Tarot Reflections

ถ้าคุณเชื่อว่าชีวิตถูกลิขิตไว้เรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทาโรต์เป็นเพียงเครื่องมืออ่านลิขิตนั้น หยิบไพ่ออกมาอย่างไร ชีวิตก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น สิ่งที่ผมจะเขียนวันนี้และต่อๆไป คงไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับคุณครับ นอกจากจะทำให้รู้สึกขัดเคืองอารมณ์เปล่าๆ (เพราะมันเป็นแนวทางที่คุณจะไม่ยอมรับ) แต่ถ้าคุณเชื่อว่าชีวิต อาจจะทั้งหมดหรือบางส่วน มี “กรรมปัจจุบัน” เป็นตัวกำหนด หรืออย่างน้อยมีส่วนช่วยทำให้เป็นไป เชื่อว่าการกระทำของเราในปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแปลง “ลิขิต” ได้ ถ้าอย่างนี้ผมเชื่อว่าเราคุยกันได้ แม้เราอาจจะเดินคนละเส้นทางก็ตาม

วันนี้ผมนึกถึงไพ่ 5 ไม้เท้า (Five of Wands) ไพ่ใบนี้หมายถึง “ความขัดแย้ง” คงเป็นความหมายหลักของมันได้กระมัง อยู่ที่เราจะทายปลีกย่อยไปอย่างไร หรือเลือกมองในมุมไหนของความขัดแย้ง ถ้าเป็นสไตล์ไทยๆ เราอาจได้ยินหมอดูไพ่ยิปซีทายพื้นดวงกันเลยทีเดียวว่า “ชีวิตนี้มีแต่เรื่องขัดแย้ง” “ความคิดเห็นไม่ลงรอยกับชาวบ้าน” “นิสัยไม่เหมาะจะทำงานเป็นกลุ่ม” “ควรทำงานคนเดียวลำพังจะดีกว่า” “ชีวิตรักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรือมีคู่แข่งเยอะ”…

five-of-wands.jpg

อาจเพราะโชคไม่เข้าข้าง Michelle Swan เท่าไรนัก จึงทำให้ทาโรต์รีดเดอร์หญิงผิวหมึกคนนี้ ไม่ได้เกิดเป็นคนไทยที่เชื่อฟัง “คำทำนาย” แบบติดตัวไปตลอดชีวิตอย่างเราๆท่านๆ เธอศึกษาทาโรต์ และเลือกจะมองมันเป็นเรื่องของ “จิตใต้สำนึก” มากกว่าที่จะเห็นเป็นโชคชะตาราศี ในเว็บไซต์ของสมาคมทาโรต์อเมริกัน http://www.ata-tarot.com/reflections/02-01-04/fivewands.htm แม่หมอ Michelle เคยเขียนวิธีการทำสมาธิกับไพ่ 5 ไม้เท้าเอาไว้ให้เราได้รับรู้ถึงวิธีที่จะเข้าใจ และอยู่กับความขัดแย้งภายในใจตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง

michelle.jpg

Michelle บอกให้นั่งลงแล้วสูดหายใจลึกๆ หยิบทาโรต์ชุดโปรดของคุณขึ้นมา ทำสมาธิกับไพ่ 5 ไม้เท้า โดยสร้างความรู้สึกว่าภาพบนหน้าไพ่มีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ ขั้นแรกให้คุณจินตนาการว่าไพ่มีรูปประตูบานหนึ่งที่มีไม้เท้า 5 อัน พร้อมลูกบิด เปิดประตูและมองดูว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างใน

บรรยากาศในนั้นย่อมเป็นไปตามลักษณะของไพ่ 5 ไม้เท้า มันเป็นวันที่ร้อนระอุจนเห็นเปลวแดดระยับ จากประตูให้คุณเดินตามทางลาดปูด้วยอิฐบล็อคลงไปยังเมืองหนึ่ง นี่มันเมืองอะไร? ใช่เมืองที่คุณต้องการจะไปรึเปล่า ? หรือเป็นเมืองที่คุณรู้จักดีหรือไม่? ในระหว่างก้าวเดินไปนั้น คุณพลันได้ยินเสียงการต่อสู้ปนกับเสียงหัวเราะมาจากที่ใดที่หนึ่ง เมื่อคุณเดินเลี้ยวตรงหัวถนน จึงได้พบไร่ยาสูบที่มีคน 4 คน ถือไม้เท้า กำลังต่อสู้กันด้วยความไวมากจนคุณมองเห็นหมายเลข 1, 2, 3 และ 4 วูบวาบมาจากไม้เท้าเหล่านั้น

คุณรู้สึกสนใจใคร่รู้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าควรจะยืนอยู่ตรงนั้นดีหรือไม่ หลังจากที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหยุดต่อสู้กัน ทั้งหมดก็หันมามองคุณเป็นจุดเดียว คุณคิดอยู่ว่าพวกเขาเป็นใคร คล้ายกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่? หรือพวกเขาจะเป็นตัวคุณเอง?

หนึ่งในนั้นได้โยนไม้เท้าสีน้ำตาลที่ถูกสลักเบอร์ 5 มาที่คุณ คุณคว้าหมับกลางอากาศ รู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตเต้นเป็นจังหวะอยู่ในไม้เท้า ซึ่งทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

“บอกหน่อยสิเพื่อน นายต่อสู้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?” คนถือไม้เท้าเบอร์ 1 ถาม “กฎระเบียบและหลักการต่างๆ เหมาะที่จะอยู่ในที่ของมัน บางครั้งนายต้องปล่อยมันไปซะ และดูแค่ผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำแบบที่คาดไม่ถึง

“มาเถอะน่า” คนถือไม้เท้าเบอร์ 4 ที่ไปยืนอยู่ข้างหลังท้าทายคุณ “ดูซิว่านายจะได้อะไร”

“อะไรนะ” คุณจะให้ผมสู้ด้วยเหรอ?” คุณถาม

”ชีวิตเป็นเรื่องของการต่อสู้เพื่อสิ่งที่นายต้องการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง” คนถือไม้เท้าเบอร์ 2 เอ่ยขึ้นบ้าง

คนสุดท้ายถือไม้เท้าเบอร์ 3 เพียงแต่ยืนมองคุณอยู่ เขาส่งสัญญาญเชิญชวน คุณจึงก้มมองไม้เท้าในมือ แล้วแหงนมองเปลวแดดบนท้องฟ้า คุณสูดหายใจเต็มปอด หันไปพยักหน้าใส่คนถือไม้เท้าเบอร์ 3 จากนั้นคุณกับเขาก็ชาร์จเข้าใส่กัน คำถามก็คือ คุณแพ้หรือชนะคนคนนี้ ? คุณรับมือกับคนทั้ง 4 หรือละทิ้งไปหลังการต่อสู้ครั้งแรก ? คุณรู้สึกอย่างไรครับ ตื่นเต้น, ถูกกระตุ้น หรือเหนื่อยล้า ?

เมื่อคุณพร้อมแล้วหลังการต่อสู้ คุณจึงผละจากคู่ต่อสู้ของคุณ แล้วเดินกลับไปยังถนนพร้อมกับถือไม้เท้าอย่างระมัดระวัง จากนั้นให้คุณนับ 1 ถึง 15 และกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง

ทบทวนการผจญภัยและทดสอบ 5 ไม้เท้าในบันทึกการเดินทางของคุณ ลองดูซิว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อชีวิตของคุณอย่างไร
ป.ล. บางสำนวนอาจแปลพลาดไปบ้างขออภัยด้วยครับ เอาประเด็นของมันก็พอนะ

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 31, 2007 at 9:25 pm ความเห็น (1)

ตามหาทาโรต์

แวะเยี่ยมเว็บไซต์ ทาโรต์ ริง http://x.webring.com/hub?ring=tarotcards แม่หมอ Sara Freder คอยบริการดูดวงทั้งโหราศาสตร์ และไพ่ทาโรต์ ฟรี หรือใครอยากเสียตังค์ก็ไม่ว่ากัน ถ้าต้องการคำทำนายที่ละเอียดมากขึ้น… รู้สึกชอบที่เธอเตือนสติก่อนที่ใครคิดจะตั้งคำถามกับทาโรต์

Remember !! the cards do not always tell you what you want to know, but they do always tell what you need to know. They do not always answer the question that you ask, but they will always answer the question that needs answering the most.

นี่แหละ ทาโรต์ ขนานแท้ มันตอบคำถามไม่ได้ทุกเรื่องที่คุณถามนะ เห็นหลายคนนั่งยันนอนยันอยู่นั่นแหละว่าทายได้แน่นอน 100 % เชื่อหรือไม่ สภาวะจิตของคุณบางขณะ ไพ่จำเป็นต้องเยียวยาให้คุณก่อนอย่างเร่งด่วน มันพยายามทำหน้าที่ที่สำคัญกว่าการทำนาย บ่อยครั้งไพ่ไม่ตอบโจทย์ที่คุณตั้งขึ้นแบบหาสาระให้กับชีวิตได้น้อยมากอย่างนั้น แต่คุณก็ไม่สนใจฟังเอาเสียเลย คุณเอาแต่หลับหูหลับตาตีความหน้าไพ่ให้เข้ากับเรื่องที่ตัวเองอยากรู้อยู่ได้… เขารักฉันมั้ย? ฉันจะได้งานที่นี่ทำหรือเปล่า? ยอดขายเดือนนี้จะดีมั้ย? วันนี้สอบไปแล้วจะผ่านมั้ย? อยากรู้จังเรื่องนั้นมัน Yes or No ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !

ตั้งสติให้ดี นึกถึงเรื่องนั้นไว้ ลองถาม-ตอบตัวเองอย่างมีเหตุผลเสียก่อน จากนั้นคำถามที่ควรจะถามมากที่สุดจะผุดขึ้นเอง…

ป.ล. ใครอ่านแล้วเกิดอารมณ์อย่างไพ่ใบนี้เอ่ย ?

devil.jpg

เคลียร์ดีกว่าครับ ระเบิดออกมาก็ได้ อย่าเก็บไว้

เผยแพร่ใน: on at 9:12 pm ให้ความเห็น

เดินเรื่อยเปื่อย

ถ้าไม่ถ่ายรูป “สีหมัจฉา” (เมอร์ไลออน) สิงโตหางปลาพ่นน้ำมาให้ดู คงไม่รู้สินะว่านี่คือประเทศสิงคโปร์ อย่างที่เขาว่าจริงๆ ประเทศนี้หาอะไรเป็นเอกลักษณ์ได้ยากเหลือเกิน เพราะหลายอย่างเหมือนจะเป็นวัฒนธรรมจีน แต่ตัวเองก็ไม่ยอมรับว่านั่นคือวัฒนธรรมของชาติ เหลียวมองดูคนแขกที่นี่ก็รู้สึกว่าพวกเขาถูกแบ่งแยกยังไงชอบกล

มีเวลาเดินเรื่อยเปื่อยวันเดียว เลยไปตลาดสไตล์ไชน่าทาวน์ เป็นตลาดขนาดย่อมๆ ไม่ใหญ่เท่าที่ฮ่องกง ของขายส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบจีนก็แขก ที่หาซื้อได้ทั่วไปในเมืองไทย

sp11.jpg 

sp21.jpg

sp3.jpg 

sp4.jpg 

ยังไงก็แล้วแต่ ชื่นชมในความสะอาดสะอ้านของบ้านเมืองเขานะ ขนาดพื้นตลาดยังแทบไม่เห็นเศษขยะเลย อยากให้เมืองไทยสะอาดยังงี้บ้างจัง ความสะอาดน่าจะเป็นธุระที่ทุกคนร่วมมือกันทำได้นะ มันไม่ต้องใช้ทุนรอนมากมายไม่ใช่เหรอ

sp5.JPG

ตลาดนี่มีโชว์ระบำให้ดูด้วย ออกสไตล์อาหรับ

sp61.jpg

sp7.JPG 

วี้ดวิ่ว…

sp8.jpg

เดินๆอยู่ก็ไปเจอวัดแขก

sp9.jpg

ถ้าไม่เกรงใจแขกก็จะขอไปถ่ายรูปข้างในแล้ว

อัพช้าอย่าว่ากันนะ ช่วงนี้งานเหนื่อยมั่กๆ 

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 27, 2007 at 8:15 am ให้ความเห็น

วัดระหว่างทาง

อ่านไดอารีย้อนหลังของ มะลิ http://mali.diaryis.com/?20070305 เห็นคณะสาวใสใจบุญ ยกขบวนไปเดินตลาดดอนหวาย จ.นครปฐม และขับรถลัดเลาะถนนเชื่อมจากวัดดอนหวายถึงวัดไร่ขิง ระหว่างทางจะมีวัดสำคัญอยู่วัดหนึ่งชื่อ วัดท่าพูด เห็นว่าชาวคณะได้สุ่มแวะทำสังฆทานที่วัดนี้ โดยไม่เคยรู้จักวัดที่ว่านี้มาก่อน เป็นสังฆทานตามหลักพุทธศาสนาแท้ๆ คือไม่เจาะจงถวายพระสงฆ์รูปไหนเป็นการเฉพาะ ยังงี้ได้บุญตามประสงค์ 100 % (สาธุ ๆ ๆ)

ได้อ่านแล้วเกิดพุทธิไอเดียขึ้นมาอย่างหนึ่งครับ ในเรื่องของ “วัดระหว่างทาง”

จริงแล้วเรารู้จักวัดท่าพูด เคยไปกราบพระธาตุจุฬามณี (จำลอง) มาแล้ว วัดนี้เคยลงข่าวหนังสือพิมพ์ว่ามัคนายกถูกผีนางตะเคียนเข้าฝัน นางผีวานลุงผู้ดูแลวัดให้ช่วยกู้ซากเรือให้หน่อย บอกว่าจมอยู่ก้นแม่น้ำเยื้องหน้าวัดมานานแล้ว อยากจะขึ้นบกเสียที เพราะหนาวเหลือเกิน รุ่งขึ้นมัคนายกซึ่งไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรอยู่ใต้น้ำ ก็พาคนไปช่วยกันงมดูให้หายสงสัย…อัศจรรย์ครับ! พวกเขาเจอซากเรือโบราณสองลำที่ขุดจากต้นตะเคียน แถมยังพบถ้วยโถโอชามหม้อไหเก่าแก่มากมาย ทางวัดต้องช่วยกันงมขึ้นมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์

tapood1.jpg

 หน้าวัดเป็นท่าน้ำ ถ้าขับรถมาจะเข้าหลังวัด

tapood21.jpg

พระธาตุจุฬามณีจำลอง

tapood3.jpg 

ซากเรือที่กู้ขึ้นมา

tapood4.jpg 

เครื่องปั้นดินเผาที่งมได้

เชื่อนะว่าหลายคนมี “วัดระหว่างทาง” อยู่ในใจ คือเป็นวัดทางผ่าน คนทั่วไปไม่ใคร่รู้จัก อาจเคยเห็นป้ายหน้าวัดผ่านตา แต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นวัดดีที่น่าแวะ อย่างเช่นเส้นทางเลียบคลองชลประทานจากตัวเมืองอ่างทองไปยังวัดไชโยฯ คุณคิดว่ามีวัดอะไรน่าแวะบ้าง? ส่วนใหญ่จะมุ่งตรงไปที่วัดไชโยเลย (ไม่วิ่งเส้นเอเซียนะ) หลายคนรู้จัก วัดขุนอินทประมูล มีพระนอนองค์ยาวที่สุดในประเทศไทย อยู่ระหว่างเส้นทางนั้น

แต่รู้มั้ยว่าใกล้ๆวัดขุนอินฯ ก็ยังมีวัดน่าแวะอีกวัดหนึ่งชื่อ วัดโพธิ์หอม วัดนี้เรารู้จักคุ้นเคยกับ แม่ชีดาว ท่านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงทำให้ซากวัดโบราณกลับกลายเป็นวัดร่มรื่นอย่างทุกวันนี้ แต่ก่อนเรากับเพื่อนไปหาแม่ชี ขอยืมไม้กวาด ถังน้ำ ผ้าขี้ริ้ว มาปัดกวาดเช็ดถูโบสถ์วิหารกันตามใจชอบ ไม่มีใครมารบกวน เพราะไม่ค่อยมีคนเข้าวัด แต่เดี๋ยวนี้ถ้าวัดมีงานบุญคนแน่นมากเหมือนกัน เขาว่าบริเวณวัดมีร่องรอยกำแพงเมืองเก่าอยู่ ที่สำคัญมีเศียรท้าวมหาพรหมขนาดใหญ่ ตั้งไว้ให้กราบไหว้บูชา สันนิษฐานว่าเศียรพระพรหมสี่หน้านี้แต่ก่อนน่าจะประดิษฐานอยู่บนประตูเมือง

podehaum.JPG 

มีโอกาสไปเที่ยวไหน จะพยายามนึกถึงวัดเงียบสงบ (ที่น่าแวะ) ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างเส้นทางมาแนะนำกันครับ

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 20, 2007 at 10:51 pm ความเห็น (2)

มุมไบ ไปต่อ

ที่นับว่าได้ไปเยือนมุมไบเป็นเรื่องเป็นราวก็ “ถ้ำช้าง” (Elephenta Cave) ต้องลงเรือไปขึ้นเกาะ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเห็นจะได้

mumbai5.jpg 

อยู่บนเรือเห็นมีป้ายห้ามถ่ายรูปนะ แต่ยังอุตส่าห์ 

mumbai61.jpg 

mumbai7.jpg

ถึงเกาะแล้ว

mumbai8.jpg 

ขึ้นฝั่งต้องนั่งรถรางต่อเข้าไป แต่วันนี้รถรางเสียกระทันหัน… เดินสิครับพี่น้อง -_-

mumbai9.jpg 

ถึงตีนเขาต้องขึ้นบันไดไปอีกความสูงน้องๆบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพ สองข้างทางมีของที่ระลึกตั้งแผงขายตลอดทาง จนถึงที่หมายสิ่งที่เห็นทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

mumbai102.jpg

ถ้ำนี้เป็นวิหารฮินดูโบราณ ข้างในมีองค์พระศิวะ และทวยเทพทั้งหลาย ไม่รู้ว่าทำไมถึงเรียกเกาะช้าง แต่พ่อค้าแม่ค้าที่เกาะนี้เน้นขายรูปบูชาพระพิฆเณศเป็นหลัก ไหนๆมาถึงที่แล้วเลยซื้อพระพิฆเณศปางแปลกๆที่บ้านเราไม่มี ไอเดียเก๋ๆ ไปฝากเพื่อน เสียดายให้เขาไปหมดแล้ว ไม่ได้ถ่ายรูปมาอวด

 mumbai113.jpg

mumbai122.jpg

ชอบอินเดียตรงอารยธรรมโบราณ ส่วนตัวพอเห็นแรงศรัทธาของคนยุคก่อนที่ไหนเมื่อไหร่เป็นต้องซาบซึ้งกินใจไปกับรอยอดีต ที่นี่เจาะถ้ำและแกะสลักกันด้วยสิ่วกับค้อน แต่ผลงานออกมาใหญ่โตโอฬารน่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน ทุกรายละเอียดนับเป็นศิลปะล้ำค่า เขาสร้างด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยเงินอย่างสมัยนี้ ที่นายทุนสามารถเนรมิตอะไรก็ได้

 mumbai13.jpg

ถ้าเป็นประเทศอื่นเชื่อว่าคงมีการตามไฟสีส้มไว้ทั่วบริเวณให้นักท่องเที่ยวได้ยลความงามของศิลปะอย่างเต็มตา แต่ที่นี่ไม่มีครับ จะด้วยไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ขาดแคลนงบประมาณ หรือต้องการให้เห็นเป็นธรรมชาติที่สุดก็ไม่ทราบได้ ถ้ายิ่งเดินเข้าไปข้างในจะยิ่งมืดลง มืดลง

mumbai14.jpg 

พระพักต์ องค์ศิวเทพ อยู่ผนังถ้ำด้านในสุด มืดตื๋อเลย

ทำงานอยู่มุมไบสามวัน ก็กลับถึงสุวรรณภูมิ ก่อนแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน ชาวเรากวาดตาไปรอบๆมีความรู้สึกร่วมกัน “โอ…บ้านเราเจริญ” (เป็นความเจริญที่มีบาดแผลอันน่าอับอายซ่อนอยู่เยอะเชียว)

เผยแพร่ใน: on มีนาคม 18, 2007 at 12:48 am ให้ความเห็น