่าเมื่อไหร่จะได้มาเช็กดวงอีก ผมรู้สึกจริงๆว่าได้เคลียร์ให้เธอหมดแล้ว เลยบอกว่าคงไม่ต้องมาดูอีกแล้วล่ะ ให้เธอมุ่งหน้าทำงาน หันไปสนใจเรื่องอื่นต่อไปเถอะ เรื่องนี้มันค้างคาอยู่ก็ใช่ว่าเราจะดำเนินชีวิตต่อไปไม่ได้ ชีวิตคนเรามีหลายด้าน ด้านอื่นๆกำลังจะเข้ามาหาเธอแล้ว ดูเหมือนเธอจะยอมรับข้อเสนอของผม ไม่มีทีท่าว่าอยากจะนัดดูดวงกันอีก

ค่ำนั้นผมเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ยังไม่อยากนอน เพราะยังต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง แต่รู้สึกว่าตามันหนักเหลือเกิน เรี่ยวแรงหายไปไหนหมดไม่รู้ เอนหลังลงไปแล้วก็เหมือนตัวหนักลุกไม่ขึ้น อึดใจเดียวก็หมดสติไปเลย…

เผยแพร่ใน: on เมษายน 8, 2007 at 2:22 am ความเห็น (4)