The Buddha Discovery Deck by Osho ซื้อมาจากร้านเอเชียบุ๊คส์ ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้ เป็นผลงานเกี่ยวกับไพ่อีกชุดหนึ่งของอาจารย์โอโช่ แต่ชุดนี้ไม่ใช่ไพ่ทาโรต์เหมือนกับชุด Osho Zen Tarot และ Transformation Tarot เพราะชุดนี้เน้นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยตรง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เหยียบเรือสองแคมอย่างผม คือจะเข้าวัดเจริญวิปัสสนาไปเลยก็ไม่เอา หรือจะเป็นหมอดูสะเดาะเคราะห์ให้ชาวบ้านไปเลยก็ไม่ยอม ชอบทำตัวครึ่งๆกลางๆ Buddha Discovery Deck จึงเป็นอะไรที่ใกล้เคียงจริตผมมากอยู่
ไพ่ชุดนี้มี 53 ใบครับ ทุกใบจะเป็นภาพพระพุทธรูปเก่าแก่ของประเทศต่างๆ ด้านหลังไพ่ทุกใบจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือข้อธรรมคำสอนดีๆ ถ้าอ่านหลังไพ่ไม่จุใจ ก็สามารถตามไปอ่านในหนังสือเพื่อขยายความได้อีก วิธีใช้ก็ง่ายๆ คือให้เราทำจิตให้ว่าง หลับตาแล้วสับไพ่ จากนั้นตัดไพ่หนึ่งครั้งเลือกเอาไพ่ใบบนของกองที่ตัดมาอ่านดู แล้วนำไปปฏิบัติตาม หรือจะทำสมาธิด้วยการเพ่งภาพพระพุทธรูปที่เราเลือกมาสักพักก่อนก็ได้ จะช่วยให้สงบและเป็นสุขมากขึ้น ระหว่างดูภาพจะว่าโศลกธรรมสั้นๆที่อยู่ใต้ภาพไปด้วยก็ได้เช่นกัน ไม่ผิดกติกา
อีกวิธีหนึ่งที่หนังสือแนะนำคือ ถ้าไม่อยากเลือกไพ่ ก็ให้เปิดไพ่เรียงไปเลยสัปดาห์ละหนึ่งใบ ให้ปฏิบัติตามไพ่ใบนั้นไปตลอดสัปดาห์ พอครบสัปดาห์ก็เปิดดูใบต่อไป ทำอย่างนี้จนครบ 53 ใบ ใช้เวลาหนึ่งปีพอดี ถ้าปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัดรับรองว่าจิตคุณ “สะอาด-สว่าง” ขึ้นแน่ เพราะถ้อยความในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เพี้ยนไปจากธรรมะของพระพุทธเจ้าเลย เพียงแต่เขาพูดให้เห็นภาพง่ายๆ ไม่ลงลึกเป็นวิชาการ เพราะทำอย่างนั้นฝรั่งคงไม่เข้าใจแน่ เช่น ไพ่บางใบอาจพูดถึงวิธีขจัดความโกรธ, การมีสติระลึกรู้ทุกขณะ, การสร้างความรักแทนความเกลียดชัง ฯลฯ
ที่ว่าไพ่ชุดนี้เหมาะกับจริตของผมก็เพราะผมเชื่อว่า ใจคนเราจะยอมรับอะไรได้ดีที่สุดนั้น ต้องให้จิตใต้สำนึกทำหน้าที่เลือกให้, จิตใต้สำนึกจะรู้ดีที่สุดว่า ณ สภาวะนั้นเราต้องการธรรมะข้อไหนกันแน่ เหมือนกับวันนี้มีผู้รู้มาบอกให้คุณเชื่อเรื่อง “กรรม” คุณรู้ว่ากฏแห่งกรรมเป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน แต่คุณก็รู้สึกเฉยๆกับคนที่พูด ไม่คิดอะไร จู่ๆวันหนึ่งมีใครก็ไม่รู้ มาพูดกับคุณว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” แค่นั้นเอง คุณปิ๊งถึงกฏแห่งกรรมขึ้นมาทันที คิดได้ว่ากรรมที่ทำไปนั้นย่อมต้องส่งผลแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง ทำให้มีกำลังใจสร้างกรรมดีต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ…
ผมเชื่อว่า บ่อยครั้งแม้คำแนะนำง่ายๆ ที่แสนจะธรรมดา ซึ่งจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม หากมันมาได้ถูกที่ถูกเวลา มาในจังหวะที่จิตใต้สำนึกกำลังเรียกหา คุณจะยอมรับคำแนะนำนั้น และรู้สึกว่าตัวเองได้พบทางออก
การที่เราตั้งคำถามขึ้นในใจ หลับตาแล้วสุ่มหยิบไพ่มาสักใบ นั่นเรากำลังเปิดโอกาสให้จิตใต้สำนึกได้ทำหน้าที่ของมัน จิตใต้สำนึกไม่ต้องใช้ตาเนื้อ มันมีศักยภาพสูงกว่าตาเนื้อและมันสมองมากมาย แม้หลับตาอยู่ หรือไพ่ทุกใบถูกคว่ำหน้าลง แต่จิตใต้สำนึกที่ยามปกติเราใช้งานมันไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ จะถูกกระตุ้นให้เลือกคำตอบที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้นให้กับคุณ เหมือนคุณหยิบหนังสือปรัชญาที่มีแต่ข้อความดีๆอยู่เต็มเล่มขึ้นมาเวลาสับสน ไม่รู้จะอ่านตรงไหนดี ก็ให้หลับตาลง ขอคำแนะนำจากหนังสือเล่มนั้น แล้วสุ่มเปิดขึ้นมาสักหน้า คุณจะพบข้อความที่ยิงตรงเข้าสู่ปัญหาของคุณอย่างประหลาด
วันนี้ผมลองถามไพ่ดูสดๆ …สับไพ่แล้วกำหนดจิตถามว่า… “ขอคำแนะนำด้วย ผมควรจะฝึกจิตอย่างไรดีในระยะนี้?”
ปรากฏได้ไพ่ใบที่ 35
Look within – The rising and the falling. What happiness! How sweet to be free!
มองดูภายใน – พองหนอ ยุบหนอ. สุขอะไรเช่นนี้! ความหลุดพ้นช่างปีติเหลือเกิน!
The rising and falling of your breath: that is the way of looking within. Many have said: Look within. Socrates has said: Look within, know thyself, but nobody has given the exact method. Buddha gives you the exact method: the rising and the falling of the breath. It is through the breath that you are bridged. Breath is the bridge between your soul and your body. If you can watch your breath rising and falling, slowly slowly you will be able to see the body as separate from yourself and also the breath as separate from yourself, because the watcher cannot be the watched, the observer cannot be the observed. Suddenly one day you will realize that you are the witness of it all. And the witness is certainly transcendental to all that it witnesses. In that very moment freedom has happened to you.
สังเกตอาการพองและยุบของลมหายใจ: นี่คือวิธีการมองเข้าสู่ภายใน. หลายคนเคยกล่าว: ให้มองดูข้างใน. โสเครติส ก็กล่าวไว้: จงมองดูภายใน, รู้จักตัวท่านเอง, แต่ไม่เคยมีใครบอกวิธีที่ถูกต้องเอาไว้เลย. พระพุทธเจ้าทรงประทานวิธีที่ถูกต้องให้คุณ: สังเกตอาการพองและยุบของลมหายใจ ลมหายใจทำให้คุณข้ามผ่าน. ลมหายใจเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจิตและกายของคุณ. ถ้าคุณสามารถเฝ้าดูอาการพองและยุบของลมหายใจ, อย่างช้าๆ คุณอาจจะเห็นกายแยกออกจากตัวคุณ และลมหายใจได้แยกออกจากตัวคุณด้วย, เพราะว่าผู้ดูไม่อาจเป็นผู้ถูกดู, ผู้เฝ้าสังเกตไม่อาจเป็นผู้ถูกสังเกต. กระทั่งวันหนึ่งคุณพลันกระจ่างแจ้งทุกสิ่งทุกอย่าง. เป็นการเห็นแจ้งที่เหนือกว่าการเห็นทั้งปวง. ในทุกขณะแห่งความหลุดพ้นจะบังเกิดกับคุณ.
หมายเหตุ : อย่าซีเรียสกับการแปลของผม






