มองไพ่ ทายภาพ

 

วันนี้ผมนำตัวอย่างการใช้ไพ่ทาโรต์ โดยทำนายด้วยรูปภาพ เปรียบเทียบกับการทายตามความหมายพื้นฐานที่จดบันทึกกันมา ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้มีเจตนาจะชี้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะผมเองก็ยอมรับว่ามันดีด้วยกันทั้งสองแบบ ใครชำนาญแบบไหนก็สามารถทายทักได้เหมือนกันครับ แม้คำทำนายบางครั้งอาจไปกันคนละทาง ก็ไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าทางไหนถูกทางไหนผิด ขอเพียงไม่นำพาเจ้าชะตาเข้ารกเข้าพง หากทายแล้วช่วยให้เขาเห็นทางออกของปัญหา ก็นับว่าใช้ได้แล้ว

ตัวอย่างทั้งหมดวันนี้ มาจากไพ่ชุด Navigators Tarot of the Mystic Sea ซึ่งเป็นชุดที่ผมใช้ฝึกฝนดูรูปภาพ พอเริ่มเป็นแล้วก็ได้ใช้งานมันอยู่ช่วงระยะหนึ่ง ทำให้มีเรื่องราวที่พอจะนึกย้อนกลับไปได้บ้าง ลองมาดูกันนะครับ

 

The Tower

ผู้ถามเป็นญาติใกล้ชิดกับนักเขียนท่านหนึ่ง ได้มาถามเกี่ยวกับการส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลด้านวรรณกรรมซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ถามว่าในปีนั้น นักเขียนท่านนั้นจะคว้ารางวัลชนะเลิศได้หรือไม่ เขาหยิบได้ไพ่ The Tower

ความหมายที่ทราบกันโดยทั่วไปของ The Tower คือความล้มเหลว ผิดหวัง ผมจึงทายว่าคงจะไม่ได้รางวัล เขาถามต่อว่า ถ้างั้นใครจะได้รางวัล พร้อมกับมีรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายมาให้พิจารณา ตรงนี้ผมไม่ได้สนใจในรายชื่อเหล่านั้น เพียงแต่มองไปยังภาพบนหน้าไพ่ รู้สึกถึงความแตกแยกท่ามกลางสถานการณ์ร้อนระอุ ผู้หนึ่งโดนล่ามโซ่ติดกับหลัก ประหนึ่งพวกติดยึดกับหลักการบางอย่าง อีกผู้หนึ่งก้มหน้าหลีกลี้ไปตามเส้นทาง คล้ายพวกแสวงหาทางเลือกใหม่ พลันผมสะดุดกับมงกุฏอันหนึ่ง มันตกหล่นอยู่ที่พื้นใกล้กับหมูป่า ผมจึงชี้ให้ผู้ถามมองตามว่า “ดูสิ มงกุฏไปตกใส่หัวหมูซะแล้ว”….

เหมือนผู้ถามจะเข้าใจเรื่องราว แต่ผมยังอธิบายเพิ่มเติม “ผู้ชนะคราวนี้คงจะเป็นม้านอกสายตา ไม่ใช่นักเขียนเก่าที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่ยังไงก็นับว่าเขามีฝีมือพอตัว ผมคิดว่าถึงเขาจะเป็นหมู แต่ก็เป็นหมูเขี้ยวตัน”

ภาพนี้บอกเรื่องราวได้ตรง เพราะผลการประกวดออกมา ผู้ชนะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ ซึ่งปีนั้นความเห็นของคนแวดวงวรรณกรรมขัดแย้งกันพอสมควร บางพวกเห็นด้วย บางพวกก็ไม่เห็นด้วย

 

Hanged Man

 

ผู้ถามรายนี้เป็นเพื่อนของผมเอง ครั้งหนึ่งเขาติดต่อมาเพื่อขอให้ผมตรวจเช็คดวงการงานให้หน่อย เราจึงนัดหมายเจอกัน ณ สถานที่อันสามารถรับประทานอาหารแลเครื่องดื่มได้ พร้อมกับมีมุมอันรโหฐานพอที่จะกางไพ่ดูดวงได้ (จะบรรยายทำไมเนี่ย ฮิฮิ :^) เขาหยิบได้ไพ่ The Hanged Man

ความหมายที่ทราบกันโดยทั่วไปของไพ่ The Hanged Man คือ ชีวิตสะดุด งานติดขัดมีปัญหา บ้างก็เจาะจงว่าถ้าถามถึงงานก็มีโอกาสเปลี่ยนงาน หรือกำลังตกงาน

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้สนใจความหมายเหล่านั้นมากไปกว่ารูปภาพที่เห็น ผมเห็นคนในภาพแม้ถูกแขวน แต่ก็พยายามดำดิ่งลงไปใต้ท้องน้ำเพื่อเก็บหอยมุก ผมจึงบอกเพื่อนว่า ช่วงนี้ขอให้อดทนอีกสักหน่อย ความพยายามของเขาจะนำมาซึ่งความสำเร็จในอาชีพการงาน เขาบอกว่าหลังจากล้มเลิกอาชีพเดิมไปแล้ว ตอนนี้กำลังจะเริ่มงานใหม่ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ผมเห็นภาพคนดำน้ำ จึงถามเขาว่าเป็นอาชีพเกี่ยวกับน้ำ หรือต้องทำงานใกล้แหล่งน้ำหรือไม่ เขาถึงกับหัวเราะร่วน เฉลยว่ากำลังจะเป็นครูสอนดำน้ำ ตอนนี้กำลังสอบเอาใบรับรอง ถ้าสอบได้ก็จะได้เป็นครูผู้ช่วยอีกระยะหนึ่ง แล้วค่อยๆเก็บชั่วโมงบิน (ชั่วโมงดำน้ำ) ไปเรื่อยๆเพื่อไต่เต้าไปตามลำดับ

ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน รูปภาพมันตรงซะขนาดนั้น เพื่อนผมกำลังจะเป็นนักดำน้ำ… ปกติแม้ผมจะทายไพ่ด้วยการดูรูปภาพ แต่ก็ไม่คิดจะแปลภาพแบบเถรตรงอย่างนั้น แต่คุณเชื่อเถอะว่า มีบ่อยที่ภาพมันบอกเราดื้อๆ แบบเว้ากันซื่อๆเลย

จากวันนั้น เพื่อนผมพยายามจนประสบความสำเร็จ เขาได้กลายเป็นครูสอนดำน้ำ คอยเป็นไกด์นำนักประดาน้ำทั้งชาวไทยและต่างประเทศแหวกว่ายในทะเลอันดามันตราบจนทุกวันนี้

 

 Three of Pentacles 

รายนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ เธอมาดูดวงชะตาทั่วไปแล้วหยิบได้ไพ่ Three of Pentacles

ความหมายที่ทราบกันโดยทั่วไปของไพ่ Three of Pentacles คือ การทำงาน บ้างก็ระบุไปเลยว่าทำงานหาเงิน มีงานจ็อบเสริมรายได้ หรือร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม แต่บางคนเน้นหนักไปที่เรื่องเงินเพียวๆ เพราะเห็นเป็นไพ่เหรียญ เช่นว่าจะมีโชคด้านการเงิน

แต่สำหรับกรณีนี้ ผมไม่ได้สนใจความหมาย หากมองเห็นรูปภาพคนกำลังขมักเขม้นนั่งพิมพ์งานดึกๆดื่นๆ (ผมรู้สึกยังงั้น) มองลงไปใต้โต๊ะก็เห็นมีกองหนังสือ ทำให้นึกถึงตำราหรือแหล่งข้อมูลค้นคว้าอะไรประมาณนั้น ผมจึงทักว่า ช่วงนี้คุณตั้งใจทำงานบางอย่างที่ต้องค้นคว้าข้อมูลใช่หรือไม่ เธอตอบว่า ตอนนี้กำลังเร่งงานวิจัยระดับปริญญาโท อยากถามว่างานนี้จะสำเร็จด้วยดีหรือไม่ ผมก้มมองภาพอีกครั้ง รู้สึกถึงความตั้งอกตั้งใจของคนในภาพ เขาตั้งใจจริงๆนะ แล้วก็ไม่เห็นเหตุแห่งความล้มเหลวใดๆปรากฏด้วย ผมจึงทายว่า เธอจะทำสำเร็จ ไม่ต้องห่วง

ผลออกมาตรงตามคำทำนาย งานวิจัยของเธอผ่านฉลุย ไม่มีปัญหาอะไรเลย ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า เป็นเพราะดวงชะตาฟ้ากำหนดชีวิตเธอเอาไว้ หรือเพราะคำทำนายของผมช่วยกระตุ้นความมุ่งมั่นให้เธอ หรือเพราะเธอมุ่งมั่นอยู่แล้ว ผมเพียงแต่เห็นได้จากรูปภาพแล้วก็ทายไปตรงๆ… เรื่องของการทำนายและผลที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นสิ่งลี้ลับน่าค้นหาอยู่เสมอ ขอเพียงคุณค่อยๆคิด ค่อยๆมองให้รอบด้าน อย่าด่วนสรุปเพียงกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อนก็แล้วกันนะครับ

อ้อ… เผื่อใครชอบทายไพ่ Three of Pentacles เกี่ยวกับเงินๆทองๆ เผอิญงานวิจัยของเธอมันเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ จริงด้วยครับ เธอเรียนมาทางด้านการเงินน่ะ

 

Queen of Cups

รายสุดท้ายมาถามถึงลูกชายวัยยังไม่พ้นสิบขวบ ซึ่งมีโรคประจำตัวบางอย่าง และขณะนั้นอาการได้กำเริบขึ้นจนต้องส่งโรงพยาบาล คนเป็นแม่หยิบได้ไพ่ Queen of Cups

อันที่จริงมีไพ่ใบอื่นๆที่บ่งบอกปัญหาสุขภาพของลูกด้วย แต่ผมจะไม่นำมาพูดถึง จะขอพูดเฉพาะไพ่ Queen of Cups ซึ่งความหมายอย่างหนึ่งที่ทราบกันโดยทั่วไปคือ เป็นไพ่เกี่ยวกับความเป็นแม่ หากจะทายว่าเธอมีสัญชาตญาณของผู้เป็นแม่สูง มีความรักและห่วงใยลูกอย่างเหลือล้นก็คงจะทายไม่ผิด และย่อมโดนใจเธออย่างแน่นอน

แต่ในครั้งนี้ผมเกิดมองไปที่ลำแสงจากดวงจันทร์ ส่องกระทบแก้วใบใหญ่ในมือของราชินี แล้วสะท้อนลงผิวน้ำ ผมดันไพล่ไปนึกถึงการส่งสารทางโทรจิต แล้วก็ดันอธิบายไปว่า “แสงตกกระทบในภาพนี้คือ สื่อทางใจระหว่างแม่กับลูก แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่คุณจะรู้สึกได้ยามที่ลูกป่วย”

เธอรีบเล่าทันที นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกล้มฟุ้บ ตอนนั้นลูกอยู่ที่บ้าน ส่วนเธออยู่ที่ทำงาน จู่ๆเธอรู้สึกใจคอไม่ดีก็เลยโทรกลับไปหาคนที่บ้าน ปรากฏว่าเขากำลังจะพาลูกไปโรงพยาบาลกันพอดี…

นี่เป็นบางตัวอย่างที่อยากเอามาแชร์กันในวันนี้ครับ ถึงคุณจะเป็นหมอดูไพ่แบบจำความหมาย หรือแบบดูรูปภาพก็ตาม ผมเชื่อว่าคุณทุกคนย่อมจะมีช่วงเวลาที่ได้สื่อเรื่องราวจากรายละเอียดของภาพ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ถ้าเป็นไปได้อยากให้มาแชร์ประสบการณ์กันครับ จะเขียนโพสต์ไว้ในนี้ หรือจะอีเมลมาถึงผมก่อนก็ได้ที่ jitpan@hotmail.com เพื่อผมจะได้นำมันมาแบ่งปันให้คนอื่นต่อไป

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 6, 2009 at 6:36 am ความเห็น (10)

ไพ่ใบสุดท้ายของไมเคิล

 

เมื่อรู้ข่าว ไมเคิล แจ็คสัน ลาโลกไปอย่างกระทันหัน วันที่ 25 มิถุนายน 2552 ผมเข้าเว็บไซต์ www.facade.com ซึ่งเป็นเว็บที่จะมีการหยิบไพ่รายวันให้กับคนดังๆมากมายทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ ศิลปิน ฯลฯ จำได้ว่ามีรายชื่อของ ไมเคิล แจ็คสัน รวมอยู่ด้วย เลยอยากจะเช็คดูว่าในวันนั้น เขาหยิบไพ่อะไรให้ ไมเคิล

ปรากฏว่าวันนั้นเขาใช้ไพ่ชุด The Voodoo Tarot of New Orleans เลือกไพ่จำนวน 10 ใบ วางแบบ The Hagall ซึ่งเป็นรูปแบบที่เน้นการเดินทางของจิตวิญญาณเป็นหลัก (เขาว่างั้น) โดยใบแรกวางไว้ตรงกลาง ส่วนอีก 6 ใบเรียงเป็นวงกลมล้อมรอบ และอีก 3 ใบเรียงเป็นแนวนอนอยู่ด้านล่างของวงกลม

ไพ่ของ ไมเคิล แจ็คสัน ในวันสิ้นลมมีอย่างนี้ครับ 1.เจ็ดเหรียญ, 2. หกดาบ, 3.ไพ่เด็กถือถ้วย (กลับหัว), 4.เดอะ ซัน (กลับหัว), 5.สามถ้วย (กลับถ้วย), 6.สิบถ้วย (กลับหัว), 7.สามเหรียญ (กลับหัว), 8.เก้าไม้เท้า (กลับหัว), 9.สิบเหรียญ, 10.จัสเม้นท์ (กลับหัว)  

ผมคงไม่สรุปว่าไพ่เซตนี้เป็นยังไง แต่จะตั้งข้อสังเกตในหลายแง่มุมให้ผู้ศึกษาได้นำไปคิดกันต่อนะครับ

ไพ่ชุดนี้ไม่ได้หยิบโดยตัว ไมเคิล แจ็คสัน เอง แต่หยิบโดยเว็บไซต์ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจอีกว่าตัวทาโรต์รีดเดอร์เป็นผู้หยิบ หรือเขาใช้โปรแกรมแรนดอมตั้งค่าเอาไว้ให้เลือกไพ่แบบอัตโนมัติ ซึ่งมันจะสุ่มเลือกชุดไพ่ และรูปแบบการวางไพ่ เปลี่ยนไปทุกๆวัน ตรงจุดนี้จะมีผลต่อความแม่นยำมากน้อยแค่ไหน จากการที่เจ้าตัวไม่ได้หยิบไพ่เอง จากการที่หมอดูเป็นคนหยิบให้ หรือจากการที่ใช้คอมพิวเตอร์สุ่มหยิบ

จะเห็นว่าไพ่ 10 ใบที่หยิบได้ ไม่มีไพ่เตือนภัยตรงๆ เช่น ไพ่ Death, The Tower, Ten of Swords ฯลฯ แต่มีใบอื่นๆที่สามารถแปลได้ตรงกับเรื่องราวอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความตายชัดเจน อาจจะมีใบที่พูดถึงสุขภาพความเจ็บป่วยอยู่ด้วย ดูแล้วก็น่าสนใจดี ซึ่งผมจะแปลความหมายให้ดูกันต่อไป นอกจากนี้ ไพ่ทั้ง 10 ใบ พบว่ามีอยู่ถึง 7 ใบที่เป็นไพ่กลับหัว ก็น่าแปลกไปอีกอย่างหนึ่ง คำถามมีอยู่ว่า เมื่อคนจะตาย ไพ่จะเตือนเสมอไปหรือไม่ ไพ่จะเตือนด้วยวิธีไหน อันนี้ผมไม่รู้นะครับ แค่ตั้งข้อสังเกตให้คิดกันต่อไป

พูดถึงไพ่ 10 ใบในชุด Voodoo Tarot เว็บไซต์ได้ให้ความหมายไพ่มาแบบธรรมดา คือ ไม่ว่าจะใช้ไพ่ชุดไหนก็ตาม เขาก็จะมีคำแปลแบบพื้นฐานเหมือนกันหมด ทำให้อาจจะไม่เข้ากันกับรูปภาพซะทีเดียว บางครั้งรู้สึกว่าหน้าไพ่มันตรงกับเรื่องราวหนึ่ง แต่คำแปลของเว็บไซต์ก็ไปตรงกับอีกเรื่องหนึ่ง คือต่างก็ตรงด้วยกันทั้งคู่แต่เป็นคนละเรื่องว่ายังงั้น และเนื่องจาก Voodoo Tarot เป็นชุดที่อ้างอิงกับลัทธิวูดู ทำให้ผมต้องค้นความหมายมาเพิ่มเพื่อให้ผู้ศึกษาได้เข้าใจภาพบนหน้าไพ่ว่าหมายถึงอะไรกันแน่ และเมื่อเข้าใจรูปภาพแล้ว จะสามารถโยงไปถึงชีวิตของ ไมเคิล แจ็คสัน ได้หรือไม่ อันนี้ฝากให้ผู้ศึกษาได้ตีความกันด้วยตัวเอง ส่วนที่ผมค้นมาเพิ่มนั้นจะใช้เป็นตัวพิมพ์สีแดงนะครับ ที่ขีดเส้นใต้จะเป็นคำทำนายของเว็บไซต์ ส่วนรูปไพ่ผมจะวางหัวตั้งทุกใบเพื่อให้พิจารณาภาพกันได้ชัดๆ

 
ใบแรกอยู่ตรงกลางวงกลม หมายถึงแก่นของเรื่อง ได้ไพ่ Oshun (ไพ่ 7 เหรียญ)

1

สำหรับ Oshun เป็นเทพีแห่งความรักความสนิทสนม ความงดงาม มีทรัพย์สมบัติ มีชั้นเชิงทางการฑูต เธอมีจิตใจดี เมตตากรุณา เป็นหนึ่งในมเหสีของ Shango เทพเจ้าสายฟ้า ซึ่ง Shango หลงรักเธอมากกว่าเมียรายอื่นๆ เพราะเธอมีฝีมือในการทำอาหาร

แต่ดูเหมือนว่าทางเว็บไซต์จะแปลไพ่ตามความหมายของไพ่ 7 เหรียญมากกว่า คือการหยุดเพื่อตรวจเช็คการทำงาน กำลังตัดสินใจเกี่ยวกับการเงินที่ยากลำบาก การฝึกฝนด้วยความอุตสาหะพยายาม ประเมินสถานการณ์การทำงานและทางเลือกต่างๆในอนาคต

แสดงว่าแนวโน้มของคำทำนาย มุ่งไปที่การทำงานของ ไมเคิล ซึ่งกำลังเตรียมตัวเล่นคอนเสิร์ต มีข่าวว่าเขาฝึกซ้อมอย่างหนักสำหรับการแสดง 50 รอบที่ขายบัตรหมดเกลี้ยง และเจ้าตัวก็คาดหวังจะปูทางกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง รวมไปถึงเรื่องปัญหาการเงินที่รู้อยู่ว่าเขาเป็นหนี้นับพันล้านดอลลาร์

ใบที่สองอยู่ล่างสุดของวงกลม หมายถึงบางสิ่งที่ได้ทำลงไปอันนำมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน ได้ไพ่ Legba (ไพ่ 6 ดาบ)

2

Legba มีความเชี่ยวชาญหลายอย่าง ทั้งเป็นนักภาษาศาสตร์ นักมายากล นักรบ เป็นผู้ทำนายโชคชะตา และเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับจิตวิญญาณ คงจะหมายถึงหมอผีประจำเผ่าว่าอย่างนั้นเถอะ

แต่แปลตามไพ่ 6 ดาบ ได้ว่า เชื่อมั่นในสติปัญญา ปรีชาญาณ และออกเดินทางไปสู่สิ่งลึกลับ (สิ่งที่ไม่รู้จัก) ละทิ้งสถานการณ์ที่ไม่สามารถปกป้องเอาไว้ได้เพื่อออกสำรวจเส้นทางใหม่ ผ่านพ้นความยุ่งยากและก้าวไปสู่การแก้ไขปัญหา หนทางในการฟื้นฟู การเดินทางและการแสวงหา

ใบที่สามอยู่ด้านล่างซ้ายของวงกลม หมายถึงความเชื่อ ความประทับใจ หรือความคาดหวัง ได้ไพ่ Congo Hounsis กลับหัว (ไพ่เด็กถือถ้วย)

3

Congo หมายถึงถ้วย ส่วน Hounsis ประมาณว่าเจ้าหญิง ซึ่งเทียบได้ตรงตัวกับไพ่ Princess of Cups หรือไพ่เด็กถือถ้วยนั่นเอง  

เมื่อไพ่ Congo Hounsis กลับหัว แปลว่า ความสัมพันธ์ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันนั้นเป็นแค่เรื่องไม่ประสีประสาไร้สาระ การฝันเฟื่องจนหลุดจากโลกแห่งความเป็นจริง หงุดหงิด เศร้าสร้อย หลีกหนีจากสังคม ถูกหลอกลวงให้ทำธุรกิจ

ใบที่สี่อยู่ด้านล่างขวาของวงกลม หมายถึงผลลัพธ์ที่มีต่อสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ไพ่ Gros Bon Ange กลับหัว (ไพ่ เดอะ ซัน)

4

วูดู เชื่อว่ามีพระเจ้าหนึ่งเดียวผู้สร้างจักรวาล แต่ว่าพระองค์อยู่ห่างไกลเกินกว่าที่มนุษย์จะติดต่อได้ ดังนั้นชาววูดูจึงสักการะดวงวิญญาณต่างๆเพื่อให้ช่วยนำทางชีวิต ไม่ว่าจะเป็นดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ สัตว์ พลังธรรมชาติ วิญญาณฝ่ายดีและฝ่ายชั่วร้าย ชาววูดูมีพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของญาติหลังจากตายไปครบ 1 ปี กับอีก 1 วัน เขาเชื่อว่าดวงวิญญาณมนุษย์แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ti bon ange (เทวดาเล็ก) และ gros bon ange (เทวดาใหญ่) สำหรับ gros bon ange นั้นเป็นองค์หลักของพลังชีวิตซึ่งจะกลับคืนสู่จักรวาลเมื่อมนุษย์จบชีวิตลง และเพื่อให้แน่ใจว่า ti bon ange จะได้พักอย่างสงบสุขด้วย gros bon ange จึงต้องถูกเรียกกลับมาผ่านพิธีบูชายันต์ด้วยสัตว์ใหญ่ๆอย่างเช่น วัว เพื่อทำให้ ti bon ange ได้รับความพอใจ หากว่า ti bon ange ไม่ได้รับเครื่องสังเวย และไม่ได้ถูกส่งไปพักอย่างสงบ ดวงวิญญาณนั้นจะวนเวียนอยู่บนโลกตลอดกาล และนำมาซึ่งความเจ็บป่วย หรือหายนะอื่นๆ

เมื่อไพ่ Gros Bon Ange กลับหัว แปลว่า ความโดดเดี่ยวและความไม่แน่นอน ความอบอุ่นกำลังผ่านไปพร้อมกับแสงแห่งสนธยา หวนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ความสงบสุขโดยปราศจากการระแวดระวัง

ใบที่ห้าอยู่ด้านซ้ายบนของวงกลม หมายถึงความทรงจำในอดีต หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ซึ่งตำแหน่งนี้ได้ไพ่ Manman Brigitte กลับหัว (ไพ่ 3 ถ้วย)

5

Manman Brigitte คือภรรยาของ Baron Samedi ทั้งคู่คล้ายๆเป็นเทพแห่งความตาย สำหรับ Manman Brigitte นั้นชอบดื่มพริกไทย มีวาจาหยาบคาย มักมีการใช้ ไก่ตัวผู้สีดำ เป็นสัญลักษณ์แทนตัวเธอและสามี ชาววูดูจะสลักสัญลักณ์ของเธอไว้ที่หินเหนือหลุมฝังศพ

เมื่อไพ่ Manman Brigitte หัวกลับ แปลว่า ความเหลือล้นใกล้จะจบสิ้นลง ประสบความสำเร็จแต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับความสุข มีความสุขทางกามแต่ปราศจากความรัก อาจหมายถึงปัญหาการบอกเลิกสัญญา ถอนตัวก่อนกำหนด หรือประกาศชัยชนะก่อนจะรู้ผลแน่ชัด

ใบที่หกอยู่บนสุดของวงกลม หมายถึงการเสี่ยงและกล้าเผชิญความท้าทายกับสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ไพ่ Gran Bois กลับหัว (ไพ่ 10 ถ้วย)

6 
 
Gran Bois เป็นต้นไม้ยักษ์ หรือผู้ปกครอง “ป่าศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะใต้น้ำ” ซึ่งถือเป็นบ้านของเหล่าดวงวิญญาณ วิญญาณของผู้ตายใหม่ๆจะเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้น ชาววูดูเชื่อว่า Gran Bois เป็นผู้คุ้มครองสัตว์ป่า ผู้รู้ความลับของยาสมุนไพร และคุณวิเศษที่ซ่อนอยู่ในสมุนไพรทั้งหลาย เทียบได้กับ เซนต์ เซบาสเตียน และ เซนต์ คริสโตเฟอร์ ในศาสนาคริสต์ นิกายแคธอลิค Gran Bois เป็นเทพที่น่ารัก มีอารมณ์ขัน และคอยให้คำปรึกษา

เมื่อไพ่ Gran Bois กลับหัว แปลว่า ความหมดเปลือง สำมะเลเทเมา และเฉื่อยชา ไม่เห็นคุณค่าของความโชคดี มีปัญหาในบ้านและในสังคม รักล้มเหลว หรือเกิดความลุ่มหลง นำไปสู่ความรู้สึกขาดความพอใจ

ใบที่เจ็ดอยู่ด้านบนขวา การเปลี่ยนแปลงของสภาวะจิต และวิธีพัฒนาการเรียนรู้ ได้ไพ่ Oya กลับหัว (ไพ่ 3 เหรียญ)

7

Oya เป็นเทพีแห่งแม่น้ำไนเจอร์ ที่มาปรากฏในหลายภาค ทั้งเทพีนักรบแห่งสายลม, สายฟ้า, ความอุดมสมบูรณ์, ไฟ และเวทมนต์ เธอเป็นผู้ปกป้องโลกบาดาล มีพลังอำนาจสามารถอุบัติเฮอร์ริเคน และทอร์นาโด (พายุทอร์นาโดจะเกิดขึ้นเมื่อเธอสะบัดชายกระโปร่งขณะเต้นรำ) ส่วนสายฟ้าฟาดเธอได้มาจากสวามี Shango เทพเจ้าสายฟ้านั่นแหละ นอกจากนี้เธอยังทำให้เกิดแผ่นดินไหว และการทำลายล้างอีกหลายรูปแบบ นอกเหนือจากความพินาศ Oya ยังเป็นเทพีแห่งการเปลี่ยนแปลง และมักจะนำมาซึ่งความยุ่งเหยิง สถานที่ที่เธอชอบไปคือแถวๆตลาด และที่ชอบเป็นพิเศษคือบริเวณประตูสุสาน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าโลกบาดาลนั่นเอง ตำนานว่าเธอสามารถแปลงร่างเป็นควายได้ และโปรดปรานมะเขือม่วงเอามากๆ

เมื่อไพ่ Oya กลับหัว แปลว่า ความล่าช้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจ, การติดต่อค้าขาย หรือการจ้างงาน ทำงานหยาบๆ ไม่ใส่ใจในรายละเอียด ท้อถอยหรือใช้ความสามารถได้ไม่เต็มศักยภาพ ถูกผูกมัดด้วยสัญญา หรือไม่สามารถผสานความฝันอันวิจิตรกับความเป็นจริงได้

ใบที่แปดอยู่แถวล่างด้านซ้าย หมายถึงบุคคล หรือคุณลักษณะที่จะสนับสนุนการเดินหน้าของจิต ได้ไพ่ Masa La Flambeau กลับหัว (ไพ่ 9 ไม้เท้า)

8

Masa = 9,  Flambeau = คบเพลิง รวมกันแล้ว Masa La Flambeau ก็เทียบได้กับ Nine of Wands นั่นเอง

เมื่อไพ่ Masa La Flambeau กลับหัว แปลว่า ความชักช้าในการเตรียมรับมือกับภัยที่กำลังจะมาถึง มีความพยายามประนีประนอมจากผู้ที่ทรยศหรือผู้ที่บ่อนทำลาย ทำให้ลี้พลแตกกระเจิงก่อนจะเข้าประจันบาน ล้มป่วยและสูญเสียความตั้งใจ

ใบที่เก้าอยู่ตรงกลางแถวล่าง หมายถึงลักษณะที่เจ้าชะตาแสดงออกมาในสถานการณ์นี้ ได้ไพ่ Ochosi (ไพ่ 10 เหรียญ)

9

Ochosi เป็นตัวแทนของพลังธรรมชาติ และความเที่ยงธรรม เขาเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม เป็นผู้ช่วยเหลือนายพราน, นักโทษ และผู้ที่ตกเป็นจำเลย Ochosi เป็นทั้งนักมายากลผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทำนายโชคชะตา ไปจนถึงเป็นนักรบ นักล่า และคนหาปลา เขาเป็นสัญลักษณ์ของความสมดุล, การพิพากษา และเหตุผล สีของ Ochosi คือสีน้ำเงินกับส้ม หรือสีน้ำเงินกับเหลือง มีเลขประจำคือ 3 และ 7 สัญลักษณ์แห่งพลังของเขาคือ คันธนูและลูกศร เขามีรูปลักษณ์ที่งดงาม และเป็นพรานป่าที่มีอาภรณ์เป็นหนังสัตว์

ไพ่ Ochosi แปลว่า ความสมบูรณ์ทางวัตถุ ความร่ำรวย เป็นอิสระจากความกังวลด้านการเงิน มีบ้านที่ปลอดภัยและครอบครัวที่เป็นสุข ส่งต่อมรดกไปยังลูกหลาน หรือได้รับมรดกจากพ่อแม่

ใบที่สิบอยู่แถวล่างด้านขวา หมายถึงบุคคล หรือลักษณะที่จะเผยความรู้ในจิตวิญญาณ ได้ไพ่ Ancestors กลับหัว (ไพ่ Judgment)

10

Ancestors คือบรรพบุรุษ ซึ่งชาววูดูเคารพสักการะและมีพิธีบวงสรวงเพื่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษอยู่เป็นประจำ

เมื่อไพ่ Ancestors กลับหัว แปลว่า ความชักช้า ผลัดวันประกันพรุ่ง ความไม่แน่ใจ ไร้ความสามารถที่จะนำพาเรื่องราวไปสู่จุดสิ้นสุดได้

 

August 1958-June 2009

ไพ่ทาโรต์สามารถใช้ได้ทั้งการส่องดูภายนอก และภายในตัวเรา การส่องออกไปดูชีวิตจิตใจคนอื่น ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจและท้าทายของใครหลายคน สำหรับผมแล้วการถามไพ่เรื่องอะไรก็ตาม ชอบที่จะเชื่อมโยงมาสู่ตัวเรามากกว่า เพราะเรื่องของคนอื่นจะสำคัญอะไร ถ้าไม่มีผลกระทบถึงตัวของเรา ดังนั้นการจากไปของ ไมเคิล แจ็คสัน ผมจึงตั้งคำถามกับทาโรต์ว่า “เราจะนำเรื่องราวของ ไมเคิล แจ็คสัน มาพัฒนาตัวเองอย่างไร?”

หยิบได้ไพ่ Ace of Cups หากเทียบกับชุด Voodoo Tarot เท่ากับไพ่ Ayida Wedo

Ace of Cups
 

 

Ayida Wedo เป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์, สายรุ้ง และ งู เธอคือตัวแทนของพลังแห่งท้องฟ้าที่มีสายรุ้งเป็นสัญลักษณ์ Ayida Wedo มีหน้าที่พิทักษ์จักรวาล และคอยอำนวยอวยพรให้แก่คนทั้งหลาย คู่ของเธอคือ Dambala

มีเรื่องเล่าว่า ในอดีตกาล Dambala พญางูใหญ่ เป็นผู้สร้างโลก จากการขดลำตัวเป็นจำนวน 7,000 ขด ทำเป็นดวงดาวและดาวเคราะห์บนสรวงสวรรค์ พร้อมกับปั้นเป็นภูเขาและเนินต่างๆบนพื้นดิน จากนั้นใช้สายฟ้าหลอมโลหะสร้างศิลาศักดิ์สิทธิ์และก้อนหิน เมื่อ Dambala ลอกคราบก็ได้กลายเป็นลำน้ำสายต่างๆ กระทั่งเมื่อแสงตะวันสาดส่องทะลุม่านหมอกกระทบถึงพันธุ์พืชและต้นไม้ จึงได้บังเกิดเป็นสายรุ้ง นามว่า Ayida Wedo

Dambala หลงรักเธอและรับเธอเป็นภรรยา ทั้งสองจึงครองคู่กันตราบนั้นเป็นต้นมา…

ไพ่ใบนี้อาจหมายถึงการสรรค์สร้างสิ่งดีๆ ชีวิตของ ไมเคิล มีมากมายหลายแง่มุมอยู่ที่ใครจะเลือกมอง สำหรับผมขอมองแต่สิ่งดีๆที่เขาได้จุดประกายเอาไว้ให้แก่โลก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีต่อไปครับ

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 30, 2009 at 12:50 am ความเห็น (6)

ศิลปะตัวแม่

กลับมาทักทายตามสัญญาครับ… ^^

รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ต้องสัญญิง สัญญา เพราะไม่งั้นก็จะแวบหายไปเฉยๆ ปล่อยให้คนอ่านต้องรอคอย (รึเปล่า)

สองสามสัปดาห์นี้ผมมีความสุขดี บางวันดูเหมือนจะสุขมากเป็นพิเศษเสียด้วยซ้ำ มูลเหตุของความสุขก็ไม่มีอะไรมาก คือรู้สึกพอใจในชีวิต พอใจกับทุกสิ่งที่กำลังเข้ามา ใครที่กำลังพอใจชีวิตตัวเองอยู่คงจะเข้าใจผมได้ดี หรือถ้าเป็นพวกทาโรต์รีดเดอร์ อยากรู้ว่าอารมณ์พอใจที่ว่านั้นเป็นยังไง ให้ดูไพ่ 9 เหรียญ ผสมกับ 9 ถ้วยครับ

ninth cards

บุคคลในภาพ มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมี ไม่เกี่ยวกับใครอื่นมาทำให้เขาสุข เพราะเขาสุขได้ด้วยตัวเอง ส่วนปริมาณเหรียญหรือถ้วยนั้น หาใช่สำหรับวัดความมั่งมีเพียงอย่างเดียวไม่ แต่มันยังใช้วัดระดับความ “พอใจ” ของแต่ละคนด้วย (สอนไพ่ไปในตัว :^)

อืม… ช่วงนี้รู้สึกตัวเองเหมือน “อาร์ตตัวแม่” อยู่หน่อยๆนะ แต่เป็นความหมายที่คงต้องอธิบาย เพราะไม่เกี่ยวกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เอาแต่ใจ อย่างที่ผู้คนกำลังนิยมนำมาเปรียบเปรยกัน

วันก่อนไปนั่งรับประทานที่บ้านเพื่อนสนิท ได้ดูแผ่นคอนเสิร์ตทั้ง Jazz , Blues ฯลฯ ของศิลปินต่างประเทศ ซึ่งก็เหมือนเคยๆ ผมดูแล้วก็อดพูดไม่ได้ เรื่องที่ว่า นักดนตรีต่างประเทศอย่างอเมริกา หรือฝั่งยุโรปก็ดี ทำไมไม่เห็นเขาต้องเซอร์ ต้องอาร์ต ต้องแสดงตัวตน(แปลกแยก)กันมากมาย ผมหมายถึงเขาดูเหมือนคนธรรมดามาก แม้ฝีไม้ลายมือเขาจะเก่งขนาดนั้น ของเขาภาคทฤษฎีเต็มร้อย ภาคปฏิบัติวัดระดับไม่ได้ (สูงมาก) เขาก็ยังทำงานของตัวเองในฐานะผู้เล่นแบ็คอัพ อาจจะยืนเล่นเบส ดีดกีต้าร์ เคาะเพอร์คัสชั่น ฯลฯ ผู้ชมจะรู้สึกเคารพในตัวพวกเขาจากสิ่งที่พวกเขาบรรเลงออกมา เขาไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนอะไรมาก คือคนจะฟังที่ซาวด์กันจริงๆ ฟังกันชัดๆ มันไพเราะ ไม่ไพเราะ วัดกันตรงนั้น

ผิดกับนักดนตรีเมืองไทย ที่พบเห็นบ่อยคือ ทฤษฎีสัก 50-60 เปอร์เซนต์ ปฏิบัติพอจะคล่องมือขึ้นมาบ้าง แค่นั้นก็อาร์ตซะไม่มี (แหม มันนิยามลำบากจริงๆ คำว่า อาร์ต เนี่ย) ผมหมายถึงลุคที่เรามองเห็นได้ ไม่เกี่ยวกับลีลาการขยับท่าทางบนเวทีนะครับ รู้สึกว่าของเมืองนอกเขาดูเป็น “นักดนตรี” กันจังเลย มันได้อารมณ์นั้นจริงๆ แบบว่า นักดนตรีเป็นอาชีพที่พวกเขาจะทำไปจนวันตายอย่างแน่นอน แต่ดูๆของบ้านเราคือไม่ได้พยายามจะเป็นนักดนตรี และดูไม่เหมือนด้วยซ้ำ แต่พยายามจะเป็น “ศิลปิน” ซะมากกว่า อย่างนี้แหละน่าจะใช้คำว่า “อาร์ตตัวแม่”

วกมาเรื่องของผมช่วงนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนอาร์ตตัวแม่อยู่นิดๆ ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอกครับ ก็เรื่องหมอดูนั่นแหละ รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักพยากรณ์ที่แปลกแยกจากคนอื่นไปหน่อย และมีข้อแม้เยอะอยู่เหมือนกันในการจะดูดวง บางครั้งทำให้ละเลยที่จะเรียนรู้จากคนอื่น หรือไม่ค่อยให้การยอมรับคนอื่นอยู่เหมือนกันนะ ผมชอบให้เหตุผลกับตัวเองว่า พวกเขาทำในสิ่งที่เราได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว และตอนนี้เรากำลังแสวงหาอะไรใหม่ๆอยู่… ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหาเจอได้เมื่อไหร่นะครับ

หลายสิ่งหลายอย่างผมเคยผ่านมาแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจะต้องขยายผลเป็นจุดขายอย่างที่ทำกันทุกวันนี้ เป็นต้นว่า ทายทักเรื่องกรรมเรื่องอดีตชาติให้ลูกค้าเชื่อเป็นตุเป็นตะ รู้ผีรู้วิญญาณ บอกได้บ้านนั้นบ้านนี้มีวิญญาณชนิดไหนอาศัยอยู่ โดยนำเอาวิธีทายนิสัยใจคอลูกค้ามาช่วยสร้างความเชื่อถือ หรือพูดไปพูดมาก็แนะให้ทำบุญเยอะๆ กตัญญูต่อพ่อแม่ ดูเป็นหมอที่น่านับถือกันไป ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ทำมาเยอะ หรือมีวิธีแก้เคล็ดโน่นนี่มากมายที่ผมคิดได้เอง หลายปีต่อมาเพิ่งเห็นเขามาเขียนตำราขายกัน หรือบอกให้ไปไหว้พระองค์นั้นองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคลดีนักแล ผมก็ทำมานาน อย่างพระแก้วมรกต พระพุทธโสธร ฯลฯ ผมเห็นเขาเขียนเป็นหนังสือแนะให้ไปไหว้เลยนะ บอกว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ความจริงคนก็ไปไหว้กันร่วมร้อยปีเห็นจะได้ คือเขารู้กันนานแล้วว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องบอกก็ได้ บางคนทำเป็นสูตรลำดับการไหว้ไว้เลย บ้างก็จัดเป็นทัวร์ มีหมอดูเป็นไกด์นำเที่ยว ที่เด็ดสุดๆ ทำไมผมไม่คิดได้ก่อนก็ไม่รู้ คือ วิธีแก้เคล็ดแบบเอาสติ๊กเกอร์ “รถคันนี้สีขาว” ไปติดรถสีแดง อะไรเทือกนั้น ของเขาฉลาดจริงๆ ใครคิดเนี่ย ^^

โอ๊ะ เขียนซะเพลินเลย…

อย่างที่บอกแหละครับ ทำไปทำมาจะกลายเป็นว่า ผมเองทฤษฎีสัก 50-60 ปฏิบัติพอจะทายทักได้ ก็อาร์ตซะแล้ว

 

ป.ล. มีคน forward mail มาให้ ไม่รู้คุณได้ดูรึยัง ผมว่าน่าจะแก้เคล็ดคนดวงตกได้เหมือนกันนะ…”ล้มก็ลุกสิครับ”

http://www.youtube.com/watch?v=DA9Gw8r_bn0

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 26, 2009 at 6:45 am ความเห็น (3)

ดวงรายวัน

flower

นั่งทำงานอยู่ น้องปลา โทรเข้ามือถือ…

“หมอ หมอ ดูดวงให้หน่อยสิ วันนี้ไม่รู้เป็นงัย โดนเจ้านายด่าทั้งวัน”

ผมคอหนีบมือถือ พิมพ์งาน พลางออกคำพยากรณ์… “ดวงวันนี้ไม่ดี อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย”…

“นี่ดูแล้วเหรอ”

“อื้ม… ดวงรายวัน”

“แล้วงัยอีก”

“แค่นี้แหละ”

“อะไร ทำไมน้อยจัง แล้วพรุ่งนี้ล่ะ”

“ดวงรายวัน ดูให้เป็นวันๆไป ของพรุ่งนี้ค่อยโทรมาถามใหม่ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีอะไรคุย”

“มีงี้ด้วย อิ อิ อิ” (เธอเริ่มอารมณ์ดี) “ดูอีกสิ พรุ่งนี้เป็นไงอีก เป็นหมอประสาอะไรเนี่ย”

“พรุ่งนี้เหรอ… จะมีญาติโทรมาหา”

“แล้วงัย”

“ก็แค่นั้นแหละ ดวงของพรุ่งนี้ จะมีญาติโทรมาหา ถ้าไม่โทรให้เตะเลย เอ้า”

คุยกันอีกสักพัก เห็นว่าผมยุ่งเธอเลยวางสายไป ตกดึกเราก็ต่อสายถึงกันอีกก่อนนอน…

“อ้วน อ้วน”… (มีเธอคนเดียวในโลกที่เรียกผมอ้วน)

“อะไรจ๊ะ”

“เมื่อกี้น้าโทรมาจากอเมริกาล่ะ ไหนอ้วนบอกว่าพรุ่งนี้โทรงัย”
 
“มันอยู่ไกลกัน เวลามันเลยสับสน เมืองไทยกับอเมริกามันต่างกัน 12 ชั่วโมง” (ผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ)

“ไม่จริง เวลาของอเมริกาช้ากว่าไทย ตอนนี้เมืองไทยยังไม่วันใหม่เลย”

“น้าโทรมากี่โมง”

“5 ทุ่ม”

“จะวันใหม่อยู่แล้ว ใกล้เคียงมั้ยล่ะ หึหึ”

“หมออ้วนมั่ว” 

…………………
……………
………
….

ป.ล.1  ดวงรายวันของคุณผู้อ่านเป็นยังไงกันบ้างครับ

ป.ล.2  ผมหวังว่าสิ่งเล็กน้อยในชีวิตอันแสนธรรมดาจะทำให้คุณมีดวงหน้าสดใส ดวงใจเปื้อนรอยยิ้ม

ป.ล.3  แล้วจะกลับมาทักทายอีกครับ ^^

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 24, 2009 at 3:47 am ความเห็น (5)

อย่าเจ็บ อย่าไข้ หายไวๆนะ

 

คุณ Lhing ส่ง “กับดักสุขภาพ 10 ประการ” เขียนโดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล มาให้อ่าน ซึ่งมีประโยชน์ต่อผมแน่นอน ใครยังไม่ได้อ่านคลิกตามลิงค์ได้เลยครับ ผมอ่านแล้วก็พบว่าตอนนี้กำลังปฏิบัติอยู่สองข้อคือ นอนดึกตื่นสาย และกินผลไม้จนล้น คือการกินผลไม้มากๆนึกว่าไม่เป็นอันตราย ที่ไหนได้ถ้าผลไม้หวานมากไปก็กลายเป็นไขมันอยู่ดี แถมบ่อยครั้งผมยังกินแทนข้าวมื้อเย็น ก็เลยกินในปริมาณมาก ซึ่งเขาบอกว่าไม่ควรกินเยอะ

ตั้งแต่เดือนที่แล้วจนมาถึงเดือนนี้ ญาติของเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต หลายคนที่รู้จักล้มป่วย บางคนต้องนอนโรงพยาบาล (ซึ่งทำให้ผมมีงานเพิ่ม) ถือเป็นช่วงที่น่าห่วงเรื่องสุขภาพ ผมเองนอกจากจะห่วงตัวเองแล้ว ก็ยังห่วงไปถึงพ่อแม่ด้วย ก็จะพยายามกลับไปหา ไปดูแลมากๆ

วันนี้แวะเข้าเว็บ “soul-guidance” เลือกไพ่จักระสามใบได้ Throat Chakra, Justice, Sex Chakra ผมใช้ไพ่จักระไม่เป็นหรอก แต่ก็อยากได้นะครับ คือว่าขี้เกียจสั่งซื้อ ถ้าเอเชียบุ๊คส์ได้เข้ามาอ่าน ยังไงช่วยสั่งมาขายบ้างก็ดีครับ ^^

Chakra Card Reading

อ่านจากคำแปลเขาเตือนผมไม่ควรด่วนตัดสินใครแบบผิวเผิน การตัดสินคนอื่นในแง่ลบไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม อาจเป็นเงาสะท้อนจากก้นบึ้งของจิตใจเราเอง ซึ่งเรากำลังตัดสินตัวเองในแง่ลบอยู่… ไม่รู้ว่าผมกำลังตัดสินใครอยู่รึเปล่านะครับ แต่ผมจะระวังความคิดของตัวเองให้มากขึ้น

ทีนี้ถ้าให้วิเคราะห์สุขภาพตัวเองจากองค์ความรู้เรื่องจักระ ไพ่ที่หยิบได้ Throat Chakra เป็นจักระที่ 5 ชื่อว่า “วิสุทธะ” ตำแหน่งอยู่ตรงกระดูกต้นคอ จะเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง ต่อมไทรอยด์ ความเครียด ระคายเคืองคอ ความดันเลือดสูง ไมเกรน…

ทำเป็นเล่นไป ผมกำลังปวดต้นคออยู่จริงๆ ผิวหน้าก็แห้งลอกๆ เกี่ยวกับโรคผิวหนังรึเปล่าไม่รู้ แถมยังมึนๆวูบวาบเหมือนความดันผิดปกติ ไม่ได้อำเล่นนะ จริงๆ (ทำไมเป็นหลายโรคจังวะ)

ส่วนไพ่ Sex Chakra เป็นจักระที่ 2 ชื่อว่า “สวัสดิ์ธนา” ตำแหน่งอยู่ที่ก้นกบปลายสุด เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ การทำงานของไต ระบบปัสสาวะ…

อันนี้ก็กลัวๆอยู่เหมือนกันว่าไตยังทำงานเป็นปกติดีอยู่รึเปล่า กลัวมันจะทำงานหนักเกินไป เพราะดื่มอะไรต่อมิอะไรมากมายเหลือเกิน

สงสัยผมคงต้องฟื้นฟูร่างกายกันยกใหญ่แล้วล่ะ

อย่างแรกที่ต้องทำ…

ดึกแล้ว รีบเข้านอนบัดเดี๋ยวนี้ :^)

เผยแพร่ใน: on มิถุนายน 5, 2009 at 2:22 am ความเห็น (6)