เซลติก ครอส (2)
30 ม.ค. 2012 ให้ความเห็น
เรื่องของ “ลำดับที่” อยู่ในความสนใจของผมมานาน ไม่ว่าจะเป็นตามหลักจิตวิทยา “ลูกคนแรก ลูกคนกลาง ลูกคนสุดท้าย” ซึ่งแต่ละคนย่อมถูกเลี้ยง ได้รับความสนใจ ได้รับโอกาสแตกต่างกัน ทำให้ความรู้สึกนึกคิดผิดไปจากกัน เชื่อมโยงไปถึงหลัก “เลขศาสตร์” ที่อ้างอิงมาจากดวงดาว ซึ่งดูไปดูมามันก็สอดคล้องกับ “ลำดับที่” อย่างน่าแปลกเหมือนกัน ผมเองไม่พยายามบอกว่าอะไรมีอิทธิพลเหนืออะไร ยุคหลังๆผมชอบสัมผัสกับมันแค่ว่า มันสอดคล้องกลมกลืนกันได้ เท่านั้นก็พอ เราแค่ต้องการเอามาใช้งาน ไม่ได้พยายามหาข้อสรุป เพราะยังไงก็ไม่มีทางสรุปได้ สุดท้ายก็ได้แค่ความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่ง เป็นแค่สมมุติฐาน หรือตั้งเป็นทฤษฎีหนึ่งเท่านั้น
พูดเรื่องลำดับที่ เพราะผมมองว่าการหยิบไพ่ออกมาแต่ละใบนั้นมี “ลำดับที่” กำกับอยู่ ซึ่งน่าสนใจ ถ้ามองไปเรื่อยๆก็เห็นแง่มุมได้มาก และลำดับที่ที่ว่านี้ก็สามารถสอดคล้องกับลำดับของไพ่ทาโรต์ได้อย่างดี ขอให้พิจารณากันไปเรื่อยๆนะครับ…
สำหรับวันนี้เอาตัวอย่างดวงชะตาคนหนึ่ง ที่ออกจากงานแบบปุบปับเพราะขัดแย้งกับเจ้าของบริษัท ไพ่ 10 ใบแบบเซลติกครอสนั้น บ่งบอกเรื่องนี้ได้หลายวิธีการอ่าน จะอ่านทั้งสิบใบก็ได้ เพราะใบที่ 10 เป็น Eight of Cups ซึ่งเป็นบทสรุปของความรู้สึกผิดหวัง ที่เจ้าชะตาต้องออกแสวงหาสิ่งใหม่ที่ดีกว่า หรือไพ่ใบที่ 9 คือไพ่ Three of Wands แสดงถึงความหวังของเจ้าชะตาที่จะเดินไปหางานใหม่
แต่ชั้นนี้จะเริ่มดูแค่สามใบแรก ซึ่งเพียงแค่นั้นก็บอกได้แล้วเหมือนกัน หรือถ้าคุณจะอ่านแค่ใบแรกใบเดียวก็สามารถมองไปถึงบทสรุปได้เลยเหมือนกันอีก…สนุกดีนะครับ!
ไพ่ใบแรกคือ Two of Wands เห็นมั้ยว่า ไพ่ตั้งต้นใบนี้ ถ้าเอาเรื่องการย้ายงานมาจับ คุณก็จะเข้าใจภาพได้ทันที มันสื่อได้ถึงเจ้าชะตาที่กำลังมองไปข้างหน้าเพื่อหาความก้าวหน้าให้ชีวิต ถ้าจะให้เลือกว่าเจ้าชะตาจะอยู่หรือไป เพียงใบเดียวนี้ก็ต้องให้น้ำหนักว่าจะไป ถูกมั้ยครับ
ไพ่ใบที่ 2 คือ The Chariot ถ้าจะเอาใบแรกกับใบที่สองมาผนวกกัน เราก็ยังแปลเรื่องราวได้ สำหรับผมมองในใจเจ้าชะตาว่าได้มุ่งไปข้างหน้าแล้ว ไม่หยุดอยู่ที่เดิมแล้ว (ไพ่ใบที่สองหมายถึงสถานการณ์ที่เจ้าชะตากำลังเผชิญ ซึ่งมองง่ายๆได้ว่าเป็นความยุ่งยากในเรื่องงาน แต่เรายังมองใบที่สองไปถึงสิ่งที่เจ้าชะตากำลังคิดหรือตัดสินใจก็ได้)
ไพ่ใบที่ 3 คือ Death ถ้ามองแบบเซลติกครอส หมายถึงพื้นฐานของเจ้าชะตา แสดงว่าเป็นคนเด็ดขาด จบเป็นจบ จึงได้ตัดสินใจออกจากงานกระทันหัน และไม่ใช่แค่นั้น เฉพาะตำแหน่งที่สามนี้ ผมยังมองได้ถึงครอบครัว เช่นพ่อแม่ ซึ่งก็ตรงกับชีวิตของเจ้าชะตาที่เพิ่งจะเสียพ่อไปเมื่อสองสามปีก่อน…
ทีนี้คุณลองไม่มองแบบเซลติกครอส แต่ลองเอาไพ่สามใบนี้มาอ่านเรียงกัน จะเห็นว่า 1.Two of Wands 2.The Chariot 3.Death เราก็สามารถให้คำตอบในเรื่องงานได้ทันทีเช่นกันนะครับว่าบทสรุปของมันเป็นยังไง
เซลติก ครอส (1)
27 ม.ค. 2012 4 ความเห็น
ปีที่แล้วตั้งท่าจะเขียนเป็นเรื่องราวมากมาย แต่เวลาว่างแทบไม่มี ก็เลยมีแต่ท่าเนื้อหาไม่มี อย่างที่เห็นๆกันอยู่นี่แหละครับ ผมมาคิดดู เราอัพสั้นๆ แบบที่เราเล่นเฟสบุ๊คดีกว่า อยากพูดอะไรก็พูดง่ายๆ ไม่ต้องเขียนให้ครบสูตรแบบตำราเรียน
ติดค้างไว้จะพูดถึงการเรียงไพ่ 10 ใบ ในแบบของผม ซึ่งดัดแปลงจาก เซลติกครอส แบบดั้งเดิม เอามาปรับเข้ากับการเข้าใจลำดับไพ่ทาโรต์ตามแบบตัวเอง แต่ก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร ยังเหมือนอย่างที่คุณเคยรู้จักอยู่นั่นเอง เพียงแต่ต่างกันเล็กน้อย สำหรับผมแล้ว เซลติกครอส หรือการเรียงแบบโบราณอื่นๆ ไม่ได้มีความขลังอะไรในตัวมันเอง เพียงแต่ถ้าคุณเรียงแบบนั้น แล้วคุณอธิบายกับตัวเองได้ว่ามันมาจากไหน มันสื่อถึงอะไร นั่นแหละคุณรู้สึกว่ามันเริ่มขลังแล้ว ดังนั้นอย่าตกใจ ถ้าคุณเห็นผมเล่นดัดแปลงโน่นนี่ แล้วรู้สึกเฉยๆเวลาใครเอาของเก่ามาอวด สำหรับผมแล้ว ทุกอย่างมันคือสิ่งที่มนุษย์คิดขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือ อยู่ที่คุณใช้ใจทำงานกับมันรึเปล่าเท่านั้นเอง
งวดนี้พูดถึงการฝึกฝน เซลติกครอส ผมเองพอเริ่มรู้อะไรมากขึ้น ก็เอาเซลติกครอสมาปัดฝุ่นแล้วเริ่มฝึกกับมันจริงๆแบบฝึกทีละสองสามใบ คือไม่ใช่ฝึกทีเดียวสิบใบ ซึ่งผมคิดว่ามันได้ผลดีกับการฝึก เพราะเราเน้นทำความเข้าใจไพ่เชื่อมโยงกันไปมาสองสามใบก่อนและค่อยๆขยายออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงใบที่สิบเราก็เข้าใจอะไรๆและสามารถเชื่อมโยงไพ่ไปได้หมด
เวลาผมฝึกก็เริ่มจากใบแรก มันคือตัวเจ้าชะตา ไพ่ใบนี้ “มีความสำคัญมาก” ลองดูกันนะครับที่ว่าสำคัญมากนั้นคืออะไร ใช่เป็นไพ่ที่เราจะต้องคำนึงถึงมันเสมอรึเปล่า? ถ้าใบแรกร้ายเราจะให้น้ำหนักไปอยู่ที่มัน แล้วทายว่าดวงร้ายรึปล่า? สำหรับผมแล้วมันสำคัญจากจุดที่มันเป็นตัวเริ่มต้น
ถ้ามีมันใบเดียว เราก็ใช้มันดูอะไรๆทั้งหมด แต่พอมีขยายออกไปเป็นสองใบ สามใบ ไพ่ใบแรกก็ถูกเฉลี่ยเรื่องราวแตกประเด็นออกไป เช่นถ้าตำแหน่งความรักถูกกำหนดอยู่ใบที่ 6 เราก็จะให้น้ำหนักไปในใบที่ 6 เพื่อเน้นดูความรัก แต่ถ้าเรามีไพ่ใบแรกใบเดียว จะดูความรักก็ต้องใช้ใบเดียวนั้นแปล แถมยังสามารถดูเรื่องอื่นๆได้ด้วย ยิ่งใครเก่งดูรูปภาพจะยิ่งได้รายละเอียดจากหน้าไพ่ได้มาก พอจะนึกภาพออกนะครับ ใบแรกนั้นถ้าให้มันหดเข้ามาเป็นเพียงตัวเจ้าชะตา เป็นเพียงจุดเริ่มเรื่อง เป็นมูลเหตุของปัญหา เราจะให้มันทำงานแค่นั้นก็ได้ ต่อเมื่อเราอยากให้มันเชื่อมกับตำแหน่งอื่นๆ เพื่อหาความหมายเฉพาะ เช่น งาน ฐานะ ความรัก เราก็สามารถอ่านขยายออกไปได้ ใบแรกจึงมีความสำคัญสำหรับผมตามความเข้าใจนี้ครับ
กรณีไพ่ 4 ใบ
24 พ.ย. 2011 7 ความเห็น
หมายเหตุ : คุณกฤษณะ มีตัวอย่างไพ่เพิ่มเติมจากครั้งก่อน แต่คราวนี้เป็นการหยิบไพ่ 4 ใบ เรามาดูตัวอย่างกันก่อนครับ
K : คือเมื่อน้ำท่วมในซอยรวมทั้งน้ำก็เข้ามาในบริเวณบ้านบางส่วนทำให้ผมต้องไปอาศัยที่อื่นชั่วคราวประมาณครึ่งเดือนผมจึงมีความคิดว่าจะขอต่อรองค่าเช่าจากเจ้าของบ้านขอลดลงซักครึ่งก็ยังดี แต่ก็ใจไม่กล้าก็เลยจับไพ่เสี่ยงทายเพื่อหาทางออกกับเหตุการณ์นี้ ว่าถ้าผมจะต่อรองขอลดค่าเช่าลงจะมีโอกาสที่เจ้าของบ้านจะลดราคาให้ไหม ได้ผลตามนี้ครับ
(เรียงไพ่รูปกากะบาท)
ใบที่ 1 เจ้าชะตา รวมทั้งความรู้สึกนึกคิด (ล่าง)
ใบที่ 2 สถานการณ์ที่มีผลต่อเจ้าชะตา (ซ้าย)
ใบที่ 3 ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อเหตุการณ์ (ขวา)
ใบที่ 4 บทสรุปแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น (บน)
โดยไพ่ทุกใบเป็นคำแนะนำได้ทั้งหมดครับ
ใบที่ 1 The Justice เจ้าชะตา
ใบแรกแทนตัวผม ชายที่นั่งบนบัลลังก์ มือข้างขวาถือดาบตั้งตรง มือข้างซ้ายถือตราชั่งที่น้ำหนักเท่ากันทั้ง 2 ข้าง สัญลักษณ์ของความยุติธรรม ผมคิดถึงว่าเป็นตัวผมที่กำลังจะเข้าไปต่อรองคุยเรื่องลดค่าเช่ากับเจ้าของบ้าน ด้วยทางออกที่ยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
ใบที่ 2 ไพ่ 9 ถ้วย สถานการณ์ที่มีผลต่อเจ้าชะตา (ในที่นี้แทนถึงเจ้าของบ้าน)
ตัวเจ้าของบ้านที่ผมกำลังจะเข้าไปต่อรอง ดูไปแล้วเธอก็ตั้งใจฟังข้อเสนอของผมอยู่นะครับ แล้วก็กำลังพิจารณาอยู่
ใบที่ 3 ราชาไม้เท้า ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อเหตุการณ์
ปัจจัยที่ส่งเสริมการพิจารณาข้อเสนอครั้งนี้ ภาพพระราชานั่งบนบัลลังก์ถือไม้เท้า มองตรงไปข้างหน้าในที่นี้ผมคิดว่าคงเป็นคนในครอบครัวของเธออาจเป็น สามี พ่อหรือแม่ ที่เธอต้องปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้
ใบที่ 4 ไพ่ 3 ไม้เท้า บทสรุปแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น
บทสรุป ชายที่ยืนมองตรงไปข้างหน้า (นึกถึงตัวผมเอง) มือข้างขวาจับอยู่ที่ไม้เท้าที่ปักอยู่ด้วยท่าทางมั่นคง มีไม้เท้าอีก 2 อัน ปักอยู่ด้านหลัง ซ้าย ขวา สื่ออารมณ์ถึงความสงบ มุ่งมั่น พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจอื่นต่อไป ดูแล้วแนวโน้มน่าจะออกมาในทางที่ดีครับ ทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะตกลงกันได้อย่างลงตัวที่สุด
ครับ หลังจากนั้นผมก็ลองโทรไปต่อรองกับเจ้าของบ้านคุยกันสักพักเธอก็บอกว่า เธอเห็นใจผมแต่เธอจะลองไปปรึกษาสามีของเธอ รวมทั้งแม่เธอก่อน แล้วเธอก็วางสายไป สักพักประมาณ 10 นาที เธอก็โทรมาลดราคาให้ครึ่งหนึ่ง สามีและครอบครัวของเธอต่างก็แสดงความห่วงใยผม เธอบอกว่าก็ช่วยๆกันก่อนในภาวะเช่นนี้ ส่วนเดือนต่อไปก็คอยดูอีกที ผมดีใจมากเลยครับ
ครับนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การทำนายไพ่ 4 ใบของผม อาจารย์จะนำไปแชร์ต่อเป็นกรณีศึกษาก็ได้เลยนะครับ
ด้วยความเคารพ
กฤษณะ
J : ผมเห็นด้วยทุกอย่างในวิธีแปลไพ่ของคุณกฤษณะ แปลได้ดีแล้วครับ เรื่องรูปแบบการเรียงไพ่ การกำหนดตำแหน่งต่างๆนั้น ถ้ามันให้คำตอบกับเราได้ก็ถือว่าโอเค แต่ทีนี้คุณกฤษณะเคยสังเกตมั้ยว่า ไพ่แต่ละใบที่เรากำหนดตำแหน่งไว้ เราสามารถยึดหยุ่นให้มันได้ เช่นตัวอย่างข้างบนในใบที่สอง ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่มีผลต่อเจ้าชะตา เราก็เชื่อมโยงไปสู่ตัวคนคือเจ้าของบ้านที่เป็นผู้หญิงใจดี บางครั้งตำแหน่งก็ถูกวางไว้เป็นกรอบคร่าวๆ จนสุดท้ายอาจไม่จำเป็นเลย พอวันไหนเราลิงค์เข้ากับรูปภาพ เราสามารถพูดทายไปเรื่อยๆ จนลืมนึกถึงตำแหน่งไพ่ที่เรากำหนดไว้เองก็มี นั่นแสดงว่าทำไปเรื่อยๆเราจะหลุดออกจากกรอบได้เหมือนกัน
ป.ล. คุณกฤษณะถามถึงไพ่ 3 ใบ 6 ใบ มีรายละเอียดยังไง เหมือนกับการเรียงแบบศรรักปักใจรึเปล่า เรื่องการเรียงไพ่ในแบบฉบับของผมนั้น ผมอธิบายให้ใครๆฟังมาบ้างเวลาได้เจอหน้ากัน แต่ยังไม่เคยเขียน ถ้ายังงั้นตอนหน้าจะเขียนลงบล็อกนี่แหละครับ ทั้งนี้ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมดของทาโรต์ และไม่ใช่การสอนไพ่ แต่เป็นการจุดชนวนให้แฟนๆได้มาพูดคุย มาช่วยกันคิดต่อยอดก็แล้วกันนะครับ
จิตปัน
ไพ่น้ำท่วม..กรณีศึกษาของกฤษณะ
17 พ.ย. 2011 23 ความเห็น
K : สวัสดีครับ อาจารย์จิตปันไม่ได้คุยกันนานเลยครับ ช่วงนี้ผมยุ่งๆ เรื่องน้ำท่วมอยู่ ก็ไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านเพื่อน กับที่ทำงาน ส่วนบ้านผมนั้นน้ำเข้ายึดพื้นที่เรียบร้อยแล้วครับ ครั้งที่แล้วติดค้างอาจารย์ว่าจะแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับไพ่ที่ผมเคยทำนายไว้ ขอตั้งชื่อหัวข้อว่า “ไพ่น้ำท่วม” ละกันนะครับ จะได้เข้ากับสถานการณ์ คลายเครียดกันเล็กน้อย ช่วงต้นเดือนที่แล้วผมจับไพ่ 3 ใบ ในชุด Rider Waite ผมถามไพ่ว่า เส้นทางตั้งแต่ประตูหน้าบ้านจนถึงที่ทำงานมีโอกาสน้ำท่วมไหม ผลเป็นดังนี้ ครับ
ใบแรก สถานการณ์ปัจจุบัน ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนที่สูง ดูแล้วท่าทางจะห่วงสมบัติมาก ด้านหลังเป็นตึกรามบ้านช่อง ไพ่เตือนให้รีบเก็บของขึ้นบนที่สูงซะ จะได้ปลอดภัย
ใบที่ 2 อนาคต น้ำเข้ามาแน่นอน อาจต้องกังวลและสร้างความยุ่งยากใจสักพักหนึ่ง แต่อย่าเพิ่งหมดหวังดูดีๆ ยังมีหนทางทอดยาวให้เราลี้ภัยได้อยู่
ใบที่ 3 ทางแก้ไข ตอนนี้ให้อยู่นิ่งๆ ก่อนรอติดตามข่าวว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ
หลังจากดูไพ่ก็เก็บข้าวของขึ้นสู่ที่สูง แต่ยังไงผมก็ทายว่าน้ำไม่ท่วมหรอก (ประมาทมากๆ) รอประมาณเกือบเดือนแล้วน้ำก็ยังไม่มา ทำให้ผมตายใจ พอถึงวันที่ 5 พ.ย. 2554 ที่ผ่านมา น้ำค่อยๆคืบคลานเข้ามา จากท้ายซอยอีกไม่กี่เมตรก็ถึงหน้าบ้านแล้ว โชคดีเก็บของเตรียมไว้แล้ว ส่วนผมก็ออกไปอาศัยบ้านเพื่อนทันที ไพ่ไม่เคยโกหกเลยจริงๆ ครับ
ด้วยความเคารพ กฤษณะ
J : ตัวอย่างไพ่ของคุณกฤษณะน่าสนใจครับ ไพ่ The Moon นั่นทำให้เราสับสนว่า น้ำจะท่วมหรือว่าเราวิตกกังวลไปเองกันแน่ ถ้ามองภาพรวมทั้งสามใบผมจะเทน้ำหนักไปทาง “ไม่ควรประมาท” ครับ เพราะ The Moon กับ ราชินีพระจันทร์ นั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ
อันที่จริงแล้วไพ่ของคุณกฤษณะนั้นไม่ได้ฟันธงอนาคตซะทีเดียว ซึ่งก็เนื่องจากว่า ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมนั้นไม่มีอะไรแน่นอนในการบริหารจัดการน้ำของผู้ที่รับผิดชอบอยู่ บวกกับพลังจิตในการหยั่งรู้ภาพอนาคตของเราก็ไม่ได้แก่กล้าจนฟันธงได้ชัดเจน ไพ่จึงบอกแค่แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ
การใช้ไพ่ฟันธงอนาคต แม้ผมเองก็ไม่ได้หยิบไพ่ได้ชัดเจนทุกครั้งหรอกนะครับ จิตคนปกติอย่างเราไม่ใช่พระอรหันต์จึงไม่มีกำลังแก่กล้ามองเห็นได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะในเหตุการณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนอย่างนี้ แต่อย่างน้อยไพ่ที่ปรากฏ หากเราเข้าใจว่าไพ่นั้นๆบอกเราได้แค่ไหน เราก็สามารถจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ไพ่บอกนั้นมาเป็นคำทำนายและคำแนะนำได้ครับ
จิตปัน
K : อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ขอบคุณมากเลยครับอาจารย์จิตปันทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับคำทำนายและการให้คำแนะนำ ครั้งต่อไปจะได้นำคำทำนายจากไพ่มาแชร์ประสบการณ์อีก ผมมีข้อสงสัยอีกเรื่องหนึ่งครับเกี่ยวกับการดูไพ่กลับหัวบางตำราก็บอกว่าศาสตร์ในลักษณะนี้แม่นทายได้ลึก ตรงประเด็น แต่บางตำราก็บอกว่าไพ่ก็มีความหมายทั้งดีและร้ายในตัวอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องดูแบบกลับหัว ไม่ทราบว่าอาจารย์มีข้อคิดเห็นพอจะชี้แนะผมได้บ้างไหมครับ
ขอให้รักษาสุขภาพด้วยนะครับ อ้อ ถ้ามีปัญหาสงสัยเรื่องโรคภัย สุขภาพร่างกาย ก็ปรึกษาผมได้นะครับ เพราะผมประกอบอาชีพนักเทคนิคการแพทย์เป็นงานหลักอยู่ครับ
ด้วยความเคารพ กฤษณะ
J : ไพ่เราจะกำหนดวิธีใช้งานมันยังไงก็ได้ครับ แม้แต่การกำหนดใช้ไพ่หัวตั้งหัวกลับ แต่ละคนก็อาจมีวิธีตีความไพ่หัวกลับไม่เหมือนกัน นั่นคือข้อกำหนดที่คนกำหนดให้ไพ่ ถ้าเราไม่กำหนดอะไร เห็นภาพอะไรก็อ่านไปเลย มันก็ง่ายดี สะดวก ไม่ต้องตีความหรือจดจำความหมาย และถ้าทำยังงั้นมันใช้งานได้ถูกต้องแม่นยำดี เราก็จะยึดถือรูปแบบนั้นว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง ขึ้นอยู่กับคุณกฤษณะครับว่าชอบแบบไหน ไม่มีใครผิดหรือถูก บางครั้งผมใช้ไพ่ใบเดียวกำหนดมันลงไปมากมายก็มีนะ เช่น แบ่งไพ่ใบเดียวนั้นออกเป็นสามส่วน ส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่าง แล้วดูในรายละเอียดของแต่ละส่วนเอามาทายในลักษณะต่างๆ ยังงี้ก็ทำนองเดียวกับเราจะกำหนดว่าเราจะอ่านไพ่ในท่าไหน แล้วแต่เราครับ ขอให้ทำไปเรื่อยๆให้ไพ่มันเริ่มออกมาตามที่เราเลือกจะใช้งานมันเท่านั้นเป็นใช้ได้
จิตปัน
K : ขอบคุณครับที่ให้ข้อแนะนำในการอ่านไพ่รวมทั้งข้อสงสัยเป็นการคอนเฟิร์มและเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้ไพ่ให้ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยจะ Email มาถามอาจารย์อีก รวมทั้งแชร์ประสบการณ์จากการอ่านไพ่ด้วย ถ้าอาจารย์จะนำไปลงบล็อกของอาจารย์ เกี่ยวกับเรื่องที่เราคุยกันก็เชิญได้เลยนะครับ จะได้เป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆด้วย แล้วพบกันอีกครั้งครับ
กฤษณะ
หมอดูไพ่ป๊อกแบบยิปซี
07 ก.ย. 2011 17 ความเห็น
in Healing Tarot, My Little Journey
ไม่ได้อัพบล็อกซะนาน จนแทบจะลืมวิธีอัพไปแล้วว่าเขียนตรงไหน โหลดภาพยังไง อิอิ
วันนี้ได้จังหวะว่าง เข้ามาทักทายกันซักหน่อย เอาหนังสือมาให้ดูครับ พอดีผมไปเดินตลาดแล้วเจอหนังสือเก่า เขาใส่ห่อพลาสติก ขายเล่มละร้อยบาท ใจจริงก็รู้สึกว่ามันแพงไปหน่อยกับสภาพหนังสือ และคิดว่าเนื้อในคงไม่มีอะไรใหม่สำหรับผม เพราะคับคล้ายคับคลาว่าเราเคยมีนะเล่มนี้ แต่ไม่แน่ใจ สมัยก่อนเห็นอะไรก็ซื้อมาดูมาอ่าน แล้วก็ไม่ได้เก็บรักษา ปล่อยหายหรือขาดหลุดลุ่ยเสียหมด
ตำรา “หมอดูไพ่ป๊อกแบบยิปซี” ชื่อสะดุดมาก ก็เลยยอมเสียร้อยบาทคว้ามา เป็นหนังสือเล่มบางๆ เรียบเรียงโดย ทวี ตรีณรงค์ มีราคาระบุไว้ท้ายเล่มว่า เล่มละ 10 บาท พยายามดูปีที่พิมพ์หาไม่เจอ เห็นแต่บอกโรงพิมพ์ รุ่งวัฒนา และ นายศิริชัย หล่อกุลแสง เป็นผู้พิมพ์ผู้โฆษณา แล้วต่อท้ายด้วยเลข 2512 ก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงปีที่จัดพิมพ์หรืออะไร ถ้าเป็นปีที่จัดพิมพ์ก็ โห.. เก่าใช้ได้ ก่อนผมเกิดอีกนะ
แต่ทีนี้ถ้าจะพูดถึงคำว่า “ยิปซี” ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเข้ามาในประเทศไทยนานขนาดนั้นแล้วรึเปล่า ถ้าเข้ามานานแล้ว ตำราเล่มนี้คงเป็นเล่มแรกๆของเมืองไทยที่ใช้คำว่ายิปซีในแง่การเป็นหมอดูไพ่ แต่ถ้าเล่มนี้ยังไม่นานนัก ก็คงจะเป็นยุคที่ผมกำลังเที่ยวหาซื้อตำรามาอ่านในสมัยเป็นนักเรียนมัธยมนั่นแหละครับ ส่วนเลข 2512 อาจจะเป็นปีของการเริ่มทำหน้าที่เป็นผู้พิมพ์ผู้โฆษณาประจำโรงพิมพ์ ไม่ใช่ปีที่จัดพิมพ์เล่มนี้ ซึ่งพอมาคิดว่าหนังสือเล่มบาง ราคา 10 บาท ก็น่าจะอยู่ในยุคที่ผมเป็นนักเรียนแล้ว ถ้ายุคก่อนนั้นน่าจะราคาถูกกว่านี้ รึเปล่า? อันนี้ใครที่เกิดทัน หรือมีข้อมูลที่ถูกต้องจะเขียนมาบอกเล่าเก้าสิบก็จะขอบพระคุณมากครับ
คงไม่สามารถจะลอกเนื้อหาตำรามาลงได้ ขอเอารูปมายั่วน้ำลายแทนก็แล้วกันนะครับ
เล่มนี้ออกสไตล์หมอดูไพ่ป๊อกบ้านเรา คือใช้ไพ่ 32 ใบ มีทั้งการเรียงไพ่แบบวงกลม แบบรูปพัด รูปสี่เหลี่ยม และอื่นๆ
ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ การให้ความหมายของไพ่เบอร์เดียวกันที่ออกมาเรียงต่อกัน ซึ่งเขามีความหมายกำกับไว้ครบ ตั้งแต่ไพ่คู่ ไพ่ตอง และไพ่เรียงสี่ใบ เช่น คิงสองใบ คิงสามใบ หรือ คิงสี่ใบเรียงต่อกันมีความหมายว่าอะไร จะมีบอกไว้หมดตั้งแต่คิง ถึง เอซ หรือถ้าคิงออกมาสี่ใบแต่มีไพ่ใบอื่นมาขั้นไว้ไม่ให้เรียงต่อกัน ก็จะให้ความหมายที่เป็นอุปสรรคเล็กน้อย หรือให้ผลไม่เต็มร้อยประมาณนั้น
ที่อาจจะทำให้คุณทึ่งก็คือ ตำราสมัยก่อนมักจะมีวิชาอื่นๆแถมมาให้ด้วย เพราะเขาต้องการให้เอาไปทำนายได้ครอบคลุม เรียกว่าต้องการจะให้ใช้หากินได้เลย เช่นเล่มนี้จะมีเรื่องของ วิชาจับยาม เลขเสี่ยงทาย ที่นั่งเทวดา ตำราบอกข่าวดีร้าย ตำราอัฐกาล บางอย่างหาอ่านได้ในตำราพรหมชาติ บางอย่างก็มีฝอยคำทำนายมาให้แบบไม่หวงวิชา แต่ยังไงก็ตาม การจะฝึกฝนใช้งานเรื่องของการจับยาม และการเสี่ยงทายต่างๆนั้น ถ้าไม่มีอาจารย์สอนโดยตรงคุณอาจจะเข้าไม่ถึงก็ได้เหมือนกัน ของพวกนี้แล้วแต่คนนะครับ บางคนเล่นกับตำรามานานก็พลิกแพลงใช้งานได้แม่นยำ หรือเพียงมีคนแนะนำให้นิดหน่อยก็เดินต่อไปเองได้สบาย แต่บางคนศึกษาเท่าไหร่ก็ตีโจทย์ไม่ออก ต้องพึ่งครูบาอาจารย์ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ ผมเองได้เห็นหมอดูมาหลากหลายรูปแบบ เข้าใจดีว่าการที่ใครเหมาะจะเดินด้วยวิธีไหนนั้น เราไม่สามารถไปตัดสินได้เลย แล้วแต่คนคนนั้นจริงๆ
วันนี้จบแค่นี้ก่อนครับ ไม่ได้คุยกันนาน คุณผู้อ่านยังเป็นคนดีของสังคมไม่เปลี่ยนแปลง แน่ๆเลย ผมมั่นใจนะ…
สวัสดีครับ















คุยกัน